ข่าว

ปูนบำเหน็จ'ธงทอง'นั่งปลัดสำนักนายกฯ

ปูนบำเหน็จ'ธงทอง'นั่งปลัดสำนักนายกฯ

08 พ.ย. 2554

ครม.ตั้ง “ธงทอง” นั่งปลัดสำนักนายกฯ หลังถูกตั้งเป็นโฆษก ศปภ.แจงสถานการณ์น้ำท่วมให้ประชาชนเข้าใจ อนุมัติร่างพ.ร.บ.ไอซีที ย้ายคลังแสงทบ.ไปสระบุรีใช้งบกว่า 7 พันล้าน คลอด “มาตรการสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัย” เร่งสร้างความเ

          8พ.ย.2554 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งรับโอน นายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ(สกศ.) มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายก รัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี


           และให้กระทรวงศึกษาธิการรับโอนนายเอนก เพิ่มวงเสนีย์ รองปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็น เลขาธิการ สกศ. และให้นายจตุรงค์ ปัญญาดิลก ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี อยู่เดิม ทั้งนี้ รัฐมนตรีเจ้าสังกัดของทั้งสองหน่วยงานได้ตกลงยินยอมในการโอนแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เป็นต้นไป

   
           นายอนุสรณ์ กล่าวต่อไปว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติแต่งตั้ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นคร เจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายธีรกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ไปดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ราชอาณาจักรนอร์เวย์ นายพิษณุ จันทร์วิทัน รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ไปดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นายวิบูลย์ คูสกุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ ไทเป ไปดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ณ ไทเป และนาวาตรี อิทธิ ดิษฐบรรจง อธิบดีกรมอาเซียน ไปดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายธงทองนั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นโฆษก ศปภ.เนื่องจากก่อนหน้านี้มีปัญหาเกี่ยวกับชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ให้ประชาชนได้เข้าใจของทีมโฆษก ศปภ.

 


"วรวัจน์"แจงมีความสามารถในการประสานงาน


          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งนายธงทองเป็นปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านกฎหมายและยังมีความสามารถในการประสานงานในส่วนกลางได้




อนุมัติร่างพ.ร.บ.ไอซีที


           นายอนุสรณ์ แถลงว่า คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติหลักการร่างพ.ร.บ.สภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย เสนอ โดยมีสาระสำคัญคือ การกำหนดนิยามของคำว่า อุตสาหกรรมไอซีที ให้หมายความว่ากิจการที่เกี่ยวกับการผลิตการประกอบและการค้า ซึ่งผลิตภัณฑ์และบริการด้านไอซีทีทุกชนิดและทุกประเภท


อนุมัติย้ายคลังแสงทบ.ไปสระบุรีใช้งบกว่า 7 พันล้าน


            นายอนุสรณ์ แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติก่อหนี้ผูกพันธ์ข้ามปีงบประมาณในโครงการย้ายกองคลังยุทโธปกรณ์กรมสรรพวุฒิทหารบกจากเดิมตั้งอยู่ที่บริเวณสะพานเกษะโกมลถนนพระราม 5 เขตดุสิต ย้ายไปไปเป็นที่ตั้งถาวรใน อ.เมือง จ.สระบุรี เพื่อให้การสนับสนุนกองทัพบกทั้ง 4 ภาคเป็นไปด้วยความสะดวกตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 3567,048,942 บาทโดยเป็นงบผูกพันธุ์ปีงบประมาณ 54-57 แบ่งเป็น 1.การจัดจ้างก่อสร้างอาคารและสิ่งอำนวยสะดวก วงเงิน 2,959 ล้านบาท 2.จัดหาระบบรักษาความปลอดภัยอีเล็กโทนิค วงเงิน 50 ล้านบาท และ 3.การจัดหาสิ่งอุปกรณ์อื่นๆ วงเงิน 110 ล้านบาท รวมถึงงานเคลื่อนย้ายหน่วยวงเงิน 447 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินงานในปีงบประมาณ 54-57 ทั้งนี้หากสิ้นปีงบประมาณ 57 แล้วยังย้ายคลังอาวุธไม่เสร็จก็สามารถขยายกรอบเวลาโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสามารถอนุมัติงบผูกพันธุ์ได้จนถึงปี 2558


           นายอนุสรณ์ กล่าวต่อไหว่า ครม.ยังเห็นชอบอนุมัติงบผูกพันธ์ข้ามปีงบประมาณในโครงการจัดหารถยนต์บรรทุกขนาดเบา ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้เป็นมติครม.ตั้งแต่ปี 52 ในการอนุมัติ จัดหารถยนต์บรรทุกขนาดเบา หรือรถจิ๊บ จำนวน 1341 คัน ในกรอบวงเงิน 1,220 ล้านบาท โดยกระทรวงกลาโหมได้ขอปรับลดลงมาเหลือ 841 คัน วงเงิน 950 ล้านบาท แบ่งเป็น รถจิ๊บแบบมีหลังคาผ้าใบจำนวน 430 คัน และเป็นรถจิ๊บแบบมีหลังคาแข็งจำนวน 511 คัน โดยเป็นงบผูกพันธุ์ในปี 2554- 2557 โดยมีเงินเหลือคืนคลังประมาณ 270 ล้านบาท

 
คลอด“มาตรการสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัย”


           นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้กระทรวงการคลังได้เสนอให้ครม.พิจารณา ในเรื่องของมาตรการสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัย โดยธนาคารออมสิน เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมีวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาทในเวลา 7 ปี โดยให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ปล่อยกู้ ส่วนรายละเอียด คือ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปีตลอดอายุโครงการ โดยรัฐชดเชยส่วนต่างระหว่างต้นทุนเงิน กับอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากผู้กู้ให้ธนาคารออมสิน


           รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนคุณสมบัติผู้กู้ขอให้ธนาคารออมสินเป็นผู้พิจารณาเป็นรายๆต่อไป โดยงบประมาณที่ใช้สนับสนุนของรัฐบาล ก็จะชดเชยส่วนต่างระหว่างต้นทุนเงินกับอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บกับผู้กู้ให้กับธนาคารออมสิน โดยต้นทุนเงินของธนาคารออมสินคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน สำหรับผู้ฝากทั่วไปสูงสุดของธนาคาร ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 3.25 ต่อปีบวกกับต้นทุนการดำเนินงาน ร้อยละ 0.98 ต่อปี และหักด้วยผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยรับ ร้อยละ 0.01 ต่อปี คิดเป็นร้อยละ 1.23 ต่อปี คือเป็นเงินชดเชยตลอด 7 ปีไม่เกินวงเงิน 4,431 ล้านบาท ทั้งนี้ให้เบิกจ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง


           นายชลิตรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้สำนักงบประมาณ ได้นำเสนอแผนงานโครงการและงบประมาณในการช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านสังคม วันนี้สำนักงบประมาณได้พิจารณาและนำเสนอครม. เพื่อพิจารณา ดังนี้ คือ 1.สำนักงบประมาณพิจารณารายละเอียดแผนงานโครงการความช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณือุทกภัยด้านสังคม ระยะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ระยะที่ 1 ระยะของการช่วยเหลือระหว่างที่ระดับน้ำในพื้นที่ยังท่วมสูง ระยะที่ 2 ตามที่ครม.มีมติไปเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา


           ฟื้นฟูด้านสังคมเห็นชอบแล้ว จึงขออนุมัติให้ส่วนราชการต่างๆดำเนินการตามแผนโครงการจำนวน 7 กระทรวง และ 2.ส่วนราชการที่ไม่ได้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีในวงเงิน สี่พันสี่ร้อยสิบเอ็ดล้านแปดแสนสี่หมื่นสี่พันสามร้อยบาท ดังนี้ โดย 1.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ที่กันเอาไว้เบิกเหลื่อมปี รวม 2 กระทรวง 3 กรม จำนวน 88,580,000 บาท  2. งบประมาณตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการใช้งบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ไปพลางๆก่อน และงบประมาณปกติของราชการรวม 2 กระทรวง 2 กรมจำนวน 176 ล้านบาทเศษ ส่วนงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 4,146 ล้านบาทเศษ