
'เผดิมชัย'ชี้แรงงานกว่า8แสนกระทบน้ำท่วม
'เผดิมชัย' เผยแรงงานกว่า 8 แสน รับผลกระทบน้ำท่วม ปทุมฯอ่วมสุด จังหวัดเดียวโดน 4 แสนคน โรงงานอีกหมื่นแห่ง เตรียมให้ผู้ประกันตนกู้เงินได้ไม่เกิน 50,000 บาท ซ่อมบ้าน เล็งลดเงินสมทบ 1-2 เปอร์เซ็นต์ช่วยนายจ้าง
8 พ.ย.54 นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่กระทบต่อผู้ใช้แรงงานล่าสุดว่า ภาพรวมสถานการณ์นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.จนถึงขณะนี้พบว่า สถานประกอบการทั่วประเทศได้รับผลกระทบแล้ว 21,257 แห่งใน 32 จังหวัด มีผลกระทบต่อลูกจ้างหรือผู้ใช้แรงงาน 834,995 คน ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ จ.ปทุมธานี ที่มีสถานประกอบการถึง 10,982 แห่ง และลูกจ้างอีกจำนวน 406,940 คนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะที่นิคมอุตสาหกรรมนวนครที่มีลูกจ้างรวม 270,000 คน จากโรงงาน 227 แห่ง
นายเผดิมชัย กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง นอกจากการสนับสนุนมอบสิ่งของบรรเทาความเดือดร้อน และโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ประกันสังคมแล้ว ทางกระทรวงยังได้มีการออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาลูกจ้าง เช่นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ขอความร่วมมือสถานประกอบกิจการร่วมรับผิดชอบในการดูแลลูกจ้าง ซึ่งมีสถานประกอบการจำนวนมากได้แสดงความพร้อมในการจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้าง ทั้งในอัตราเต็มจำนวนหรือ 75 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง และได้ขอความร่วมมือในการผ่อนปรนให้ลูกจ้างมาทำงานสาย หยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลา ทั้งยังให้คำปรึกษากฎหมายแรงงานแก่ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดกิจการอีกด้วย ซึ่งได้พยายามผลักดันมาตรการทั้งหมดให้มีการปฏิบัติในทุกพื้นที่ โดยล่าสุดมีสถานประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จำนวน 20,901 แห่ง มีลูกจ้างได้รับการดูแล 827,618 คน
ส่วนกรณีที่มีความเป็นห่วงว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังคลี่คลาย หรือกลับคืนสู่ภาวะปกติ จะมีปัญหาการว่างงานตามมานั่น นายเผดิมชัย ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาได้กำชับเจ้าหน้าที่ในการออกหน่วยเคลื่อนที่เพื่อให้บริการรับขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน จัดหาตำแหน่งงานว่างรองรับ รวมไปถึงการรับลงทะเบียนเคลื่อนย้ายแรงงาน รวมทั้งประสานงานให้มีการยืมตัวลูกจ้างจากบริษัทที่มีความพร้อมในการรับลูกจ้างตามโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งขณะนี้มีสถานประกอบการเสนอตัวเข้าร่วมโครงการแล้ว 465 แห่ง มีตำแหน่งงานรองรับกว่า 57,692 อัตรา ขณะที่กรณีการถูกเลิกจ้าง หรือมีแนวโน้มในการเลิกจ้างนั้น กระทรวงแรงงานได้เตรียมความพร้อมจัดเตรียมตำแหน่งงานว่างไว้รองรับทั่วประเทศจำนวน 126,638 อัตรา ซึ่งจะมีการเข้าไปเจรจากับสถานประกอบการโดยตรงเพื่อรองรับสถานการณ์การเลิกจ้าง นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งงานในต่างประเทศ อาทิ ประเทศอิสราเอล มีตำแหน่งคนงานภาคเกษตร อีกจำนวน 5,000 อัตรา
“เรายังมีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ที่ตั้งวงเงินในปีงบประมาณ 55 ไว้ที่ 259 ล้านบาท เตรียมพร้อมรองรับหากลูกจ้างถูกเลิกจ้าง โดยจะจ่ายเงินชดเชยบางส่วนให้ลูกจ้างแทนนายจ้างที่ไม่สามารถจ่ายได้ไปแทนก่อน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้ากรณีถูกเลิกจ้าง” นายเผดิมชัย ระบุ
นายเผดิมชัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของสถานการณ์ภายหลังน้ำลดที่ผู้ใช้แรงงานมีความจำเป็นในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยนั้น จนได้สั่งการให้เปิดโครงการประกันสังคมเคียงข้างผู้ประกันตนต้านอุทกภัย ที่เปิดให้ผู้ประกันตนกู้เงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 2.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีคงที่ 2 ปี ให้แก่ผู้ที่จำเป็นในการซ่อมแซมบ้าน ส่วนผู้ประกอบการที่ต้องการฟื้นฟูกิจการ ก็ได้กำหนดวงเงินกู้ไม่เกินรายละ1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3 เปอร์เซ็นต์ คงที่ 3 ปี รวมทั้งยังได้เตรียมเสนอมาตรการลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตรา 1 - 2 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการและผู้ประกันตนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งกำลังส่งเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อเป็นมาตรการชั่วคราวมีระยะเวลา 1 - 2 ปี
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยผู้ประสบอุทกภัย กระทรวงแรงงาน ณ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน เพื่อเป็นศูนย์การการรวบรวมข้อมูลและการให้ความช่วยเหลือประชาชน นายจ้าง และลูกจ้าง สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 0-2248-2222 tel:0-2248-2222 หรือสอบถามด้านข้อมูลสิทธิแรงงาน และการบริการของกระทรวงแรงงาน ได้ที่ศูนย์ประสานเพื่อนผู้ใช้แรงงานที่ประสบอุทกภัย โทร.0-2567-5101-2 ต่อ 14-16 หรือที่สายด่วน 1506



