
'น้ำท่วม'ทำต้นทุนข้าวสารเพิ่ม!
น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลูกข้าว และการเดินทางไปยังโรงสีต่าง ๆ ทำให้ร้านขายข้าวสารในเมืองตรังมีต้นทุนเพิ่ม จนจำเป็นต้องปรับราคาขึ้นแล้ว 5 เปอร์เซ็นต์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย.54 ได้เดินทางไปสำรวจการจำหน่ายข้าวสาร ตามร้านค้าต่าง ๆ ในตลาดเทศบาลนครตรัง ปรากฎว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลาง ได้สร้างผลกระทบต่อร้านจำหน่ายข้าวสารพอสมควร โดยเฉพาะต้นทุนที่ต้องเพิ่มสูงขึ้นจากค่าน้ำมัน เนื่องจากเส้นทางที่ต้องเดินทางไปยังโรงสีหลายแห่งมีปัญหาน้ำท่วม ทำให้ต้องเสียเวลาในการเดินทางอ้อมเป็นระยะทางไม่น้อย และส่งผลต่อเนื่องมาถึงราคาข้าวสารชนิดขายปลีก ที่จำต้องปรับราคาขึ้นตามต้นทุนเพื่อความอยู่รอด
นายอรรถพันธ์ จันทร์จารุกุลกิจ ผู้จัดการ ร้านมิตรแท้ ธุรกิจจำหน่ายข้าวสารรายใหญ่ ในตลาดเทศบาลนครตรัง เปิดเผยว่า ผลจากการที่รถบรรทุกข้าวสารต้องอ้อมหนีน้ำไกล เพื่อไปซื้อข้าวในจังหวัดนครราชสีมา หรือจังหวัดนครปฐม ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเพิ่มขึ้น 5 - 10 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องปรับราคาขายปลีกข้าวสารประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ โดยบางส่วนทางร้านก็ยอมที่จะรับภาระเสียเอง เพราะต้องการให้ลูกค้ามีผลกระทบน้อยที่สุด เช่น ข้าวหอมมะลิ 100 เปอร์เซ็นต์ จากกิโลกรัมละ 37 - 38 บาท ก็ปรับขึ้นเป็น 39 บาทเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในขณะนี้ จะยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจข้าวสารไม่มากนัก แต่ก็เป็นห่วงว่าในอีกประมาณ 3 เดือนข้างหน้า อาจเกิดภาวะขาดแคลนข้าวสารในการบริโภค อันเป็นผลมาจากการที่พื้นที่ปลูกข้าวในภาคกลางเสียหายอย่างหนัก และกว่าจะได้ผลผลิตรอบใหม่คงใช้เวลาอีกนานพอสมควร จึงกังวลว่า จากสถานการณ์ที่ข้าวสารขาดแคลนนั้น อาจจะทำให้ต้องมีการปรับราคาขายปลีกตามมา แต่ยังโชคที่พื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง แหล่งปลูกข้าวใหญ่ ไม่มีปัญหาน้ำท่วม จึงสามารถผลิตข้าวสารมาทดแทนได้



