
เริ่มสัปดาห์หน้าช่วยหลังละห้าพัน
มท. เตรียมช่วยเยียวยาประชาชนใช้จังหวัดเป็นศูนย์กลาง เผยสัปดาห์หน้าเริ่มจ่ายค่าชดเชยครอบครัวละ 5,000 บาทได้ "พระนาย" ระบุ สั่ง "สถานธนานุบาล" ลดดอก - ยืดเวลาชำระ สรุปยอดน้ำท่วมตายแล้ว 527 คน “ปภ.” ระดม "รถ - เรือ - เจ้าหน้าที่" ช่วยปชช.ใน
8พ.ย.2554 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูประเทศว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้วางแผนการทำงานโดยใช้พื้นที่เป็นหลักให้จังหวัดเป็นศูนย์อำนวยการมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการใหญ่ ใช้กลไกของอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นหน่วยอำนวยการบูรณะเยียวยาทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างพื้นฐาน ในจังหวัดที่ถูกน้ำท่วม ทั้งนี้ในส่วนของเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาทสามารถเริ่มจ่ายให้ประชาชนได้ในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการครัวรัฐบาลช่วยเหลือประชาชน 1 จังหวัด 1 เขตกทม.โดยเป็นการช่วยเหลือชาวกทม.ที่ประสบอุกภัย 18 เขต ให้ 18 จังหวัด จัดทำอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชน นอกจากนี้มีรถเมล์รัฐบาลเพื่อช่วยเรื่องการเดินทาง และรถขนขยะรัฐบาล ระดมมาที่กรุงเทพฯ เพื่อช่วยเหลือกทม.อีกแรงหนึ่ง โดยวันที่ 10 พ.ย.จะมีการเปิดงานที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า
ด้านนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เนื่องจากเกิดอุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศไทยจนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และเกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ประกอบกับโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ถูกน้ำท่วมจนต้องปิดโรงงาน จึงทำให้ผู้ใช้แรงงานจำนวนมากต้องย้ายกลับภูมิลำเนา และส่วนใหญ่ไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว ะ รมว.มหาดไทย ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของนายอารี ไกรนรา เลขานุการฯ รมว.มหาดไทย
ทั้งนี้ตนในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำ จึงได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ปลัดกรุงเทพมหานคร อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ให้ขอความร่วมมือสถานธนานุบาล สถานธนานุเคราะห์ โรงรับจำนำในสังกัด ตลอดจนโรงรับจำนำเอกชน รวมจำนวนทั้งสิ้น 590 แห่ง เพื่อพิจารณาดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้ 1.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยรับ 2.ผ่อนผันหรือยืดระยะเวลาในการชำระหนี้แก่ผู้จำนำ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการในระยะแรกเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนต่อไป
นายพระนาย ในฐานะ ผอ.ศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 24 จังหวัด ได้แก่ จ.พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และกรุงเทพมหานคร 141 อำเภอ 1,067 ตำบล 7,543 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,078,502 ครัวเรือน 2,921,898 คน และมีผู้เสียชีวิต 527 ราย สูญหาย 2 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 11,190,000 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาดว่าจะเสียหาย บ่อปลา 199,577 ไร่ บ่อกุ้ง 31,329 ไร่ ด้านปศุสัตว์ สัตว์ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 24,110,000 ตัว เส้นทางที่ไม่สามารถสัญจรได้ แบ่งเป็นทางหลวง 71 สาย ใน 10 จังหวัด ทางหลวงชนบท 193 สาย ใน 29 จังหวัด สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่ โดยเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ ร้อยละ 99.4 เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ ร้อยละ 99.6 เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำ ร้อยละ 100 เขื่อนป่าสักฯ มีปริมาณน้ำ ร้อยละ 128
ปภ.ระดม"รถ - เรือ - เจ้าหน้าที่"ช่วยปชช.ในกทม.ปริมณฑล
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 - 18 สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ กทม. นนทบุรี และปทุมธานี โดยระดมเรือ 78 ลำ รถบรรทุก 17 คัน รถเครน 11 คัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ 121 คน ออกปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ กทม. นนทบุรี และปทุมธานี โดยช่วยดังนี้ ขนกระสอบทรายกั้นแนวคลองประปา บริเวณเมืองเอก ปทุมธานี จัดส่งอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อมอบให้ผู้ประสบภัย ให้บริการขนส่งสิ่งของ และอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ รวมถึงอำนวยความสะดวก ในการเดินทางแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
ทางหลวงเร่งกู้ถนนสาย340คาดเสร็จในสัปดาห์นี้
นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเร่งกู้ถนนหลวงหมายเลข 340 และทางหลวงหมายเลข 9 ถนนกาญจนาภิเษก จากแยกบางใหญ่-บางบัวทอง-สมบัติบุรี-แยกนพวงศ์ โดยเฉพาะช่วงสมบัติบุรีที่เป็นช่วงน้ำลึกมาก เพื่อเป็นเส้นทางสำรองให้ประชาชนใช้สัญจรลงสู่ภาคใต้แทนกรณีที่ถนนพระราม 2 ถูกน้ำท่วม ไม่สามารถสัญจรได้ ว่า ขณะนี้กรมทางหลวงอยู่ระหว่างเตรียมอุปกรณ์ ทั้งทราย ถังยางมะตอย ท่อซีเมนต์ เข้าพื้นที่
สำหรับสาเหตุที่ล่าช้ากว่าแผน เนื่องจากจะต้องเร่งกู้ถนนที่มีความยาวรวมกว่า 27 กิโลเมตร และบางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูง โดยคาดว่าจะสามารถเร่งกู้ถนนช่วงดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ โดยวิธีการกู้ทางหลวงหมายเลข 340 จะดำเนินเป็นช่วงๆ เนื่องจากปริมาณน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังอยู่ในปริมาณสูงระดับ 0.80-1.2 เมตร และบางช่วงลดลงเหลือเพียง 50 เซนติเมตร ซึ่งวิธีการกู้ถนนนั้นจะใช้ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กและกระสอบทรายใส่ถังยางมะตอยขนาดใหญ่เพื่อนำมากั้นเส้นทางถนน
จากนั้นจะสูบน้ำออก เพื่อเปิดให้สามารถสัญจรในเส้นทางดังกล่าวได้จำนวน 3 ช่องทาง ระยะทางถนนที่จะต้องกู้เพื่อให้ใช้การ เริ่มจากบางใหญ่หน้าหมู่บ้าน สมบัติศิริไปยังบางบัวทองเข้าสู่เส้นทางสุพรรณบุรี บริเวณวัดไผ่โรงวัว เพื่อที่จะตัดไปออกนครปฐม เดินทางสู่ภาคใต้ ซึ่งตามกำหนดการณ์เดิมจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันจันทร์ที่ 7 พ.ย.นี้ แต่ขณะนี้อาจจะเลื่อนออกไปเนื่องจากอุปกรณ์วัสดุที่จะนำมาใช้อยู่ ระหว่างการขนส่งและผ่านน้ำท่วม โดยกรมทางหลวงจะใช้ช่างจากกรมทางหลวง ซึ่งระดมมาจากแขวงการทางในพื้นที่ จ.เพชรบุรี หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม



