ข่าว

'ปู'รับป้องนิคมฯบางชันไม่มั่นใจ100%

'ปู'รับป้องนิคมฯบางชันไม่มั่นใจ100%

08 พ.ย. 2554

"ยิ่งลักษณ์" รับไม่มั่นใจ 100 % ป้องนิคมฯบางชัน ลั่นจะทำให้ดีที่สุด อ้างกก.จัดการน้ำไร้กทม.เพราะต้องการพึ่งผู้เชี่ยวชาญ นิคมฯบางพลีเร่งเสริมบิ๊กแบ๊กกั้นหลังน้ำจ่อเข้านิคมบางชัน

       8พ.ย. 54 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมในการแถลงยุทธศาสตร์มาตรการเชิงยุทธศาสตร์การฟื้นฟูประเทศ” ว่า ในส่วนของของนิคมถ้าระยะสั้นใน 1 ปีอย่างน้อยที่สุด ที่เราต้องกลับมาสร้างความมั่นใจก็คือว่าในแนวต่างๆเราคงต้องสำรวจร่วมกัน ให้แนวคันรับน้ำต่างๆนั้นต้องอยู่ในมาตรฐาน ต้องมีเรื่องของระบบสูบน้ำ เพราะวันนี้สิ่งที่เราทำเรากั้นด้วยพนังกั้นหิน ดังนั้นไม่สามารถกั้นมวลน้ำขนาดใหญ่ได้ อนาคตในส่วนของ 1 ปี เราต้องดูในส่วนนี้ด้วย ตั้งแต่แนวทางเท่าที่ทำได้ เราจะไม่บอกว่ารอความหวังข้างหน้า แต่ในจุดยืนด้วยโครงสร้างนั้นเราจะทำในข้อจำกัดที่มีอยู่ เราจะสร้างความเชื่อมั่นด้วยการทำอย่างไรในการปกป้องนิคมที่มีความแข็งแรง และมีระบบการระบายน้ำให้แข็งแรง ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะทำในระยะสั้น

    
          เมื่อถามว่า ในขณะที่นายกฯกำลังสร้างความมั่นใจในเรื่องของการกอบกู้ตรงนี้ ในขณะเดียวกันนิคมบางชันกำลังแย่ จะสร้างความอุ่นใจตรงนี้ได้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนหนึ่งก็ยอมรับว่าถ้าเราจะพูดเรื่องการป้องกันเราอาจจะพูดไม่ได้ทั้งหมด เพราะวันนี้ธรรมชาติของน้ำส่วนหนึ่งที่เราคุยกันถ้ามวลน้ำต่อพายุ 1 ครั้ง แล้วเรามีระบบการจัดเก็บน้ำไว้เพียงพอเราเชื่อมั่น แต่วันนี้เราเจอพายุ 3 - 4 ครั้งประมาณ 4 - 5 ลูก รับเต็มที่พร้อมๆกัน จนเขื่อนกั้นน้ำนั้นเต็ม ก็เป็นส่วนหนึ่งของน้ำที่ทะลักลงมา ในส่วนของนิคมนั้นเราก็มีการป้องกันอย่างเต็มที่

   
          “เรียนว่าเราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ถามว่าร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า ก็ไม่มีใครตอบได้กับธรรมชาติของน้ำ แต่สิ่งที่เราตอบได้คือเราจะทำหน้าที่ปกป้องนิคมนี้อย่างดีที่สุด แล้ววันนี้เราได้มีการสั่งการมานานแล้ว เพราะเรารู้ เราเข้าใจ เราได้มอบหมายทางกองทัพเข้าไปดูแล ส่วนนิคมเองก็มีแผนป้องกันพอสมควร คิดว่าบางส่วนเราก็ต้องทำงานควบคู่กันไปและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายให้เต็มที่

    
          เมื่อถามว่าการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการน้ำ ทำไมถึงไม่มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครร่วมในคณะกรรมการด้วย ทั้งที่ทุกวันนี้มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำในส่วนของกทม.ในเรื่องการประสานการบริหารจัดการมาโดยตลอด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรียนว่าเบื้องต้นเราใช้วิธีเชิญผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ จะสังเกตเห็นว่าในคณะกรรมการชุดนี้เราก็ไม่มีคณะรัฐมนตรี เราต้องการให้ผู้ที่รับผิดชอบประจำนั้นดูแล ในส่วนของการกู้และฟื้นฟูภายใน 1 ปีให้เต็มที่ เพราะชุดนี้เป็นชุดระยะยาว แต่เมื่อชุดนี้ทำงานก็ต้องกลับมาประสานงานกับกทม.อยู่แล้ว เพราะระบบต่างๆก็มีปัจจัยที่เราต้องไปเข้าใจโครงสร้างภาพรวม กรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่ในการร่างแม่แบบของโครงร่าง ร่างเสร็จแล้วจะต้องกลับไปทำงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกส่วน ดังนั้นจะไม่ใช้เพียงแต่ว่าของผู้ว่าฯกทม.แต่จะเป็นทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่จะต้องทำงานร่วมกัน



นิคมฯบางพลีเร่งเสริมบิ๊กแบ๊กกั้นหลังน้ำจ่อเข้านิคมบางชัน

   
          เมื่อเวลา14.00น.นายณรงค์ เล็กประเสริฐ เจ้าหน้าที่นิคมอุตสาหกรรมบางพลี กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมบางพลีได้ ได้นำบิ๊กแบ๊กจำนวน 5, 500 ถุงมาเสริมเป็นแนวคันบริเวณด้านทิศเหนือของนิคมอุตสาหกรรมบางพลี เนื่องจากมวลน้ำจะไหลมาทาทิศเหนือ การใช้บิ๊กแบ๊กกั้นจุดนี้เพื่อรับแรงประทะของน้ำ และเบนให้น้ำไหลลงคลองเจริญราษฎร์ และคลองหัวเกลือ หากเป็นกระสอบทรายหรือคันดิน อาจต้านทานความแรงของน้ำไม่อยู่

   
          ส่วนด้านอื่นของนิคมจะเร่งเสริมคันกั้นให้ได้สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 2.3 เมตร เท่ากับแนวถนนเทพารักษ์ ในขณะนี้โรงงานทั้งหมดของนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ได้ขนของขึ้นที่สูงไว้ส่วนหนึ่งแล้ว บางโรงงานก็โยกเครื่องมือไปไว้ที่อื่น โรงงานที่มีกากอุตสาหกรรมก็ให้รีบนำไปกำจัดก่อนน้ำจะมา เราจะเฝ้าระวังจากนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง หากนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังแจ้งวิกฤต ทางนิคมอุตสาหกรรมบางพลีก็จะแจ้งให้โรงงานทั้ง130 แห่งในนิคมบางพลี หยุดประกอบกิจการในทันที เพื่ออพยพหนีน้ำ

   
          ผู้สื่อข่าวรายรายงานว่า หลังจากหลังจากที่มีมวลน้ำเริ่มไหลท่วมถนนหน้านิคมอุตสาหกรรมบางชัน และมีน้ำไหลมาใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังเพิ่มขึ้น บรรยากาศที่นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีการนำบิ๊กแบ๊กมากันน้ำเป็นแนวยาวทางฝั่งทิศเหนือของนิคมอย่างต่อเนื่อง และมีหลายบริษัทในนิคมได้เตรียมปูนซิเมน กระสอบทรายมาวางรอบๆโรงงงานเพิ่มขึ้น

 

น้ำคลองลาดพร้าว-บางซื่อเริ่มเอ่อถนนแล้ว


   
           สถานการณ์ล่าสุดบริเวณถนนลาดพร้าว ก่อนข้ามสะพาน ไปตลาดสะพาน 2 ขณะนี้น้ำจากคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ ได้เอ่อล้นท่วมบนพื้นผิวถนนบริเวณ ซ.ลาดพร้าว 45 และ ซ.ลาดพร้าว 46 หน้าโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ระดับน้ำสูงถึง 20 ซ.ม. แล้ว ส่งผลให้ประชาชนบางส่วน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่นี้ ต้องใส่รองเท้าบูทในการเดินทาง รวมถึงต่างพากันออกมาตกปลาในคลองลาดพร้าว และคลองบางซื่อ และนำปลาที่ได้นั้น วางขายบนสะพานเป็นจำนวนมาก ซึ่งปลาที่ตกได้นั้นเป็นปลาขนาดใหญ่มีน้ำหนักตั้งแต่ 5 - 10 กิโลกรัม เป็นต้นไป ทำให้บรรยากาศบนสะพานคึกคักเป็นอย่างมาก

   
           ส่วนการเดินทางมีรถบรรทุกจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ออกมาให้บริการแก่ประชาชนที่ต้องการเดินทางไปในที่ต่างๆ เช่น แยกลาดพร้าวและสุทธิสาร เป็นต้น




กทม.ชี้ประตูระบายน้ำกรมชลฯเป็นตัวแปรสถานการณ์

   
          นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำฝั่งตะวันตก ว่า ขณะนี้ ปริมาณน้ำยังมีมาก ซึ่งกรุงเทพมหานครพยายามป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ภาคใต้ โดยจะเร่งสูบน้ำกลับเข้าสู่คลองภาษีเจริญ และเสริมคันกั้นน้ำที่คลองมหาสวัสดิ์ ปล่อยลงคลองสาขาในโครงการแก้มลิงคลองสนามชัย-มหาชัยที่ จ.สมุทรสาคร

          
          ขณะที่กรมชลประทานต้องเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีนให้เร็วที่สุด โดยตัวแปรที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอยู่ที่ประตูระบายน้ำของกรมชลประทานที่ชำรุด 14 จุด ซึ่งต้องเร่งซ่อมแซมในพื้นที่พุทธมณฑลสาย 4 และบางกรวย คาดว่า จะแล้วเสร็จวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ จึงอยากขอความร่วมมือประชาชนอย่าทำลายคันกั้นน้ำ เพราะจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์


สมุทรสาครอพยพชาวต่างด้าวหนีน้ำท่วม

   
   
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์น้ำทะลักเข้าท่วม จ.สมุทรสาคร ทำให้ย่าน ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน แห่งแรก หลังวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวเสียหายบ้านเรือน และโรงงานอุตสาหกรรม บางแห่ง ไม่สามารถเปิดทำการได้ ส่งผลให้มีแรงงานต่างด้าว ที่เดือดร้อน และวอตก หนีกลับบ้านไปจำนวนกว่า 10,000 คน


          ล่าสุด (ที่บริเวณวัดคลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน) นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ หน.จัดหางานสมุทรสาคร สั่งการให้ นายวันชัย สาครมณีรัตน์ ฝ่ายควบคุมแรงงาน สนง.จัดหางานสมุทรสาคร เข้าสำรวจดูแลแรงงานต่างด้าวหนีน้ำท่วม ณ วัดคลองมะเดื่อ ต.คอลงมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน โดยมี นายเดชา จัดหางานสมุทรสาคร ติดตามหลังนำข้าวสาร จำนวน 2 กระสอบ เข้าให้ก่อนเพื่อไว้กักตุนหุงหาบริโภค ทั้งนี้ภาใต้การดูแลเจ้าอาวาส

   
          นายวันชัย กล่าวว่า จากการสำรวจเป็นแรงงานผู้อพยพสภาพหนีน้ำ (โรงงานปิด) ในย่าน ต.อ้อมน้อย และทั่วสารทิศ ปากต่อปาก ทั้งในและนอกพื้นที่รวบรวมได้ชาย- หญิง นอกและในระบบถูกต้องตามกฎหมายกว่า 200 คน อย่างไรก็ตามสอบถามความประสงค์บรรดาแรงงานผู้สมัครใจรับความช่วยเหลือ ปรากฏว่า จำนวน 158 คน อยากอพยพนอกพื้นที่และกลับบ้าน เหตุไม่มั่นใจปัญหาน้ำท่วม ขณะที่ 68 คน ประสงค์ทำงานต่อ ซึ่งก่อนจะประสานทางเครือข่าย โดยมี จังหวัดราชบุรี และสภาหอการค้า จ.ราชบุรี แจ้งความต้องการใช้แรงงานจำนวนมากจึงเตรียมดำเนินการต่อไป

   
          ด้านนายเดชา กล่าวว่า สำหรับหลังปัญหาน้ำท่วมเขตพื้นที่สมุทรสาคร (ย่าน ต.อ้อมน้อย) แหล่งโรงงานส่วนหนึ่ง มีแรงงานต่างด้าว หนีกลับและต้องการพ้นพื้นที่กว่า 1 หมื่นคน เพราะหนีน้ำโรงงานปิดเข้าทำงานไม่สะดวก และตกงาน ว่าได้ประสานโครงการแคหะเอื้ออาทร ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ และ อาศัยวัดเทพนรรัตน์ ม.4 ต.นาดี ไว้เป็นศูนย์บรรเทาปัญหาน้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือแรงงานดังกล่าว (ชั่วคราว) ก่อนขยับขยายไปที่อื่น ๆ ตามความต้องการ

   
          “ทั้งนี้ หากสถานประกอบการรายใด และแรงงานไทย และเทศ มีปัญหาสามารถเข้าปรึกษา สนง.จัดหางานสมุทรสาคร และเข้าพักสถานที่ 2 แห่ง ที่ระบุข้างต้นได้ในเบื้องต้น ซึ่งได้เจราระหว่างจังหวัด และสภาหอการค้า จ.ราชบุรี เพื่อรองรับหนีน้ำท่วมมหาชัย ทำงานไว้แล้ว” นายเดชา กล่าว

   
          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนสภาพเจ้าหน้าที่ต่อสู้มวลน้ำท่วมพื้นที่สมุทรสาคร ยังคงอาศัยเครื่องสูบน้ำ ปักหลักแหล่งต่างๆ โดยเฉพาะประตูน้ำภาษีเจริญ หัวใจหลัก ทั้งนี้ยังไร้ความเสียหายเพิ่มเติม อาทิ หมู่บ้านสินสมบูรณ์ ม.10 แถบตำบลอ้อมน้อย และเสนทางสัญจร ถนนแยกอ้อมน้อยตัดเพชรเกษม ได้ถูกสั่งปิด ขณะที่ปริมาณน้ำท่วมถนนเฉลี่ยสูง 40 ซม. -1 เมตร รถเล็กวิ่งผ่านไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. ลามถึงถนนพุทธสาคร (สาย4ตัดใหม่) ขาเข้าและออก ตัวเมืองกระทุ่มแบน ซึ่งล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัด ขอความร่วมมือทางหลวงชลบท ปิดใช้งานลงแล้วอีกสายเช่นกัน