ข่าว

'ธีระ'รับห่วง'เขื่อนป่าสักฯ'

'ธีระ'รับห่วง'เขื่อนป่าสักฯ'

07 พ.ย. 2554

'ธีระ' รับผิดประเมินมวลน้ำพลาด แต่ทำด้วยเจตนาดี คำนึงประโยชน์ประเทศเป็นหลัก รับนอนไม่หลับ ห่วง 'เขื่อนป่าสักฯ' หลังเก็บน้ำเกินความจุ

          7 พ.ย.54 นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาภายหลังที่ ส.ว.ได้อภิปรายในวาระพิจารณาปัญหาสถานการณ์การเกิดอุทกภัยร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย ว่า ยอมรับว่าการบริหารจัดการน้ำ ที่เป็นผลผลิตของน้ำฝน (น้ำท่า) ซึ่งเกิดจากพายุหลายลูกติดต่อกัน ทำให้การประเมินระดับน้ำในพื้นที่เขื่อน หรือ อ่าง ที่ผ่านมานั้นมีความคลาดเคลื่อน แต่ตนยอมรับว่าการกระทำใดนั้น ทำด้วยเจตนาดี และคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อประเทศเป็นหลัก แต่การบริหารจัดการน้ำทุ่ง ตนชี้แจงตรงๆ ว่า เป็นเรื่องที่ยาก และยุ่งยาก เพราะไม่สามารถคาดปริมาณน้ำที่จะไหลไปสู่ทิศทาใดได้ อีกทั้งที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องมวลชนมาโดยตลอด ดังนั้นขณะนี้จะประเมินว่าใครผิดหรือถูกนั้นต้องให้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

          “ช่วงหนึ่งน้ำเขื่อนสูง และเกิดอุทกภัยตอนล่างเขื่อน หากระบายน้ำออกจากเขื่อนเท่ากับเป็นการซ้ำเติมประชาชน เช่น ที่เขื่อนภูมิพล หากระบายจะมาสมทบกับลุ่มน้ำน่าน ทำให้น้ำสูง บางสถานการณ์เป็นการยากที่คาดการว่าน้ำจะมีน้ำมาก หรือ น้อยพียงใดโดยเฉพาะน้ำที่มาจากพายุ ที่ผ่านมากรมอุตินิยมวิทยา สามารถแจ้งได้เร็วสุดเพียง 1 สัปดาห์ก่อนพายุจะเข้าเท่านั้น ทุกวันนี้ผมยอมรับว่าผมนอนไม่หลับ เป็นเพราะว่าที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้กักเก็บน้ำไว้ 1,011 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเกินความจุไปแล้ว” นายธีระ กล่าว

          นายธีระ ชี้แจงอีกว่าสำหรับปริมาณนี้ที่เหลืออยู่ขณะนี้ พบว่าน้ำที่อยู่เหนือจังหวัดนครสวรค์ มีปริมาณน้ำประมาณ 1,900 ล้าน ลบ.ม. และอยู่ทางตอนล่างจังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำประมาณ 9,600 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งแบ่งเป็นน้ำทางฝั่งตะวันตก 2,700 ล้าน ลบ.ม. และน้ำทางตะวันออก 6,900 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่กทม. ขณะนี้ คือ น้ำที่มาจากจังหวัดอยุธยาและปทุมธานี ที่ผ่านมา ได้ใช้วิธีบริหารจัดการน้ำให้ลงตามคลองต่างๆ เช่น คลองรพีพัฒน์, คลองหกวาสายล่าง แล้วใช้วิธีการสูบออก แต่ขณะนี้มีอุปสรรค เพราะไม่มีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพียงพอ ที่ผ่านมาได้ติดต่อขอซื้อไปในต่างประเทศ แต่เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่นั้นจำเป็นต้องประกอบขึ้น และใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ให้ขณะนี้มีเครื่องสูบน้ำที่ใช้ได้เพียง 18 เครื่อง ซึ่งตนได้แก้ปัญหาคือให้ถอดเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำถาวรในพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานออกมา จำนวน 17 เครื่อง และได้นำมาระดมสูบน้ำที่คลองรังสิต และคลองหกวาสายล่างแล้ว โดยที่ผ่านมาสามารถระบายน้ำและทำให้น้ำลดระดับลงได้ประมาณ 10 ซม.