ข่าว

ห้างน้ำดื่มขาด'สิงห์-ช้าง'เปิดจุดขายเอง

ห้างน้ำดื่มขาด'สิงห์-ช้าง'เปิดจุดขายเอง

08 พ.ย. 2554

คนหนีน้ำแห่พักอีสาน ทำแอลพีจีหมดสต็อก อ้างติดขัดการขนส่ง หวั่นพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา เผยหัวจักรรถไฟชำรุดหลังขนบิ๊กแบ็กกั้นน้ำท่วม คาดอีก 7 วันซ่อมเสร็จสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ "สิงห์-ช้าง" เปิดจุดขายเองแก้น้ำดื่มในห้างไม่พอขาย ส่วนเซเว่นฯ รับสินค้าเอสเอ็

            สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้ประชาชนทยอยอพยพมาอาศัยอยู่ต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ขณะที่ใน จ.ขอนแก่นแม้จะไม่พบปัญหาขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค แต่กลับพบปัญหาขาดแคลนก๊าซแอลพีจีในบางพื้นที่แล้ว

           นายสมพล แซ่ตั้ง ผู้จัดการสยามก๊าซ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ศูนย์กระจายก๊าซในภาคอีสาน กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมเดินทางมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ในภาคอีสานเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ก๊าซแอลพีจีขายดีขึ้น แต่ปัญหาที่พบขณะนี้คือเรื่องการขนส่งก๊าซแอลพีจีทั้งทางรถไฟและรถบรรทุกลดลงครึ่งหนึ่ง ทำให้ก๊าซขาดตลาดไม่เพียงพอที่จะกระจายไปยังผู้ประกอบการรายย่อย  หลายจังหวัดในอีสานเริ่มขาดแคลนหาซื้อก๊าซแอลพีจีได้ยากขึ้น

   
           "ปัญหาที่พบในตอนนี้คือก๊าซขาดตลาดทุกจังหวัดในอีสาน ไม่เพียงพอที่จะขายให้แก่ผู้ประกอบการในหลายจังหวัดแล้ว ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะปกติเมื่อไร หากเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ กลัวว่าจะต้องมีการตรึงราคา ส่วนระยะยาวกลัวมีปัญหาการฉวยโอกาสขึ้นราคาก๊าซได้ ในอนาคตอาจจะต้องสั่งซื้อโดยตรงจากบริษัทที่บางปะกง ซึ่งจะทำให้บริษัทก็ต้องรับภาระค่าขนส่งเพิ่มขึ้น หากนำเข้าเองก็มีความจำเป็นต้องบวกเพิ่มค่าขนส่งอีก 21 บาท" นายสมพลกล่าว


ยันอีก7วันแอลพีจีฉลุยอีสาน


               ผู้จัดการสยามก๊าซ กล่าวด้วยว่า ปกติมีรถไฟขนส่งก๊าซเข้ามาวันละ 2 ขบวน ส่วนรถบรรทุกประมาณ 50 คัน แต่ระยะนี้การขนส่งลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว เมื่อสอบถามไปยังคลังปิโตรเลียมขอนแก่น ทราบว่าหัวรถจักรรถไฟชำรุดทำให้กำลังในการขนส่งลดลง รถไฟขนส่งได้เพียงวันละ 1 ขบวนเท่านั้น จากปกติซื้อขายก๊าซวันละ 15 ตัน ลดลงเหลือเพียง 7-8 ตันเท่านั้น

               นายชัยยศ หงส์ขจร ผู้จัดการคลังปิโตรเลียมขอนแก่น กล่าวว่า เนื่องจากหัวจักรรถไฟที่ใช้ขนส่งก๊าซมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางการรถไฟฯ ได้แจ้งว่านำไปใช้ขนส่งกระสอบทรายบิ๊กแบ็กเพื่อป้องกันน้ำท่วม  ทำให้หัวรถจักรที่จะใช้ขนส่งก๊าซชำรุด ต้องส่งไปซ่อมที่ จ.นครราชสีมา คาดว่าอีก 1-2 วันจึงจะแล้วเสร็จ จากปกติที่เคยขนส่งวันละ 2 ขบวน ลดลงเหลือวันละ 1 ขบวน ส่วนที่ผู้ประกอบการเกรงว่าก๊าซจะขาดแคลนนั้น  ยืนยันก๊าซไม่ขาดแคลนแน่นอน แต่มีปริมาณลดลงเท่านั้น ทางคลังปิโตรเลียมขอนแก่น ได้ประสานไปยังการรถไฟฯ ให้เร่งดำเนินการซ่อมแซม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติเร็วๆ นี้
   
           “ขณะนี้ในคลังไม่มีสต็อกน้ำมันแล้ว มีจำหน่ายวันต่อวัน แต่ยังไม่อยู่ในภาวะขาดแคลนก๊าซ เพียงแต่ปริมาณลดลงเท่านั้น ใน 1 อาทิตย์คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนแผนรองรับที่จะนำมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทางคลังปิโตรเลียมขอนแก่น ได้เตรียมเสริมรถขนส่งในวันพรุ่งนี้จำนวน 50 คัน และจะขยายเวลาจ่ายจากเดิมถึง 17.00 น. จะขยายไปจน 20.00 น. ส่วนในระยะยาวได้เตรียมซื้อหัวรถจักรเอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในเรื่องการขนส่ง” นายชัยยศกล่าว


สิงห์เปิดจุดขายกระจายน้ำดื่ม


           ขณะเดียวกัน รัฐบาลและภาคเอกชนได้เร่งแก้ไขปัญหาสินค้าขาดแคลนจากภาวะน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ในขณะนี้ โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและไข่ไก่ จะมีเพียงน้ำดื่มบรรจุขวดยังมีปัญหาขาดแคลน
   
           บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ระบุว่า บริษัทได้จัดพื้นที่จำหน่ายน้ำดื่มสิงห์ให้แก่ประชาชนทั่วไป 2 จุด จุดแรกที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ถนนสามเสน เขตดุสิต และจุดที่ 2 ที่สิงห์ เซ็นเตอร์ แอท อโศก บริเวณสถานทูตญี่ปุ่นเก่า แยกเพชรบุรีตัดอโศก ซึ่งผู้ซื้อต้องนำบัตรประชาชนมาแสดง และสามารถซื้อได้คนละ 4 แพ็ก (1.5 ลิตรx6ขวด) ต่อคนต่อสัปดาห์ จำหน่ายในราคาแพ็กละ 60 บาท ทั้ง 2 จุดจะมีน้ำดื่มจำหน่ายประมาณวันละ 1,000 แพ็ก หรือจนกว่าของจะหมด
   
           ทั้งนี้ เปิดจำหน่ายที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. และเปิดจำหน่ายที่สิงห์ เซ็นเตอร์ แอท อโศก ตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 0-2242-4499 และ 0-2652-8680 และขอประกาศยกเลิกการจัดกิจกรรมงานเบียร์ที่ลานเซ็นทรัลเวิลด์ และสยามพารากอน รวมถึงอีก 9 จุดใหญ่ ทั้งกรุงเทพฯ ในปีนี้ 


           น้ำดื่มช้างล่องแพขาย-บริจาค
   

           ด้านนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้โรงงานสามารถขนส่งสินค้าได้น้อยลง แต่พยายามหาวิธีที่จะนำน้ำดื่มช้างออกมากระจายให้พอต่อความต้องการ ล่าสุดได้ใช้วิธีการขนส่งทางแพที่ต้องใช้เรือลากจูงจากโรงงานที่บางบาล ใช้เวลาถึง 18 ชั่วโมงจึงมาถึงท่าของโรงงานในกรุงเทพฯ จึงมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
   
           "บริษัทเตรียมนำน้ำดื่มออกมาจำหน่ายให้ประชาชนควบคู่กับการนำไปบริจาคที่ทำไปแล้วกว่า 4 ล้านขวด โดยได้กำหนดจุดขายน้ำดื่มช้าง 9 จุด เป็นเวลา 9 วัน เปิดจำหน่ายวันละ 1 จุด จุดละ 10,000 แพ็ก เริ่มวันแรกในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งประชาชนต้องนำบัตรประชาชนมาแสดงที่จุดรับบัตรคิว เพื่อให้สามารถกระจายน้ำดื่มให้ได้มากที่สุด บริษัทได้จำกัดให้ซื้อคนละ 5 แพ็ก หรือ 60 ขวด ขนาด 600 ซีซี" นายฐาปนระบุ
   
           สำหรับจุดจำหน่ายน้ำดื่มช้าง ได้แก่ 1.ลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2.ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี 10 พฤศจิกายน 3.สยามนิรมิตร 11 พฤศจิกายน 4.สวนหลวง ร.9 วันที่ 12 พฤศจิกายน 5.วงเวียนใหญ่ 13 พฤศจิกายน 6.เซ็นทรัล พระราม 2 วันที่ 14 พฤศจิกายน 7.ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 15 พฤศจิกายน 8.สวนลุมพินี 16 พฤศจิกายน และ 10.ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. 17 พฤศจิกายน


ไข่ไก่มาเลย์3ล้านฟองถึงในเร็วนี้

               นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่กรมปศุสัตว์ไม่ออกใบอนุญาตผ่านการควบคุมโรคให้แก่ไข่ไก่จากมาเลเซีย ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า จะเร่งนำเข้าไข่ไก่ 3 ล้านฟองจากประเทศมาเลเซียโดยเร็ว 
   
           เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกิตติรัตน์แสดงความไม่พอใจการทำงานของกรมปศุสัตว์ที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าไข่ไก่จากมาเลเซีย ถึงขนาดขู่จะปลดอธิบดีกรมปศุสัตว์ออกจากตำแหน่ง เพราะไม่สนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการนำเข้าไข่ไก่จากต่างประเทศโดยเร็ว เพื่อชดเชยผลผลิตไข่ไก่ภายในประเทศที่หายไปจากระบบเฉลี่ยวันละ 3-4 ล้านฟองจากปัญหาอุทกภัย
   
           ทั้งนี้ ช่วงที่ยังไม่สามารถนำเข้าไข่ไก่จากมาจากประเทศมาเลเซีย กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานผู้ผลิตไข่ไก่รายใหญ่ เช่น ซีพี และเบทาโกร นำไข่ไก่ราคาถูกออกจำหน่ายให้แก่ประชาชน เพื่อแก้ปัญหาไข่ไก่ราคาแพง
   
           รายงานแจ้งว่า วันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ จะมีการจำหน่ายสินค้ารถธงฟ้าเคลื่อนที่ (Mobile Unit) เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 10 จุด ได้แก่ 1.เขตคลองสามวา หน้าสำนักงานเขตคลองสามวา 2.เขตสายไหม เลยวัดหนองใหญ่ไป 200 เมตร เต็นท์เจ้าหน้าที่ 3.เขตดอนเมือง วัดนาวง (เรือธงฟ้า) 4.เขตหนองจอก คอสะพานท้ายอาคาร 6 เคหะชุมชนหนองจอก 5.เขตสัมพันธวงศ์ หน้าสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ 6.เขตบางนา เคหะชุมชนบางนา 7.เขตลาดกระบัง ตลาดน้ำมหานคร 8.เขตห้วยขวาง ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนโรงปูนฝั่งใต้ 9.เขตห้วยขวาง ลานกีฬาชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา และ 10.เขตดินแดง สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง


เซเว่นฯรับสินค้าเอสเอ็มอีวางขาย


           นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเผยว่า บริษัทมีความเป็นห่วงเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าออกมาแล้ว ไม่มีช่องทางจำหน่าย เนื่องจากกิจการร้านค้าหลายๆ แห่งถูกน้ำ จึงพร้อมที่จะช่วยเหลือด้วยการเปิดรับสินค้าเอสเอ็มอีเข้ามาจำหน่ายที่ร้านเซเว่นฯ โดยเฉพาะสินค้าประเภทบริโภคหรืออาหาร เครื่องดื่ม สามารถติดต่อได้ที่โทร.0-2677-9000
   
           "บริษัทได้สนับสนุนเงินทุน รวมทั้งอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นมาอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) นับตั้งแต่เกิดอุทกภัยในจังหวัดต่างๆ มากว่า 3 เดือน นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดรับเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชนสมทบทุนกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยได้ที่ร้านเซเว่นฯ ทุกสาขาตลอด 24 ชั่วโมง" นายปิยะวัฒน์ กล่าว
   
           กรรมการผู้จัดการผู้นี้กล่าวอีกว่า บริษัทยังคงมีตำแหน่งงานว่างจำนวนมากสำหรับพนักงานทุกระดับ โดยเฉพาะพนักงานร้านสาขาเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศ ซึ่งผู้สนใจมาร่วมงานกับเราสามารถติดต่อบริษัทได้ที่ 0-2677-1719 และ 0-2677-1726 หรือสมัครผ่านเว็บไซต์ www.cpall.co.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ห้าง-ร้านค้าปลีกทยอยปิดบริการ


           สำหรับสถานการณ์ของห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีกในกรุงเทพฯ ขณะนี้ได้ทยอยปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่น้ำได้ไหลเข้าท่วมหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ชั้นใน โดยห้างเซ็นทรัลพลาซาได้ปิดทำการไม่มีกำหนด 3 สาขา ได้แก่ ปิ่นเกล้า, ลาดพร้าว และรามอินทรา ส่วนศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน และจะเปิดเมื่อเหตุการณ์ดีขึ้น ขณะที่บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป แจ้งว่า ได้ปิดให้บริการสาขาเดอะมอลล์ บางแค ยกเว้นในส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตบริเวณชั้นล่าง ซึ่งลูกค้าได้พายเรือมาซื้อสินค้า  
   

           นอกจากนี้ ร้านค้าปลีก "เทสโก้ โลตัส" ปิดให้บริการรวมแล้วกว่า 100 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านขนาดเล็ก เอ็กซ์เพรส คอนวีเนียนสโตร์ ขณะที่ "บิ๊กซี" ปิดบริการรวมประมาณ 17 แห่ง เป็นร้านขนาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ นวนคร บางใหญ่ รังสิต และคลอง 3 ปทุมธานี ที่เหลือเป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็กรูปแบบ มินิบิ๊กซี 12 แห่ง และร้านเพียว 1 แห่ง ส่วน "ท็อปส์" ปิดบริการรวม 25 แห่ง สำหรับเซเว่นอีเลฟเว่น ปิดบริการกว่า 400 แห่งจากทั้งหมด 6,200 แห่งทั่วประเทศ โดยผู้ประกอบการต่างเชื่อว่าหากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายพร้อมจะเข้าเคลียร์พื้นที่และกลับมาเปิดบริการได้ในทันที


ธปท.ยันกระจายเงินไม่สะดุด
   

           นายนพพร ประโมจนีย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.มีแผนสำรองที่จะขนส่งธนบัตรจากโรงพิมพ์ธนบัตรของ ธปท.ที่พุทธมณฑลสาย 7 เพื่อกระจายเงินสดให้ถึงมือประชาชน โดยกระจายไปยังศูนย์บริหารจัดการธนบัตรของ ธปท.ทั้ง 10 ศูนย์ ได้แก่ นครราชสีมา เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี ระยอง กทม. พังงา สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่ โดยจะเน้นที่ศูนย์ระยองและศูนย์นครราชสีมาเป็นพิเศษ สามารถรองรับการใช้จ่ายได้ประมาณ 3 เดือนนับจากนี้ อย่างน้อยที่สุดจนถึงปีใหม่ หรือทั้งเดือนมกราคม 2555
   

           “แต่ที่ห่วงขณะนี้คือจำนวนตู้เอทีเอ็มที่เริ่มปิดมากขึ้นเรื่อยๆ ตามพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งกระจายเป็นวงกว้าง โดยขณะนี้ตู้เอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์ปิดไปแล้วมากกว่า 5,200 ตู้ ขณะที่รถและเรือบริการทางการเงินเคลื่อนที่มีไม่เพียงพอ และบางพื้นที่น้ำแรงมาก เรือเคลื่อนที่ก็เข้าไปให้บริการไม่ได้ ประชาชนอาจจะต้องมากดเอทีเอ็มในส่วนที่ยังให้บริการ ซึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน หรือพื้นที่ที่น้ำเริ่มแห้งแล้วมากขึ้น” ผู้ช่วยผู้ว่าการธปท.กล่าว
 
ทุ่ม5แสนล.เยียวยา6กลุ่ม
   
           ขณะเดียวกันการประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (ด้านเศรษฐกิจ) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 8 พฤศจิกายน โดยมีมาตรการช่วยเหลือฟื้นฟูทั้งหมด 6 กลุ่ม 1.ประชาชนทั่วไป 2.เกษตรกร 3.แรงงาน 4.ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 5.ผู้ประกอบการรายใหญ่ และ 6.มาตรการอื่นๆ หากรวมวงเงินสินเชื่อที่จะนำมาใช้ในมาตรการฟื้นฟูช่วง 1 ปี วงเงินรวมกว่า 3.7 แสนล้านบาท และเมื่อรวมงบประมาณปี 2555 ที่รัฐบาลตั้งไว้อีก 1.3 แสนล้านบาท เท่ากับว่ามีวงเงินที่จะใช้ในการฟื้นฟูกว่า 5 แสนล้านบาท
   
           ด้านมาตรการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่เสียหาย กรณีบ้านเสียหายทั้งหลังจ่ายจริงไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อหลัง เสียหายบางส่วนจ่ายไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อหลัง ทรัพย์สินเสียหายจ่ายจริงไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อครัวเรือน พร้อมให้ธนาคารออมสินกับธนาคารอาคารสงเคราะห์จัดสินเชื่อเพื่อการเคหะวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ให้วงเงินไม่เกิน 100% ของราคาประเมิน จัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน และศูนย์ซ่อมสร้างเคลื่อนที่ พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย หรือขยายเวลาการผ่อนชำระหนี้ และให้กู้เพิ่มเติมกรณีฉุกเฉิน โดยธนาคารของรัฐ ส่วนที่ราชพัสดุ หากที่พักอาคารเสียหายจะยกเว้นค่าเช่า หากไม่สามารถประกอบอาชีพได้เกิน 3 วัน ยกเว้นค่าเช่า 1 ปี

ยกเว้นภาษีเงินได้ส่วนบุคคล

           นอกจากนั้นได้จัดสวัสดิการกู้เงินจากกองทุนให้แก่ข้าราชการครูที่ได้รับผลกระทบกู้ยืมอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อฟื้นฟูที่อยู่อาศัย พักชำระหนี้ข้าราชการครู ให้เงินหมุนเวียนเพื่อแก้ปัญหาหนี้ครู เร่งรัดให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหม รวมทั้งขยายเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี และยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย นำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศ 1.5 หมื่นบาท หักลดหย่อนภาษีเงินได้
   
           ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรจะจัดเงินช่วยเหลือพิเศษ วงเงิน 8,174.55 ล้านบาท จ่ายชดเชยนาข้าวไร่ละ 2,222 บาท พืชไร่ ไร่ละ 3,150 บาท พืชสวนอื่นๆ ไร่ละ 5,098 บาท ประมง ปลา ไร่ละ 4,225 บาท กุ้ง ปู หอย ไร่ละ 10,920 บาท และยังมีสินเชื่อสำหรับกลุ่มเกษตรกร เพื่อฟื้นฟูการประกอบอาชีพไม่เกินรายละ 1 แสนบาท ลดอัตราดอกเบี้ยลง 3% ต่อปี วงเงินรวม 3 หมื่นล้านบาท ขยายเวลาชำระหนี้วงเงินกู้เพิ่มเติมเป็นเวลา 3 ปี และงดคิดอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ยกเว้นการเก็บค่าเช่าที่ราชพัชดุเพื่อการเกษตร 1 ปี