ข่าว

อสังหาฯสำลักน้ำท่วมซึมถึงต้นปี55

อสังหาฯสำลักน้ำท่วมซึมถึงต้นปี55

08 พ.ย. 2554

อสังหาฯสำลักน้ำท่วมซึมถึงต้นปี55 โครงการใหม่ต้องออกแบบรับมือน้ำท่วม

     จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้างมากขึ้นและกำลังจู่โจมเข้าสู่กรุงเทพฯชั้นใน ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสที่ 4/2555 และอาจต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 1/2555 ผู้ประกอบการที่มีโครงการทั้งแนวสูงและแนวราบที่อยู่ในเขตบริเวณน้ำท่วมถึงนั้น มีทุกแบรนด์ทั้งในตลาดหลักทรัพย์ฯ และนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะเป็น พฤกษาฯ, ควอลิตี้เฮ้าส์, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, ศุภาลัย, แสนสิริ, เอพี. และมั่นคงเคหะการ เป็นต้น

     ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการเหล่านั้น ที่เห็นชัดเจนสุดคือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม จากการป้องกันและซ่อมบำรุง ผู้ประกอบการบางรายมีการตั้งงบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไว้สูง 50-100 ล้านบาท จากการทำที่กั้นน้ำและอุปกรณ์ช่วยชีวิตในแต่ละโครงการ รวมถึงอาจมีการจัดหาที่อยู่ให้ลูกบ้านในโครงการและอื่นๆ ขณะเดียวกันก็กระทบด้านยอดขาย หรือยอดจองที่จะลดลงเห็นได้ชัดในไตรมาสที่ 4/2554 จะทำให้ยอดขายรวมของกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ไม่เติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ บางบริษัทได้ปรับเป้ายอดขายลงกว่า 10% เลื่อนเปิดตัวโครงการใหม่ไปปี 2555 แทน รวมถึงมีการเลื่อนการจัดกิจกรรมการตลาดและการขาย 

     นอกจากนี้ผลลบที่จะเกิดขึ้นในปีนี้อีกก็คือ ยอดโอนและยอดรายได้มีแนวโน้มอ่อนลงกว่าที่คาดการณ์กันไว้ตั้งแต่ต้นปีในผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ส่วนที่คาดหวังกันว่าจะได้รับผลบวกจากโครงการบ้านหลังแรกจากนโยบายของรัฐบาล ก็คงไม่เห็นประโยชน์ในช่วงไตรมาสที่ 4/2554 และต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 1/2555 เนื่องจากว่าระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงและความต้องการที่ยู่อาศัยต่ำ ประกอบกับความกังวลของผู้บริโภคที่เผชิญกับความเสี่ยงตกงาน ผลตามมาคือ จะเพิ่มอัตราการกู้หรือการขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้านจากธนาคารนั้นมีอัตราการกู้ไม่ผ่านสูงขึ้น ขณะที่กลู่มผู้บริโภคที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระก็อาจจะเผชิญกับปัญหาการจ่ายค่างวดได้

     ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ที่โครงการส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ รอบนอกทั้งกรุงเทพฯ โซนเหนือและตะวันตก รวมถึงโซนตะวันออกก็ได้รับผลกระทบกว่า 20 โครงการ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นรวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่โรงงาน Precast 2-4 ซึ่งเป็นโรงผลิตรั้วบ้าน และผนังคอนโดบางส่วนก็หยุดผลิต

     ส่วนบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) โครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาที่มีความเสี่ยงถูกน้ำท่วมที่ชัดเจนแล้ว 5 โครงการ มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในย่านราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ทำให้การดำเนินธุรกิจต้องชะลอตัวลงทั้งในด้านการขายในโครงการที่ลูกค้าไม่สามารถเข้าไปได้และความไม่มั่นใจในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า รวมถึงธุรกรรมการโอน เพื่อรับมอบกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะการสร้างบ้านเสร็จก่อนขาย

     บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยมีบางโครงการ เช่น มณีรินทร์ถนน 354 ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรง และมีบางโครงการที่แม้ไม่ถูกน้ำท่วมแต่ก็อยู่ในบริเวณที่มีน้ำท่วม อาจต้องมีภาระค่าใช้จ่ายสำหรับซ่อมบำรุง แต่ผลกระทบที่ต้องจับตามากกว่า ได้แก่ พฤติกรรมการซื้อบ้านของผู้บริโภคที่อาจชะลอการตัดสินใจซื้อ

     ขณะที่บริษัท มั่นคง เคหะการ จำกัด พบว่า น้ำท่วมบ้านเดี่ยวโครงการที่ปทุมธานีและกรุงเทพฯตอนเหนือ กระทบต่อยอดขายและรายได้ เหตุเพราะมีโครงการบ้านจัดสรรอยู่ในเขตปทุมธานี บนถนนสาย 345 อยู่ด้วยกัน 3 โครงการ คือ ชวนชื่นฟลอร่า วิลล์, ชวนชื่น กอล์ฟ อเวนิว  และชวนชื่น บรุ๊กไซด์ ซึ่งทั้งหมดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว และโครงการเหล่านี้อยู่ระหว่างพัฒนาและทยอยขาย

      อย่างไรก็ตาม หลังน้ำลด แม้ความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยังมีอยู่ แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคอาจมีการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ จะเปลี่ยนทำเลในการเลือกซื้อไปยังทำเลที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด หรือไม่ก็จะซื้อที่อยู่อาศัยในแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น และคาดว่าที่อยู่อาศัยในย่านใจกลางธุรกิจ หรือซีบีดี น่าจะเป็นย่านที่ได้รับความนิยมสูงสุด ส่วนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมสูงในที่สุดแล้วอาจทำให้แนวโน้มราคาที่ดินในอนาคตเปลี่ยนไป กล่าวคือ ราคาที่ดินอาจปรับลดลง โดยเฉพาะที่ดินในโซนตะวันตก และที่ดินในโซนตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพบว่ามีโครงการบ้านจัดสรรเกิดขึ้นจำนวนมาก

     ทั้งนี้ ในภาพรวมวิกฤติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นผู้ที่จะซื้อที่พักอาศัยในอนาคตจะให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงการที่คำนึงถึงน้ำท่วมและพิจารณาในการป้องกันน้ำท่วมของแต่ละอาคาร หรือแต่ละโครงการมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบการในตลาดบ้านพักอาศัย โดยเฉพาะโครงการใหม่จะต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ซื้อด้วยการออกแบบของโครงการที่คำนึงถึงความเสี่ยงที่จะเกิดจากน้ำท่วมในอนาคต