ข่าว

'ปู'เตรียมลงพื้นที่ดูกู้กรุงเก่า8พ.ย.

'ปู'เตรียมลงพื้นที่ดูกู้กรุงเก่า8พ.ย.

07 พ.ย. 2554

"ยิ่งลักษณ์" เดินสายปล่อยขบวนตรวจการจราจรรักษาความปลอดภัยพื้นที่สายไหม ก่อนลงพื้นที่ดูการฟื้นฟูกู้กรุงเก่า 8 พ.ย. ขณะที่น้ำเริ่มปริ่มจากท่อระบายผ่านหน้าบ้าน รอบวงเวียนใหญ่เริ่มทำคันกั้นน้ำ

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำของวันที่ 7 พ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการตรวจเยี่ยมและปล่อยแถวการตรวจการจราจร และตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่เขตสายไหม กทม. โดยเวลา 20.00 น. นายกฯ พร้อมกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. และพล.ต.อ. เพียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. จะไปปล่อยแถวตำรวจชุดตรวจการจราจร สายตรวจบนทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา - อาจณรงค์) ที่บริเวณด่านเก็บเงินพระรามเก้า (อโศก) ซึ่งจะเป็นตำรวจที่จะตรวจสอบสภาพการจอดรถบนทางด่วนฉลองรัช จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะจะตรวจสภาพการจอดรถบนถนนสายนี้ ที่ด่านทางด่วนถนนสุขาภิบาลห้า โดยนายกรัฐมนตรีจะขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อตรวจพื้นที่ประสบอุทกภัย จากนั้นจะลงเรือเพื่อเข้าไปตรวจการเคหะชุมชนออเงิน เขตสายไหมในช่วงค่ำคืน


          ส่วนกำหนดการช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ย. นางสาวยิ่งลักษณ์จะไปเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นลง ต่อมาเวลา 14.00 น. นายกรัฐมตรี พร้อมด้วยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ.จะเดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์การดำเนินงานฟื้นฟูหลังอุทกภัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งกำหนดการนายกรัฐมนตรีนั้นมีดังนี้

          จะรับมอบเงินสนับสนุนจากหน่วยงานและองค์กรเอกชนที่แสดงเจตจำนงค์ในการฟื้นฟู จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 10 ราย โดยนายกรัฐมนตรีจะมอบเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิต จำนวน 17 ราย และมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท 500 ครัวเรือน มอบถุงยังชีพให้ประชาชนผู้ประสบภัย 20,000 ถุง มอบของที่ระลึกแก่ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครฯ 5,000 ชุด มอบเงินช่วยเหลือบ้านไฟไหม้ระหว่างน้ำท่วม บ้านละ 5,000 บาท

          ตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และเยี่ยมประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจ รับมอบ EM จากจ.นครพนม จำนวน 200,000 ลิตร และส่งมอบให้ผู้ว่าราชการจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปบำบัดน้ำเสียในแต่ละพื้นที่ เปิดโครงการซ่อมแซมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ปลูกต้นไม้หน้าศาลากลางจ.พระนครศรีอยุธยาทดแทนต้นที่ถูกน้ำท่วม

   
          เวลา 15.30 น. ร่วมบูรณะสวนหย่อมและทาสีขอบทางเดินบริเวณเจดีย์วัดสามปลื้ม ตรวจเยี่ยมการกู้โบราณสถานบริเวณป้อเพชร ทำพิธีกดปุ่มเดินเครื่องสูบน้ำในการระบายน้ำออกจากป้อมเพชร เวลา 15.50 น. ตรวจเยี่ยมชุมชนเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา บริเวณประตูน้ำคลองมะขามเรียง พร้อมฟังบรรยายสรุปเรื่องการกู้เกาะเมือง จากนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา และทำพิธีกดปุมเดินเครื่องสูบน้ำ เพื่อฟื้นฟูเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เวลา 16.15 น. ตรวจเยี่ยมการฟื้นฟูส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย ทำพิธีกดปุ่มเดินเครื่องสูบน้ำ ตรวจเยี่ยมการฟื้นฟูอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) อ.บางปะอิน เวลา 18.00 น. เดินทางถึง ศูนย์ราชการจ.พระนครศรีอยุธยา รับประทานอาหารเย็น เดินทางกลับ


 น้ำเริ่มปริ่มจากท่อระบายผ่านหน้าบ้าน
 
 
          ขณะที่บรรยากาศหน้าบ้านพักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในซอยโยธินพัฒนา 3 เขตบึงกุ่ม ว่า ปริมาณน้ำได้เริ่มผุดจากฝาท่อ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 38/9 ของนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่เป็นที่หน้าสังเกตว่าเจ้าของบ้านยังไม่ได้มีการตระเตรียมการป้องกันแต่อย่างใด เนื่องจากภายในบริเวณบ้านพักเป็นพื้นที่สูงจากระดับถนนประมาณ 1 เมตร แต่บริเวณลานจอดรถ ซึ่งมีตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งเป็นสถานที่พักของบรรดาทีมรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ปริมาณน้ำก็เริ่มเอ่อเข้ามาประชิดแล้ว เนื่องจากน้ำในคลองรอบๆ ทั้งคลองเกียง คลองตาหนังและคลองลำเจียก ปริมาณน้ำเริ่มเอ่อล้นเล็กน้อย ทำให้ถนนบางช่วงที่เข้ามายังบริเวณบ้านพักของนายกรัฐมนตรีมีน้ำท่วมขังเป็นระยะๆ ซึ่งคาดว่าหากระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างนี้ต่อไปไม่เกิน 2 วัน ถนนในซอยโยธินพัฒนา 3 ซึ่งเป็นทางเข้า-ออก บ้านนายกรัฐมนตรี จะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังอย่างแน่นอน



รอบวงเวียนใหญ่กำลังทำคันกั้นน้ำ


          รายงานสภาพการจราจรบริเวณถนนประชาธิปกจากสะพานพระปกเกล้า มุ่งหน้า วงเวียนใหญ่ รถติดขัด ท้ายสะสมแยกวรจักร , จากสะพานพุทธฯ มุ่งหน้า วงเวียนใหญ่ รถติดขัด ท้ายสะสมแยกพาหุรัด เนื่องจากขณะนี้บริเวณโดยรอบวงเวียนใหญ่มีเจ้าหน้าที่กำลังทำคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วม



น้ำล้อมนิคมฯบางชันกองทัพกำชับจับตา24ชม. 
 
    
          พล.ต.วลิต โรจนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1 และคณะ หารือกับเจ้าหน้าที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน รวมทั้งผู้ประกอบการภายในนิคมฯ ซึ่งมีกว่า 90 แห่ง โดยรองแม่ทัพภาคที่ 1 แจ้งเตือนปริมาณน้ำในคลองแสนแสบ ที่เพิ่มขึ้นจาก 85 เซนติเมตร เป็น 88 เซนติเมตร และมีแนวโน้มเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภายในนิคมฯ น้ำยังไม่ทะลักเข้า ยกเว้นบางโรงงานที่อยู่ใกล้บึงกระเทียม ซึ่งรับน้ำจากทุ่งรามอินทรา และคลองพระยาสุเรนทร์ ขณะนี้น้ำในบึงเท่ากับน้ำภายนอก ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมโรงงาน ประมาณ 10 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำออก
           

          ภาพรวมนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ขณะนี้น้ำหลากมาประชิดทุกด้าน แต่ยังไม่ทะลักเข้าภายในโรงงาน ส่วนถนน 2 เส้นที่ผ่ากลางนิคม คือ ถนนพระองค์เจ้าสง่างาม สุประดิษฐ์ น้ำเข้าท่วมพื้นที่สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ส่วนถนนเสรีไทยตัดถนนมีนพัฒนา น้ำท่วมสูงประมาณ 20 เซนติเมตร


 
MRTจับตาน้ำใกล้ชิดตลอด24ช.ม.เน้นพื้นที่เสี่ยง
 
 
          พล.ต.ชาติชาย ประดิษฐ์พงษ์ ผู้อำนวยการงานส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรม บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า MRT กล่าวว่า กำลังเฝ้าจับตาสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ในพื้นที่ของสถานีลาดพร้าว จตุจักร พหลโยธิน และกำแพงเพชร เนื่องจากมีน้ำไหลเข้ามายังบริเวณบันไดทางเข้าของชั้น 4 สถานีแล้ว ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร หรือเทียบเท่าบันไดขั้นที่ 1 ซึ่งยังไม่ถือว่าถึงจุดวิกฤต แต่บริเวณสถานีพหลโยธิน ทางออกสวนสมเด็จย่า 84 ใกล้ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ระดับน้ำสูง ซึ่งหากระดับน้ำพ้นบันไดขั้นที่ 2 ของทางเข้าสถานี จะมีการสั่งปิดสถานีดังกล่าวทันที เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำบริเวณดังกล่าวยัวคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง


กทม.สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วม

 

          สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร รายงานภาพรวมสถานการณ์น้ำในกรุงเทพมหานคร พบว่า ระดับน้ำในคลองมหาสวัสดิ์ทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่วนคลองหกวาสายล่างในช่วง 6 ชั่วโมงที่ผ่านมาระดับน้ำลดลง 1 เซนติเมตร เช่นเดียวกับกับคลองเปรมประชากรทางตอนเหนือลดลง 4 เซนติเมตร แต่ระดับน้ำในคลองลาดพร้าวยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
       
   
          สำหรับปริมาณน้ำเหนือผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ 2,953 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวานนี้ 44 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปริมาณน้ำผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยาวัดปริมาณน้ำอยู่ที่ 3.91 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลดลงจากเมื่อวาน 3 เซนติเมตร
       
          ทั้งนี้ มีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมเขตจอมทอง พื้นที่เชื่อมต่อติดกับเขตบางบอนมีน้ำท่วมสูงในชุมชนเอกชัย หมู่ 11 และชุมชนแก้วกลมในซอยกำนันแม้น ระดับน้ำถึงหัวเข่า โดยพื้นที่นี้ต้องรับน้ำจากคลองภาษีเจริญที่เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่