
เปิดระเบียบตั้งกก.ฟื้นฟู-นิวไทยแลนด์
เปิดระเบียบตั้งคกก.ฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ - ยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
๘พ.ย.๒๕๕๔ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. .... เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ฟื้นความเชื่อถือ และ สร้างความมั่งคั่งและมั่นคงของประเทศจากวิกฤตภัยธรรมชาติให้กลับฟื้นคืนมาในระยะยาวอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ จึงเห็นสมควรกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศโดยมีผู้ทรงคุณวุฒิประกอบกันเป็นคณะกรรมการดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศพ.ศ. ....”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้มีการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตของประเทศ โดยมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศเรียกโดยย่อว่า “กยอ.” และมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Strategic Committee for Reconstruction and Future Development” เรียกโดยย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “SCRF” เป็นผู้รับผิดชอบตามที่นายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งแต่งตั้งและเสนอคณะรัฐมนตรีทราบต่อไป
ข้อ ๔ กยอ. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ระดมความคิดเห็นและความรู้เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาว เสนอแก่รัฐบาล รวมถึงข้อเสนอในการจัดตั้งองค์กรถาวร วิธีการบริหารจัดการ การบริหารการเงิน การสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน การเสนอแนวทางการปฏิบัติราชการแผ่นดินในการฟื้นฟูและพัฒนา และอื่น ๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศจากภัยธรรมชาติในระยะยาวและวางอนาคตการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
(๒) รายงานการทำงานแก่คณะรัฐมนตรีเป็นประจำ
(๓) เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของ กยอ. ให้ถือเป็นหน้าที่ของส่วนราชการ และหน่วยงานอื่นของรัฐที่ต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กยอ.
(๔) ให้ความเห็นชอบในการว่าจ้างที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของ กยอ. และกำหนดค่าตอบแทนตามความจำเป็น
(๕) แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่ กยอ. มอบหมาย
(๖) ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ส่วนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พ.ศ. .... เนื่องด้วยสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรุนแรงและกว้างขวาง ประกอบกับเกิดการเปลี่ยนแปลงในสภาพภูมิอากาศโลก ทำให้ต้องมีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบโดยมีผู้ทรงคุณวุฒิประกอบกันเป็นคณะกรรมการดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ....”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการแก้ปัญหาอุทกภัย ดินโคลนถล่มและภัยแล้ง พ.ศ. ๒๕๕๔
ข้อ ๔ ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เรียกโดยย่อว่า “กยน.” และมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Strategic Committee for Water Resources Management” เรียกโดยย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “SCWRM” ตามที่นายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งแต่งตั้งและเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
ข้อ ๕ กยน. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ทบทวนนโยบาย แผนงานและแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ระดมความคิดเห็นและความรู้เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาและวางระบบการบริหารจัดการน้ำของประเทศ รวมทั้งจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและวางกรอบการลงทุนด้านการบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศ เสนอแก่รัฐบาล ทั้งนี้ ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ
(๒) รายงานการทำงานแก่คณะรัฐมนตรีเป็นประจำ
(๓) เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของ กยน. ให้ถือเป็นหน้าที่ของส่วนราชการ และหน่วยงานอื่นของรัฐที่ต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กยน.
(๔) ให้ความเห็นชอบในการว่าจ้างที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของ กยน. และกำหนดค่าตอบแทนตามความจำเป็น
(๕) แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่มอบหมาย
(๖) ดำเนินการอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย



