
'ประชา'ยันยังไม่เจาะถนนพระราม2
กทม. ขอเครื่องสูบน้ำเพิ่ม อีก 45 เครื่อง เร่งระบายน้ำ 4 คลอง “ประชา” ยันยังไม่เจาะ “พระราม 2” เหตุเป็นเส้นทางเดียวที่ลงใต้ โว “บิ๊กแบ็ค” กั้นมวลน้ำลูกใหม่ได้ ด้านปลัดคมนาคม เตรียมเปิดจราจรเส้นทางกาญจนาภิเษก จากแยกบางใหญ
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 พ.ย.2554 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. ได้เดินทางมาตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่บริเวณ วัดบำเพ็ญเหนือ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี ซึ่งมีชาวบ้าน ทหาร และพระสงฆ์ ร่วมกันก่อกระสอบทรายสร้างแนวคันกั้นน้ำเพิ่มเติมที่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางชัน นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ตรวจอย่างต่อเนื่องทั้งบริเวณบางกะปิ ที่ประตูน้ำ คลองตาหนัง ที่มีข้อพิพาทระหว่างประชาชนชาวบึงกุ่มและบางกะปิ โดย ผู้ว่าฯกทม. ระบุว่าส เป็นที่น่าดีใจที่ประชาชนสามารถตกลงกันได้โดยยอมให้เปิดประตุระบายน้ำ กว้าง30 ซม. จากเดิใที่ต้องการให้เปิดทั้งหมด
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า กทม. ยังไม่มีมาตรการเด็ดขาด แต่อยากให้ประชาชนทีมีข้อขัดแย้งได้หารือกัน พูดคุยและมีข้อตกลงที่ตรงกัน เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วม
ต่อมา 16.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เดินทางไปตรวจ บริเวณ ประตูะรบายน้ำคลองตาหนัง เชื่อมต่อคลองแสนแสบ โดยระบุว่า บริเวณพนังกั้นน้ำคลองแสนแสบมีระดับเป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง
ขณะที่ นายวสันต์ มีวงษ์ รองโฆษก กทม.กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในคลองบางซื่อ คลองสามเสน คลองมักกะสัน และคลองบางเขนใหม่ ซึ่งมีความวิตกกันว่า น้ำจะเอ่อจากสะพานควายทะลักเข้าไปยังไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่า หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ยังคงพอรับมือได้ โดย กทม. มีแผนระบายน้ำ ลงคลองสามเสน แต่ทั้งนี้ต้องรอการก่อกระสอบทรายบิ๊กแบ๊กให้เสร็จสิ้นและจะผันน้ำออกไม่ให้เอ่อไหลไปยังอนุสวรีนย์ชัยสมรภูมิ ผ่านทั้งสี่คลองดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ที่คลองบางซื่อมีเครื่องสูบน้ำ 17 เครื่อง สูบน้ำได้เครื่องละ 45 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนคลองมักกะสัน มีเครื่องสูบน้ำ 5 เครื่อง สูบได้เครื่องละ 45 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คลองสามเสนเมีเครื่องสูบน้ำ 15 เครื่อง สามารถสูบได้เครื่องละ 45 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคลองบางเขนใหม่ มี เครื่องสูบน้ำยู่ 10เครื่อง สามารถสูบได้เครื่องละ 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทม. ได้ทำหนังสือไปยัง ศปภ. เพื่อขอรับเครื่องสูบนำเพิ่ม 45 เครื่อง เพื่อนำมาใช้ในทั้งสี่คลอง
กทม.เปิด16สวนสาธารณะจัดลอยกระทง
นางจุรี จันทรทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม (สวล.) เปิดเผยว่า ในเทศกาลวันลอยกระทงในปีนี้ แม้จะอยู่ในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมแต่กทม.ก็ยังเปิดให้มีการลอยกระทงในสวนสาธารณะเหมือนเดิมเช่นทุกปี โดยในปีนี้บางพื้นที่พบปัญหาน้ำท่วม จึงเปิดให้บริการเพียง 16 สวน เท่านั้น ได้แก่ 1.สวนลุมพินี 2. สวนพระนคร 3.สวนสราญรมย์ 4.สวนรมณีนาถ 5.สวนสันติชัยปราการ 6.สวนธนบุรีรมย์ 7.สวนเสรีไทย 8.สวนหนองจอก 9.อุทยานเบญจสิริ 10.สวนบึงกระเทียม 11.สวนสันติภาพ 12.สวนเบญจกิติ 13.สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร 14.สวน 60 พรรษาสมเด็จพระบรมราชินีนาถ 15.สวนวนธรรม 16.สวนนวมินทร์ภิรมย์ ส่วนอีก 6 แห่งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และเปิดให้บริการไม่ได้ ได้แก่ สวนจตุจักรสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ฝั่งพระนคร สวนกีฬารามอินทรา สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน สวนทวีวนารมย์ และอีก 2 แห่ง ที่ กทม.ไม่มีการเปิดให้ลอยกระทงอยู่แล้วตามปกติ ได้แก่ สวนหลวง ร.9 สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
นางจุรี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้แม้ กทม.จะเปิดให้บริการตามปกติ แต่อยากขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎคือไม่เล่นดอกไม้ไฟ ไม่ขายของ และที่สำคัญ คือช่วยกันลดปริมาณขยะไม่ว่าจะเกิดจากกระทงหรือขยะทั่วไป เนื่องจากขณะนี้ กทม.มีภาระหน้าที่ในการจัดเก็บขยะจากปัญหาน้ำท่วมในปริมาณมากอยู่แล้ว จึงอยากขอความร่วมมือในเรื่องนี้ด้วย
“ประชา”ชั่งใจเจาะพระราม2เหตุเป็นเส้นทางเดียวที่ลงใต้
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวถึงการป้องกันน้ำใต้ดินว่า น้ำใต้ดินจะไหลไปตามท่อระบายน้ำและไหลไปรวมกันที่อุโมงค์ยักษ์ซึ่งกทม.จะสูบออกแม่น้ำเจ้าพระยา
ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์การอุดรอยดีขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เมื่อก่อนนี้ได้ผล แต่วันนี้มีปัญหาเพราะประชาชนไปรวมตัวกัน จึงต้องมีการทำความเข้าใจ ซึ่งการวางบิ๊กแบ็คยาว 20 กิโลเมตร ก็ได้ผล เพราะสามารถชะลอน้ำ ซึ่งน้ำจะไปทางตะวันออกและทางตะวันตกมากขึ้น เข้ากทม.น้อยลง
เมื่อถามว่า กรณีที่จะมีการเจาะถนนพระราม 2 เพื่อใช้เป็นเส้นทางระบายน้ำนั้นมีแผนงานอย่างไรบ้าง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ยังไม่มีการพิจารณา เพราะถนนพระราม 2 เป็นจุดเดียวที่ลงทางใต้ เราต้องสงวนเส้นทางตรงนี้ ขณะเดียวกันก็ให้กระทรวงคมนาคมกู้ถนนหมายเลข 9 และ 340 ที่จะผ่านไปทางอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และจ.นครปฐม เพราะมวลน้ำจากเพชรเกษมจะไหลลงไปที่พระราม 2 หากเส้นทางที่เรากู้เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรทางใต้ได้ก็จะมีการตัดสินใจอีกครั้ง แต่ทั้งนี้เรายังไม่ประเมินน้ำใต้ดินไม่ได้ ซึ่งก็มีคันกั้นอยู่หลายคัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าน้ำใต้ดินอาจจะไม่ลงทะเลหรือคลองแสนแสบตามที่เราตั้งไว้ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ก็ไปตามแนวอุโมงค์ใหญ่ที่ กทม.วางไว้
เมื่อถามว่า นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงภายในที่ประชุมวุฒิสภา ว่าจะมีมวลน้ำใหม่เข้ามาอีกซึ่งเป็นมวลน้ำที่ค้างอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า มี เพราะมวลน้ำจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือมวลน้ำที่ค้างอยู่ที่เดิม ส่วนที่ 2 ก็จะไหลลงสู่ที่ต่ำ ซึ่งพื้นที่กทม.เป็นพื้นที่ต่ำ มวลน้ำก็จะไหลลงมาทางคลอง 1 คลอง 2 เป็นหลัก ทั้งนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่ามวลน้ำที่ไหลมาจะมีปริมาณเท่าไหร่ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญน้ำเป็นผู้ประเมิน ซึ่งน้ำอาจจะเอ่อเข้ากทม.บ้าง แต่มวลน้ำที่เราประเมินไม่ได้คือน้ำที่อยู่ใต้ดินเพราะตอนนี้น้ำที่อยู่ด้านล่างไหลไปทุกช่องทาง คิดว่ามวลน้ำก้อนใหญ่ที่จะมาบิ๊กแบ็คจะกั้นอยู่ได้
ส่วนกรณีที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่ตอนนี้น้ำล้นเกินพิกัดจะมีปัญหาหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ยังไม่ได้ถามทางกรมชลประทาน ขอให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อน
คมนาคมยันไม่ปิดกั้นน้ำเข้าถนนพระราม2
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวถึง การเตรียมเส้นทางสำรอง กรณีที่ถนนพระราม 2 ถูกน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรได้ว่า ขณะนี้ได้เร่งเปิดพื้นผิวการจราจรบริเวณถนนกาญจนาภิเษก จากแยกบางใหญ่ถึงแยกบางบัวทอง ที่ระดับน้ำได้เริ่มลดลงแล้วและเปิดพื้นที่ผิวการจราจร เส้นทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี เพื่อใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงลงสู่ภาคใต้ นอกจากนี้ ยืนยันว่าจะไม่มีการปิดกั้นมวลน้ำ ไม่ให้เข้าสู่ถนนพระราม 2 เนื่องจากถนนสายดังกล่าว อยู่ในแนวทิศตะวันออกและทิศตะวันตก แม้ว่าจะมีการปิดกั้นน้ำ น้ำก็ยังไหลผ่านอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่จัดการเส้นทางระบายน้ำ และสิ่งที่กีดขวางออกทั้งหมด เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปได้เร็วขึ้น คาดว่า จะแล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การเจาะถนนพระราม 2 เพื่อระบายน้ำไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด เนื่องจากถนนตั้งอยู่บนพื้นที่ต่ำ และความลาดเอียงของพื้นผิวถนน ค่อนข้างน้อย จึงไม่ส่งผลต่ออัตราความเร็วการไหลของน้ำ และหากปริมาณน้ำท่วมไม่สูงมาก รถยังสามารถสัญจรได้ แต่หากเจาะถนน ก็เท่ากับว่าเป็นการตัดเส้นทางการจราจรโดยสิ้นเชิง
ทบ.จับมือ ศธ.สร้าง19สะพานไม้เดินชั่วคราวใน7เขตกทม.
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เล็งเห็นความเดือดร้อนของประชาชนในการเดินทางสัญจรเนื่องจากน้ำท่วมเอ่อในตรอก ซอย และถนนในหลายเขต จึงได้สั่งการให้กองทัพบกร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกรุงเทพมหานคร สร้างสะพานไม้เดินชั่วคราว เชื่อมต่อพื้นที่ในชุมชนกับถนนสายหลัก โดย กทม.จัดหาวัสดุและกำหนดพื้นที่ที่จะก่อสร้างสะพาน โดยกองทัพบกกับนักศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสำนักส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)กระทรวงศึกษาธิการร่วมดำเนินการก่อสร้างสะพานเดินชั่วคราวใน 13 เขตของกทม.ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อาทิ เขตบางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ สาทร บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางพลัด บางกอกน้อย ธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก และลาดกระบัง โดยได้มีการกำหนดพื้นที่ที่จะก่อสร้างสะพานแล้ว 7 เขต จำนวน 19 สะพาน
แยกเป็นพื้นที่พญาไท 3 จุด, พระนคร 3 จุด, ลาดพร้าว 1 จุด, หนองจอก 2 จุด, จตุจักร 1 จุด, หนองแขม 8 จุด, คลองสามวา 1จุด ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ประมาณ 1 หมื่นคนที่ต้องสัญจรอยู่ใน 7 เขตข้างต้น ทั้งนี้ได้ก่อสร้างสะพานไปแล้ว 3 จุดคือ บริเวณซอยพระยาสุเรนทร์ 24 เขตมีนบุรี ระยะทาง 700 เมตร บริเวณประตู 2 ของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ถึงวัดบางบัว ใกล้มหาวิทยาลัยศรีปทุม และบริเวณสำนักงานเขตหลักสี่ ถึงถนนแจ้งวัฒนะซอย 10
พ.ท.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมประชาชนอาจไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย ดังนั้นรถบรรทุกทหารที่จัดรับ-ส่งประชาชนอาจไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึงเนื่องจากจะจอดรับทุกคน ส่งทุกคน ใครโบกก็จะจอดรับหมดทำให้เกิดความล่าช้า ซึ่งจริงๆแล้วในทุก 1 ชม.ไม่ได้เพราะไม่เป็นไปตามป้ายบางครั้งวิ่งไปกว่าจะถึงจุดหมายเกือบครึ่งวัน บางคันออกเวลา 07.00 น.กลับมาถึงจุดหมาย 15.00 น. ดังนั้นจึงไม่เพียงพออยากให้ประชาชนเข้าใจในจุดนี้ด้วย รวมถึงการขึ้น-ลงรถเพราะรถมีความสูงจึงต้องชี้แจงให้ทราบล่วงหน้าว่าอาจไม่ได้รับความสะดวก รวมถึงคลื่นน้ำของรถที่อาจไปกระแทกบ้านเรือนที่อาศัยริมข้างทางด้วย ทหารลงไปช่วยเหลือประชาชน มีเจตนาที่บริสุทธิ์เพราะบางคันมีผู้ป่วยอยู่บนรถอาจจะวิ่งเร็วบ้างจนเกิดคลื่นน้ำต้องขออภัยมาด้วย
พ.ท.วันชนะ กล่าวว่า ขณะนี้เส้นทางการเดินรถของกองทัพบก ร่วมกับภาคเอกชน การไฟฟ้าฯ ตำรวจ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ที่มาช่วยกันรับ-ส่งประชาชนในพื้นที่ กทม. 9 เส้นทาง อาทิ 1.ถ.เพชรเกษม มีรถกองทัพบก 25 คันเรือ 10 ลำ พร้อมกับรถของการไฟฟ้า และรถเอกชน 2.ถ.จรัลสนิทวงศ์ เส้นทางพระราม 7 - บางพลัด มีรถ 4 คันพร้อมตำรวจภูธรภาค 7 และการไฟฟ้าร่วมด้วย 3.เส้นทางปิ่นเกล้าฯ- สน.ตลิ่งชัน มีรถกองทัพบก 6 คัน พร้อมรถ ขสมก. 4.ถ.พหลโยธิน (ลาดพร้าว-สะพานใหม่) รถกองทัพบก 14 คัน พร้อมกองทัพเรือ กองทัพอากาศ 5.ถ.วิภาวดีรังสิต-โลคัลโรด (หลักสี่-ดอนเมือง) มีรถกองทัพบก 3 คัน 6.เส้นทางลาดพร้าว-รัชโยธิน-ศาลอาญา มีรถกองทัพกบ 1 คัน 7.ถ.แจ้งวัฒนะ (ห้างแม็คโคร-วัชรพล) มีรถกองทัพบก 17 คัน พร้อมรถของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และกรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยอีก 15 คันร่วมด้วย 8.ถ.กาญจนาภิเษก (สำรวจเส้นทาง) รถกองทัพบก 1 คัน และ 9. เส้นทางวงเวียนหลักสี่ - สะพานใหม่ โดยเรือกองทัพบกอีก 3 ลำ
ทร.นำเรือเร็วตรวจการณ์ช่วยผลักดันน้ำคลองหกวาสายล่าง
กองทัพเรือโดยกองเรือลำน้ำได้นำเรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ 2 ลำ มาจอดอยู่บริเวณกลางแม่น้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำจากบริเวณคลองหกวาสายล่าง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีออกสู่ทะเล
ขสมก.งดเดินรถ4เส้นทาง- วิ่งสั้นลง67สาย
นายนเรศ บุญเปี่ยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า หลังจากน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ทำให้ขสมก.ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีการหยุดให้บริการใน 4 เส้นทาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ ที่มีน้ำท่วมสูง รวมทั้งเส้นทางที่รถเมล์ปรับอากาศให้บริการเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันขสมก. มีการปรับเส้นทางให้สั้นลงจำนวน 67 เส้นทาง จากทั้งหมด 108 เส้นทาง โดย 50 เส้นทาง ขสมก. ยังคงให้บริการตามปกติ
นอกจากนี้ ขสมก. ยังได้จัดรถเฉพาะกิจให้บริการประชาชนในเส้นทางที่รถเมล์เอกชนหยุดให้บริการ รวมทั้งเส้นทางในชุมชนต่างๆ ที่มีน้ำท่วมสูงอีก 26 เส้นทาง ซึ่งเชื่อว่าเส้นทางที่ ขสมก. หยุดให้บริการนั้น จะไม่กระทบกับการเดินทางของประชาชน เพราะมีรถเมล์ให้บริการในเส้นทางที่ทดแทนกันได้
ตั้งแต่น้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ทำให้รายได้ของ ขสมก. ลดลงจากเดิมรายได้เฉลี่ยวันละ 10 ล้านบาท ในวันจันทร์ - ศุกร์ ก็ลดลงมาอยู่ที่วันละ 8,000,000 บาท เช่นเดียวกับวันเสาร์ - อาทิตย์ ขสมก. มีรายได้วันละ 6,000,000 - 7,000,000 บาทจากเดิมวันละ 8,000,000 - 9,000,000 ล้านบาท



