
'ปู'ชูยุทธศาสตร์หลังน้ำลดตั้งคกก.2ชุด
นายกรัฐมนตรี แถลงยุทธศาสตร์หลังน้ำลด ตั้งคกก. 2 ชุด 'ยงยุทธ-กิตติรัตน์' คุม แต่ไร้คนกทม.มีส่วนร่วม เชิญดร.สุเมธ เป็นที่รึกษาจัดการทรัพยากรน้ำ
เมื่อเวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการแถลงข่าว “มาตรการเชิงยุทธศาสตร์การฟื้นฟูประเทศ” ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.ประชา พรหมณ์นอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยศปภ. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวีรพงษ์ รามางกูล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟู และสร้างอนาคตประเทศไทย(กยอ.) ร่วมในการแถลงข่าวด้วย ซึ่งในการแถลงข่าวครั้งนี้มีการเชิญสื่อมวลชนจากต่างประเทศเข้าร่วมฟังด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า จากที่สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นถือว่า เป็นอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่เคยเจอมา ส่วนของพายุก็เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การเกิดอุทกภัยมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยอย่างรุนแรงในวงกว้าง ซึ่งรัฐบาลบูรณาการจากทุกหน่วยงานเต็มที่ ทำงานร่วมกับทุกกระทรวง กรม กอง ทั้งเอกชน ภาคประชาชนในการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จึงมีการตั้ง ศปภ. เป็นการรวมทุกส่วนงานเข้าด้วยกัน เป็นการรวมพลังน้ำใจจากทุกหน่วยงานที่เข้ามาร่วมในการช่วยหลือให้ประชาชน
"มวลน้ำต่างๆ เริ่มคลืบคลานเข้ามาบางส่วนของ กทม. แต่น้ำถือเป็น “มหาอุทกภัย” จึงไม่สามารถหยุดยั้งต่อธรรมชาติของน้ำที่ต้องระบายจากที่สูงลงที่ต่ำ แต่จะระบายอย่างไรให้กระทบน้อยที่สุดไปลงคลองและทะเลเร็วที่สุด ภายใต้ความเข้าใจของน้ำ ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่า บางพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างน้ำแห้งลงแล้ว ก็มีการดูแลฟื้นฟูเยียวยา ในการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนกลับมามีชีวิตปกติโดยเร็ว" นายกรัฐมนตรี กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า การดูแลแบ่งเป็น 3 ระยะ ส่วนแรก คือ การกู้ภัย แก้ปัญหาเร่งด่วน มีศปภ.และ พล.ต.อ.ประชา รับผิดชอบทำงานเร่งด่วน ในการรับเรื่องราวและแก้ปัญหา รวมทั้งส่งมอบสิ่งของ ดูแลรักษาพยาบาล และการบริหารจัดการน้ำท่วมจนกว่าน้ำจะลดอีก 2-3 เดือน
ส่วนที่สองระยะกลางมี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ดูแล ซึ่งหลังจากน้ำลด หรือกำลังน้ำลดต้องเข้าสู่การฟื้นฟูเยียวยา และซ่อมให้กลับคืนเป็นปกติ เรื่องของระบบให้กลับมาทำงานเหมือนเดิม พร้อมทั้งเยียวยาให้เงินช่วยเหลือ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งบุคคล ธุรกิจ และการดูแลโครงสร้างพื้นฐานให้ใช้งานได้ อีกทั้ง มาตรการระยะยาวในการทำอย่างไรให้เข้าใจปัญหา เข้าใจธรรมชาติ และภาวะต่างๆ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกที่ปลี่ยนไปแล้ว
“ดังนั้นคณะกรรมการต้องเข้าใจสร้างความเชื่อมั่น และสร้างความมั่งคั่งในประเทศที่จะอยู่อีกยาวในการดูแล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ฝันร้ายในประเทศไทยอีก ซึ่งมีคณะกรรมการสองชุด คือ ยุทธศาสตร์ฟื้นฟู ร่วมกับคณะกรรมการวางระบบทรัพยากรน้ำทำงานร่วมกัน ทั้งหมดนี้จะมาทราบว่าระยะยาวจะต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร จะหาเงินอย่างไร และใช้เงินอย่างไรให้เกิดประโยชน์ พร้อมทั้งต้องกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมา” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการ กยอ. มี นายวีรพงษ์ เป็นประธานกรรมการ และนายยงยุทธ นายกิตติรัตน์ เป็นกรรมการด้วย โดยคณะนี้จะแนะนำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายระยะยาวของประเทศให้รัฐบาล และที่สำคัญเป็นหน้าที่ของส่วนราชการในการทำงานประสานกับชุดนี้ สามารถว่าจ้างที่ปรึกษาชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ด้วย ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์วางระบบทรัพยากรน้ำ(กยน.) มีนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา มาเป็นที่ที่ปรึกษา โดยมีคณะกรรมการ 24 คน ซึ่งมีตนเป็นประธาน แต่ตนได้มอบหมายให้ นายกิตติรัตน์ เป็นประธานแทน และนอกจากนี้จะมีการเชิญที่ปรึกษามาทำงานร่วมกัน และยังมีภาคเอกชน ภาคประชาชนที่จะหารือร่วมกันในแนวทางที่บริหารจัดการน้ำอย่างถาวร
“เราไม่สามารถนิ่งเฉยได้จึงเป็นวาระแห่งชาติที่เชิญผู้มีประสบการณ์มาร่วมคิดแก้ไข เพื่อให้เห็นประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ซึ่งรัฐบาลสัญญาว่า เราจะดำเนินการเพื่อเร่งรัดในการเรียกความเชื่อมั่นให้ประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคง และเราจะสร้างประเทศไทยไปด้วยกัน ถึงเวลาที่เราจะรวมพลังกันในการฟื้นฟูประเทศไทย” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวพบว่า ในส่วนของคณะกรรมการ กยน.ที่มีกรรมการรวม 24 คนนั้น ปรากฏว่าไม่มีผู้ว่ากทม. หรือตัวแทนกทม.ร่วมอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้แต่อย่างใด



