ข่าว

รมว.กห.ชี้แค่ทหารบางนายวิจารณ์'ปู'

รมว.กห.ชี้แค่ทหารบางนายวิจารณ์'ปู'

07 พ.ย. 2554

“ยุทธศักดิ์” ลั่นทหารไม่ก้าวก่ายวิจารณ์รบ.สอบตกแก้น้ำท่วม โทรเคลียร์ "ประยุทธ์" แจงแค่คอมเมนท์ทหารบางนาย ยันกองทัพหนุนรบ.เต็มที่ จวกผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวโจมตี "ปู" ปัดตอบพท.ดันปรับครม. ผบ.ทบ. สั่งให้เข้าถึงทุกพื้นที่ป้องกันประชาชนรู้สึกถูก

           เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พ.ย.2554 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานรับมอบเรือไฟเบอร์กลาสจากกลุ่มบริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์จำนวน 20 ลำ และรับมอบไม้ตรวจกระแสไฟฟ้ารั่วจากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จำนวน 120 อันเพื่อนำไปแจกจ่ายกับผู้ประสบอุทกภัยต่อไป

           พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ว่า ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกยังน่าเป็นห่วงมากต้องดูว่าน้ำจะไหลผ่านถนนพระรามสองได้อย่างไรเพราะน้ำมีจำนวนมากจึงต้องเอาใจใส่กันมาก ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมได้เตรียมแผนฟื้นฟูภายหลังน้ำลด โดยนายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยแบ่งงานให้กับส่วนราชการ โดยกระทรวงกลาโหมจะเป็นศูนย์ในการให้การสนับสนุนส่วนต่างๆ อย่างน้อย 4 หน่วยงานใหญ่ โดยได้มีการประชุมของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

           ส่วนหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม กับกองทัพไทย โดยได้ร่างคำสั่งรองรับคำสั่งของนายกรัฐมนตรีว่าส่วนงานจะไปปฏิบัติกันอย่างไร พร้อมกับให้หน่วยงานในระดับสูงตรวจสอบแผนงานของกระทรวงกลาโหม เพื่อให้แต่ละเหล่าทัพได้ตรวจสอบว่าคำสั่งที่จะออกไปมีอะไรควรแก้ไขเพื่อให้ดำเนินการได้ต่อ ก่อนที่จะให้ตนลงนามเพื่อเสนอให้กับนายกรัฐมนตรี และให้หน่วยงานที่ทางกระทรวงกลาโหมจะสนับสนุนรับทราบต่อไป ซึ่งคิดว่าภายใน 2-3 วันจะเรียบร้อย การแบ่งงานในครั้งนี้คือการเตรียมการหลังจากน้ำลดแล้ว จะมีการบำบัดน้ำเสีย การฟื้นฟู และการแก้ไขปัญหาอาชีพของบุคคลต่างๆ

           ทั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้ดำเนินการทุกอย่าง โดยมีหน่วยงานของ กทม.ดำเนินการควบคุมกัน ตนคิดว่าประชาชนจะเริ่มเข้าใจเป็นอย่างดี อีกทั้งกองทัพก็สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลเต็มขีดความสามารถ โดยใช้กำลังทหารมากถึง 60,000 นาย และยานพาหนะรถยนต์อีก 3,000 คัน เรืออีก 5,000 ลำ กองทัพใช้ทุกอย่างสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่

           เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินการทำงานของกองทัพ หรือรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างไรบ้าง พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า คงจะประเมินการทำงานของกองทัพเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของทหารเมื่อปฏิบัติงานเสร็จแล้วจะต้องมีแผนบทเรียนในการทำงานมีอะไรที่มีข้อบกพร่อง หรือข้อดีข้อเสีย ข้อเสนอแนะ เพื่อประเมินผลในการปฏิบัติงาน เพื่อจะได้ปรับปรุง และเตรียมการ หากเกิดเหตุการณ์ต่อไปก็พร้อมที่จะทำงานมากกว่าครั้งนี้

           เมื่อถามย้ำว่า กระทรวงกลาโหม และกองทัพ มีความอึดอัดใจในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลหรือไม่ เพราะการแก้ไขปัญหาระหว่างรัฐบาลกับกองทัพดูเหมือนจะไปกันคนละทาง พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้กองทัพสนับสนุนรัฐบาลทุกอย่าง พยายามอย่างยิ่งทำงานให้ประชาชน และรัฐบาล เพื่อให้แก้ไขปัญหาไปได้อย่างเต็มที่ เราคุยกันทุกวันถึงการแก้ไขปัญหา ตนได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ทราบว่าการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ได้สั่งการให้กองทัพ และทุกหน่วยงานทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ และสนองตอบนโยบายของรัฐบาลอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้แกไขปัญหาให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม กองทัพให้การสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เป็นปัญหาที่สามารถจะเว้นไปได้ และไว้คุยกันวันหลัง แต่วันนี้ทำทุกอย่างให้เรียบร้อยเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชนที่ขณะนี้กำลังกำลังรุกเข้าไปในทุกพื้นที่
          
           “ตอนนี้มีผู้อพยพจากปัญหาอุทกภัยมากขึ้น จึงจำเป็นจะต้องดูแลมากขึ้น ซึ่งจะต้องทำให้ดีที่สุด และทำตลอดไป เราจะต้องวางแผน และดำเนินการตลอดไปในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ ทั้งนี้ปริมาณน้ำจะลดน้อยลงทีละนิด เพราะน้ำจะต้องไหลลงทางใต้ตลอดเวลา เมื่อออกทะเลได้แล้วก็จะต้องทนอีกระยะหนึ่งให้น้ำมันหมด และแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเสีย ขยะมูลฝอยอะไรต่างๆ เสร็จแล้วก็จะคืนสภาพปกติต่อไป

           ทั้งนี้ผมยืนยันว่ากองทัพไม่ได้วิเคราะห์อะไรออกมา แต่เราให้กองทัพวิเคราะห์ในเรื่องการทำงานของกองทัพเท่านั้นเพื่อเป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหาของเรา กองทัพไม่ได้ก้าวล่วงไปถึงการทำงานของรัฐบาล ผมทราบเรื่องนี้จากสื่อบางฉบับในช่วงสายของวันที่ 7 พ.ย.  ผมจึงได้โทรศัพท์หา พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อสอบถามถึงกรณีดังกล่าว แต่ก็ไม่รับสาย เพราะติดประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้โทรกลับมาโดยยืนยันว่า เหล่าทัพไม่ได้มีการประชุมและให้คะแนนการทำงานต่อนายกรัฐมนตรีเหมือนที่เป็นข่าวออกมา ยืนยันกองทัพพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ดังนั้น ข่าวที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นความคิดเห็นของนายทหารบางคนเท่านั้น
          
           ทั้งนี้ผมพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบกเพียงแต่ทำงานร่วมกันประสานงานกัน หากมีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาก็จะต้องพูดคุยกัน โดยในวันที่ 8 พ.ย. ผมจะเดินทางไปดูที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กับนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่งสุดท้าย จะต้องรักษาไว้ให้ได้ เนื่องจากมีความสำคัญที่จะต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเสียชื่อรัฐบาล และเราด้วย ดังนั้นจะต้องเดินทางไปตรวจเยี่ยมดู แต่ทาง พล.อ.ประยุทธ์ ติดภารกิจ จึงได้ส่งให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ​ รองผู้บัญชาการทหารบก เดินทางร่วมกับคณะไปด้วย” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ระบุ

   
           เมื่อถามว่า ตัวชี้ขาดในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมคือที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าอย่างดี ถ้าน้ำเป็นอยู่อย่างนี้น้ำจะไม่กระทบกับสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะน้ำสามารถออกไปซ้าย และขวา ได้ โดยมีการเตรียมคลองไว้ทั้ง 2 ข้างแล้ว

   
           เมื่อถามย้ำว่า น้ำที่ผุดขึ้นมาทางรันเวย์ หรือ ด้านล่างของสนามบิน จะมีผลกระทบหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เราก็จะต้องดูว่าปริมาณน้ำจะผุดออกมาแค่ไหนอย่างไร จะต้องดูดออก หรือจะต้องทำอย่างไรกับน้ำที่ผุดออกมาจากใต้ดิน หรือมีตาน้ำอยู่ตรงไหน ก็จะต้องค่อยๆ แก้ไขไป    

   
           "ทั้งนี้เรามีคันกั้นน้ำสูงพอน้ำไม่สามารถจะเข้ามาได้ และเป็นคันน้ำที่แข็งแรงพอ ส่วนกรณีที่นักวิชาการออกมาต้านการใช้อีเอ็มบอลนั้น เรื่องนี้จะต้องพูดลักษณะของน้ำก่อน และจะต้องให้ความรู้กับประชาชนว่า การจะใช้อีเอ็ม แก้ไขปัญหาน้ำเสีย ลักษณะของน้ำจะต้องป็นอย่างไร น้ำไหล หรือ น้ำนิ่ง และจะควรใช้อย่างไรเท่าไหร่ แต่การใช้อีเอ็มในน้ำลักษณะหนึ่งจะได้ประโยชน์มากกว่าเสียหาย ดังนั้นจะต้องใช้ให้เป็นด้วย ทั้งนี้จะต้องบอกประชาชนว่าให้เห็นแก่ส่วนรวม และประชาชนที่ทุกข์ส่วนรวมอย่าได้วางสิ่งกีดขวางรถยนต์ที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ แม้ว่าจะเป็นรถของหน่วยงานอื่นก็ดี ดังนั้นจะไปกีดขวางการเดินทางของรถเมลล์เพื่อให้เรือวิ่งได้ มันจะได้ผลประโยชน์ แต่จะเกิดความเสียหายมากขึ้น ทั้งนี้ทุกเรื่องที่เป็นหน้าที่ของตำรวจจะต้องบอกตำรวจ อะไรที่ตำรวจเข้าไปดูแลก็จะต้องให้ทำ แต่ทหารจะเข้าไปเสริมภารกิจได้ก็ต่อเมื่อมีการร้องขอ"  พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

   
           เมื่อถามว่า นายกรัฐมตรี ร้องไห้เสียใจต่อการวิพากษ์วิจารณ์ของกองทัพต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมล้มเหลวพล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเลย เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มี และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระทรวงกลาโหมเลย ตนคงตอบไม่ได้ เมื่อถามว่า มองการทำงานของรัฐบาลอย่างไร เพราะมีการสาวไส้กันเอง พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามอย่างดีที่สุดแล้วโดยเฉพาะหัวหน้ารัฐบาล ท่านได้เสียสละทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ท่านทุ่มเทมาก และได้เห็นการทำงานของท่านอย่างเต็มที่ จะมีข่าวโจมตีของผู้ไม่หวังดีก็จะต้องดูว่าข่าวมาจากไหน แต่ยืนยันว่ากองทัพสนับสนุนรัฐบาลเต็มกำลังเพื่อความสุข และความอยู่รอดของประชาชน เมื่อถามว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันให้มีการปรับ ครม.เกิดขึ้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้จริงๆ เมื่อถามว่า การที่ผู้นำรัฐบาลร้องไห้จะทำให้การทำงานของรัฐบาลเสียขวัญหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวพร้อมกับหัวเราะ ว่า เวลามีความจริงใจอะไรก็จะแสดงออกมา

   
           ด้าน พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ตามที่มีสื่อมวลชนบางสำนักเสนอข่าวว่าแหล่งข่าวระดับสูงของกองทัพไม่พอใจการทำงานของนายกรัฐมนตรีนั้น กระทรวงกลาโหม ขอเรียนชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลด้านการข่าวของกองทัพไม่ปรากฏพบว่ามีกำลังพลหรือกลุ่มบุคคลใดของกองทัพได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าว เพราะที่ผ่านมากระทรวงกลาโหม โดยกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ ได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มกำลังความสามารถ ภายใต้การมอบนโยบายของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. ซึ่งได้ระดมสรรพกำลังและยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ เครื่องมือต่างๆ ทุ่มเททรัพยากรทำงานการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้

   
           “ผู้นำเหล่าทัพมีความเห็นห่วงต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ได้เดินทางตรวจเยี่ยม พร้อมรับฟังการแก้ไขปัญหาให้ทันต่อสถานการณ์ในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งได้ให้กำลังใจ พร้อมสนับสนุนการดูแลกำลังพลอย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนความทุ่มเทที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขวิกฤตอุทกภัยครั้งรุนแรงของประเทศ สำหรับการนำเสนอข่าวดังกล่าวอาจเป็นความไม่หวังดีของบุคคลที่ต้องการสร้างความแตกแยกในการทำงานร่วมกันระหว่างกองทัพกับรัฐบาล รวมทั้งอาจทำให้เกิดความหวาดระแวงจนทำให้การทำงานขาดเอกภาพและไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กระทรวงกลาโหม ขอยืนยันว่ายังคงปฏิบัติงานเป็นกลไกของรัฐบาล รวมทั้งให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของประชาชน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ” พ.อ.ธนาธิป ระบุ

    
           พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก(นขต.ทบ.) ว่า กรณีที่มีการเสนอข่าวว่า กองทัพมีการประเมินผลงานการแก้ไขน้ำท่วมของรัฐบาลว่า สอบตกนั้น สิ่งที่ออกมาทางสื่อ กองทัพบกยืนยันว่า ไม่ได้มีการหารือ หรือพูดถึง วิเคราะห์วิจารณ์ตามที่สื่อนำเสนอ อย่างไรก็ตามการนำเสนออะไรที่เป็นบทวิเคราะห์ แหล่งที่มาของการอ้างอิงควรเป็นแหล่งที่มาชัดเจน อ้างอิงได้ว่าเป็นความคิดเห็นของใคร แต่ถ้าเป็นการอ้างแหล่งข่าว และอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของสถาบัน ซึ่งเป็นองค์กรของกองทัพ ในข้อเท็จจริง กองทัพไม่ได้วิเคราะห์วิจารณ์เช่นนั้น การนำเสนอข่าวเช่นนี้ทำให้ประชาชนเข้าใจกองทัพผิด ปัจจุบันการทำงานของรัฐบาลและทุกภาคส่วน และกองทัพมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากความเดือดร้อน ซึ่งต้องร่วมมือกัน ดังนั้นอะไรที่ทำให้เกิดการบิดเบือนหรือข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ขอให้ระมัดระวังในการนำเสนอ กองทัพกับรัฐบาลทำงานใกล้ชิดกันการทำงานทุกอย่างเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการบริหารประสานงานทำตามขั้นตอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่น่าทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันเพราะเป็นการนำเสนอเชิงวิเคราะห์จากแหล่งข่าวที่ไหนก็ไม่รู้ ขอให้วิเคราะห์ข้อมูล น้ำหนักความน่าเชื่อถือจากแหล่งข่าว รวมถึงการใช้วิจารณญาณเพราะไม่ใช่ข้อมูลจากกองทัพ


ผบ.ทบ. ภูมิใจทหารช่วยน้ำท่วม

 
           เมื่อเวลา 16.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ แถลงผลการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก(นขต.ทบ.)ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในการประชุมว่า การประชุมในวันนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก (ศบภ.ทบ.)ได้รายงานภาพรวมเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ซึ่งกองทัพบกนำกำลังทหารพร้อมยุทโธปกรณ์สนับสนุนรัฐบาลเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน โดยใช้กำลังทหาร 50,235 นาย รถยนต์บรรทุก 2325 คัน รถโกยตัก 18 คัน รถพ่วงชานต่ำ 32 คัน รถสายพานอเนกประสงค์ 2 คัน รถครัวสนาม 5 คัน รถน้ำ 20 คัน เรือตรวจการณ์พลังลม 2 ลำ เรือยนต์ผลักดันน้ำ 10 ลำ เรือท้องแบน 2,512 ลำ เรือโลหะผสมติดเครื่องยนต์ 11 ลำ ชุดปะปา 16 ชุด พร้อมด้วยชุดแพทย์และชุดฟื้นฟูสภาพจิตใจ 11 ชุด ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพ ปทุมธานี นนทบุรีและปริมณฑล ประชาชนต้องประสบอุทกภัยอีกระยะเวลาหนึ่ง ผบ.ทบ.ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยทหารช่วยเหลือโดยจัดเป็นกลุ่มงานเพื่อให้มีความคลอบคลุม 4 กลุ่ม คือ น้ำ คน สิ่งของ และการบูรณาการเสริมสร้างความเข็มแข็งให้ทุกภาคส่วน

   
           โฆษก ทบ. กกล่าวอีกส่า  นอกจากนี้ ผบ.ทบง ยังสั่งการให้หน่วยทหารเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นเป็นเวลานาน พร้อมทั้งจัดทำสรุปผลการปฏิบัติงานและข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นรายงานตามสายบังคับบัญชา เพื่อนำไปปรับใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติในสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญทุกหน่วยทหารต้องมีความพร้อมในการบริหารจัดการกำลังพลให้สามารถปฏิบัติภารกิจช่วยเหลืออุทกภัยและภารกิจป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องและอย่างมีมาตรฐานคงเดิม นอกจากนี้กองทัพบกยังมีส่วนในการบริหารจัดการน้ำ โดยใช้กำลังพล ยุทโธปกรณ์เครื่องมือสร้างแนวป้องกันรูปแบบต่างๆ รวมถึงการจัดชุดลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และซ่อมแซมพยังกั้นน้ำได้ทันทีหากชำรุด

   
           “ผบ.ทบ.ยังแสดงความรู้สึกต่อการทำงานของกำลังพลทุกคนว่า ได้เฝ้าดูการทำงานของกำลังพลด้วยความภาคภูมิใจ ทุกหน่วยทุกคนทำงานได้อย่างครบถ้วน ผู้บังคับบัญชาเป็นเพียงผู้เริ่มต้น ส่วนผลสำเร็จการช่วยเหลือประชาชนเกิดจากจิตใจที่เข้มแข็งแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่ทหารทุกคนมีต่อสังคมไทย เป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจของกองทัพบกอย่างยิ่ง นอกจากนี้กำชับให้ทุกหน่วยเตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด รวมถึงในหน่วยทหารของกองทัพบกเตรียมบำรุงซ่อมแซมยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในสถานการณ์น้ำท่วม และการฟื้นฟูประชาชน ซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค เส้นทางคมนาคม บ้านเรือประชาชน โดยให้มีการสำรวจตข้อมูลความเสียหาย ขีดวามสามารถของยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการฟื้นฟู นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้เข้าให้ถึงพื้นที่ที่เข้าถึงยากเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง "พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าว    

           พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ผบ.ทบ.ยังกล่าวถึงการซ่อมแซมยุทโธปกรณ์ว่า ทางกรมส่งกำลังบำรุง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องยุทโธปกรณ์ได้แจ้งเตือนไปยังหน่วยทหารที่นำยุทโธปกรณ์ออกไปใช้ให้มีแผนเข้าซ่อมบำรุงอย่างชัดเจน สำหรับรถใหม่ 2 ตันครึ่งบางส่วนยังไม่ได้ไปประจำหน่วยที่ไหน แต่กองทัพบกเอาไปใช้ก็ต้องนำไปซ่อมที่ศูนย์เอกชน ที่เป็นผู้จัดหารถ ในส่วนที่เป็นของหน่วยก็ให้ทหารช่างไปจัดระบบส่งบำรุง ส่วนกรมสรรพาวุธให้แต่ละหน่วยจัดแผนการนำยุทโธปกรณ์กลับมาซ่อม ทั้งนี้ทางศปภ.ให้งบมาจำนวนหนึ่งประมาณไม่กี่ล้านบาท ซึ่งต้องใช้รวมกับงบของกองทัพบกที่มีอยู่อีกส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปใช้ในการซ่อมยุทโธปกรณ์