
โอบามาเล็งฟื้นศาลทหารจัดการก่อการร้าย
วอชิงตัน-โอบามาเล็งดึงศาลทหารกลับมาพิจารณคดีผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายอีก
หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์สของสหรัฐ รายงานเมื่อวันเสาร์ (2 พ.ค.) ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีบารัก โอบามากำลังเดินหน้ารื้อฟื้นระบบกรรมาธิการทหารเพื่อนำมาใช้เป็นวิธีฟ้องร้องดำเนินคดีผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายที่ศูนย์กักกันในกองทัพสหรัฐบนอ่าวกวนตานาโม ประเทศคิวบา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้นายโอบามาเคยวิพากษ์วิจารณ์คัดค้านการใช้วิธีนี้
รายงานข่าวซึ่งอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่หลายคน ระบุว่า รัฐบาลของนายโอบามากำลังวางแผนจะปรับปรุงระบบกรรมาธิการทหารที่เคยตั้งขึ้นในสมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เพื่อเปิดทางให้มีการคุ้มครองทางกฎหมายต่อผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายมากขึ้น โดยการเดินหน้ารื้อฟื้นระบบนี้อาจเริ่มขึ้นอย่างเร็วภายในสัปดาห์หน้า ด้วยการส่งผู้พิพากษาทหารไปประจำการที่เรือนจำกวนตานาโม
นิวยอร์กไทม์สระบุอีกว่า การเดินหน้าใช้ระบบตุลาการทหารเข้าไปนั้นอาจทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากบรรดากลุ่มสิทธิมนุษยชน รวมทั้งพันธมิตรทางการเมืองของนายโอบามาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับประเด็นด้านกวนตานาโมกล่าวว่า อัยการเริ่มกังวลว่าอาจเผชิญกับอุปสรรคใหญ่หลวงในการนำตัวผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายมาขึ้นศาลที่เป็นของรัฐบาลกลาง เนื่องจากผู้พิพากษาอาจไม่พอใจที่จะต้องใช้หลักฐานที่รวบรวมโดยสำนักข่าวกรองแห่งต่างๆ มาใช้ในการพิจารณาคดีทั้งๆ ที่นักโทษถูกจับคุมขังและทรมานมานานระหว่างรอการพิจารณาคดี
รายงานนี้มีขึ้นเพียงไม่นานหลังจากที่มีการออกมาแฉวิธีการทรมานผู้ต้องสงสัยด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งวิธี "วอเตอร์บอร์ดดิ้ง" หรือการราดน้ำใส่หน้าผู้ต้องสงสัยที่ถูกปิดตาอยู่เพื่อให้เหยื่อรู้สึกเหมือนกำลังจมน้ำ โดยล่าสุดคือมีรายงานว่า นายบรูซ เจสเซน และนายจิม มิทเชล สองนักจิตวิทยาผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทมิทเชลเจสเซน แอนด์ แอสโซซิเอทส์ ในเมืองสโปคเคน รัฐวอชิงตัน เป็นผู้คิดค้นวิธีการนี้ได้รับค่าตอบแทนสูงถึงวันละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35,000 บาท) จากการทำหน้าที่ควบคุมการใช้เทคนิคการทรมานบรรดาผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่เชื่อว่าเป็นสมาชิกอัล-ไกดาในคุกลับของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) โดยทั้งคู่ได้ทำข้อตกลงลับกับซีไอเอในการคิดค้น



