ข่าว

'ปชป.'อัด'รัฐ'หอบสถิติน้ำ6เขื่อนท้า

'ปชป.'อัด'รัฐ'หอบสถิติน้ำ6เขื่อนท้า

08 พ.ย. 2554

'ปชป.' หอบสถิติน้ำ 6 เขื่อน ท้าหาผู้ร้ายใครทำน้ำท่วม อัด 'รัฐบาล' ผลาญเวลาฝันจำนำข้าว-กระชับแข้งเขมร ลืมเวลาบริหารน้ำ เหน็บ 'ปู' ชอบเล่นบทนางเอก สาดน้ำตา ป้ายบทผู้ร้ายคนอื่น แจงยิบรายละเอียดน้ำ

          8 พ.ย.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้รัฐบาล กรณีกล่าวโทษว่า รัฐบาลประชาธิปัตย์ เก็บน้ำในเขื่อนจนเป็นต้นเหตุน้ำท่วมว่า เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ชี้แจงข้อมูลหลายครั้งแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยไม่ต้องรอน้ำลด เพื่อทำให้เห็นความชัดเจนว่าใครบริหารน้ำผิดพลาดกันแน่ เพื่อจะได้แสดงความรับผิดชอบก่อนที่จะสายเกินไป
 พร้อมกันนี้นายชวนนท์ได้ ได้นำสถิติน้ำในเขื่อน 6 แห่งมาแสดงต่อสื่อมวลชน ประกอบด้วย เขื่อนวชิราลงกรณ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนสิรินธร เขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนน้ำพุง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 7 พ.ย. โดยพบว่า ระดับน้ำทั้ง 6 เขื่อนอยู่ในเกณฑ์ต่ำสุดถึงปานกลางในช่วงที่รัฐบาลประชาธิปัตย์บริหารประเทศ แต่ระดับน้ำพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องหลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

          ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า หลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่สนใจที่จะบริหารจัดการน้ำ มัวแต่ฝันหวานถึงประโยชน์ทางการเมือง ที่จะได้รับจากโครงการรับจำนำข้าว ส่วนส.ส.เพื่อไทย และเอาเวลาไปเตะบอลกับเขมร แทนที่จะสะท้อนให้รัฐบาลรับทราบถึงปัญหาของประชาชน ตนจึงอยากให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้โดยไม่ต้องรอน้ำลดว่า มีใครจงใจเก็บน้ำ ใครตั้งใจบิดเบือนปริมาณน้ำเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง หวังนำนโยบายจำนำข้าวมาเพิ่มคะแนนนิยมให้ตัวเองจนชาติเสียหาย ทั้งที่ปริมาณน้ำในปีนี้ไม่สูงกว่าปีที่ผ่าน ๆ มาแต่รัฐบาลกลับบริหารผิดพลาดจนเกิดน้ำท่วมใหญ่สร้างความเสียหายมหาศาล ซึ่งตนเชื่อว่าเมื่อประชาชนรับทราบความจริงก็จะตาสว่าง เพราะผู้ที่อ้างว่าเป็นคนแก้ปัญหา แท้จริงแล้วคือผู้สร้างปัญหาเอง

          นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงพฤติกรรมของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ใช้วิธีอ้อนขอความเห็นใจจากประชาชนว่า การที่นายกรัฐมนตรีมีลักษณะขอความเห็นใจก็ถือเป็นปกติของคนเป็นผู้หญิงที่จะอ่อนไหวในการทำงานมากกว่าปกติ แต่การอ้างว่าทุกฝ่ายเล่นการเมืองนั้นตนไม่เห็นด้วย เพราะเหมือนกับว่านายกรัฐมนตรีใช้ความเป็นผู้หญิงมาสวมบทบาทนางเอกให้ทุกฝ่ายดูแย่และกีดขวางการทำงานของรัฐบาลไปทั้งหมด ซึงความจริงไม่ใช่ ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ให้ข้อคิดเห็นกับรัฐบาลมาโดยตลอดและสุดท้ายรัฐบาลก็นำไปปรับใช้หลายเรื่อง แต่นายกฯกลับกล่าวหาว่ามีคนเล่นการเมืองจึงขอให้นายกหยุดกล่าวโทษคนอื่น เพราะคนกีดขวางการทำงานของรัฐบาลคือการไร้ความสามารถของนายกัฐมนตรี ที่ใช้คนไม่เป็น ใช้อำนาจไมถูก ปัญหาจงลุกลามบานปลายมาถึงวันนี้

          ทั้งนี้รายละเอียดที่นายชวนนท์นำมาแสดง ได้แก่ ระดับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์วันที่ 31 กรกฎาคมตัวเลขประมาณ 800 ล้านลูกบาศก์เมตร จากนั้นตัวเลขพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องเกือบ 3000 ล้านลูกบาศก์เมตรในช่วงปลายเดือนตุลาคม

          เขื่อนน้ำพุง ในเดือนกรกฎาคมประมาณ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร พุ่งสูงขึ้นจนเกือบถึง 180 ล้านลูกบาศก์เมตรในบ่วงปลายเดือนตุลาคม เขื่อนจุฬาภรณ์ ในเดือนกรกฎาคม ไม่ถึง 60 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่พุ่งสูงถึง 175 ล้านลูกบาศก์เมตรในช่วงปลายเดือนตุลาคม

          เขื่อนสิรินธร ในเดือนกรกฎาคม ไม่ถึง 950 ล้านลูกบาศก์เมตร พุ่งสูงขึ้นถึง 1966 ล้านลูกบาศกืเมตรในช่วงปลายเดือนตุลาคม เขื่อนศรีนครินทร์ ในเดือนกรกฎาคม ไม่ถึง 13000 ล้านลูกบาศก์เมตร พุ่งสูงขึ้นเป็น 16000 ล้านลูกบาศก์เมตรในช่วงปลายเดือนตุลาคม

          เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในเดือนกรกฎาคมประมาณ300 ล้านลูกบาศก์เมตร พุ่งสูงขึ้นเกือบ 1100 ล้านลูกบาศก์เมตรในช่วงปลายเดือนตุลาคม

 

'สกลธี'จี้'ศปภ.'แจงรายละเอียดถุงยังชีพเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ

          วันเดียวกัน นายสกลธี ภัทยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีการตั้งข้อสังเกตราคาถุงยังชีพที่มีราคาสูงเกินกว่าความเป็นจริงจนนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มีนายยรรยงค์ พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานว่า ขณะนี้ได้มีตัวแทนจากคณะกรรมการมาติดต่อเพื่อขอให้ตนไปให้ข้อมูลที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ศปภ.) ซึ่งได้ตอบกลับไปมาว่าไม่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามนั้น เนื่องจากได้ทำหน้าที่หาข้อมูลและตั้งคำถามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลผ่านการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ในฐานะฝ่ายค้านแล้ว อย่างไรก็ตามรู้สึกเสียใจและแปลกใจกับรายงานข่าวที่มีการระบุว่าคณะกรรมการดังกล่าวได้พยายามเรียกสื่อมวลชนไปเซ็นรับทราบว่าได้รับข้อมูลมาจากตน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นการเตรียมการดำเนินการฟ้องร้อง พฤติกรรมดังกล่าวถือได้ว่าคุกคามการทำหน้าที่การตรวจสอบของฝ่ายค้านและเป็นเรื่องตลกที่มีการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายค้านภายหลังประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจ แทนที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่ามีการดำเนินการที่โปร่งใสหรือไม่

          ส่วนกรณีที่ศปภ.ชี้แจงรายละเอียดถุงยังชีพ ที่มีการแบ่งออกเป็น3ส่วน ในสัดส่วนราคา300, 500 และ 800บาท ซึ่งการแจกจ่ายขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่นั้น นายสกลธี กล่าวว่า เป็นตรรกะที่ผิด ฟังไม่ขึ้น และเทียบได้กับการแบ่งชั้นความเดือดร้อนของประชาชน เพราะการเดือดร้อนนั้นไม่สามารถแบ่งได้ และการดำเนินการก็ยากที่จะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ อาทิ ประชาชนที่ประสบระดับน้ำท่วมที่ 60 ซม.หรือ 1 เมตร ก็น่าจะได้รับความเดือดร้อนไม่ต่างกัน อีกทั้งก็เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการเบิกจ่ายงบประมาณที่เกินราคาจริง อาทิ มีการแจกจ่ายถุงยังชีพในราคาถุงละ300บาท แต่กลับเบิกงบประมาณในราคาถุงละ 500 บาท ดังนั้นรัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดว่ามีการกระจายถุงยังชีพทั้งหมดไปยังจุดใด เมื่อใด และอย่างไรบ้าง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พร้อมกันนี้นายสกลธียังนำเอกสารสรุปรายละเอียดการจัดซื้อถุงยังชีพมาแสดง โดยในส่วนของการจัดซื้อถุงยังชีพนั้น มีการระบุถึงการจัดซื้อถุงยังชีพในราคา500และ800บาท แต่ไม่มีในสัดส่วนราคา 300 บาทตามที่ศปภ.กล่าวอ้าง ซึ่งนายสกลธี ตั้งข้อสังเกตว่ารายละเอียดถุงยังชีพในราคา300บาทตามที่ศปภ.พยายามชี้แจงนั้น น่าจะเป็นการแก้ตัวที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่ประเด็นดังกล่าวออกสู่สาธารณะ รวมถึงเมื่อพิจารณาในรายละเอียดสินค้าตามรายการจะพบความผิดปกติอื่น ๆ อาทิการซื้อเต้นท์นอน 2 คน ชนิดเดียวกัน แบบเดียวกันที่มีราคาต่างกันถึง 2 เท่ารวมถึงส้วมกระดาษที่จัดซื้อแพงกว่าของจริงถึง 134 บาท

          นายสกลธี กล่าวว่า ข้อมูลในส่วนนี้พรรคประชาธิปัตย์จะรวบรวมไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยเน้นไปที่ความโปร่งใสในการจัดการของบริจาค และการใช้งบประมาณ ขณะนี้ ส.ส.ในพรรคได้ติดต่อมาที่ตนเพื่อรวบรวมข้อมูลแล้ว ส่วนจะดำเนินการอย่างไรนั้นคงเป็นไปตามมติพรรค
 “ ผมไม่ได้ท้าทายแต่พรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการอย่างถึงที่สุด หากศปภ.จะฟ้องร้องก็ยินดี เพราะจะทำให้เรื่องนี้กระจ่าง แต่แทนที่ศปภ.จะฟ้อง ที่ถูกคือต้องมาขอบคุณผม เพราะข้อมูลตรงนี้นำมาสู่การตั้งคณะกรรมการ ได้ชี้แจงกับประชาชนถึงข้อเท็จจริง เพราะที่ผ่านมาความน่าเชื่อถือของศปภ.ได้ล้มละลายไปแล้ว ” นายสกลธีกล่าว

          นายสกลธี ยังแจกแจงข้อมูลการจัดซื้อถุงยังชีพของหน่วยงานคือ สำนักนายกรัฐมนตรีมีการจัดซื้อถุงยังชีพราคา 500 บาท 1 แสนถุง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใช้งบประมาณ 173 ล้านบาท จัดซื้อถุงยังชีพราคา 500 บาท 1 หมื่นถุง และ 800 บาท 2 แสนถุง พร้อมระบุว่า อยากให้ทั้งสองหน่วยงานเปิดเผยบัญชีให้ชัดเจนว่าแจกถุงยังชีพจำนวนเท่าใดในพื้นที่ใดบ้าง ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีจริงจังกับเรื่องนี้เมื่อตรวจสอบไปอาจพบคนกันเองทำผิด จึงขอว่าอย่าทำแบบลูบหน้าปะจมูก