ข่าว

'รู้ สู้ Flood'
คนรุ่นใหม่หัวใจเพื่อมวลชน

'รู้ สู้ Flood' คนรุ่นใหม่หัวใจเพื่อมวลชน

07 พ.ย. 2554

'รู้ สู้ Flood' จึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นตัวกลาง 'ย่อยข้อมูล' ให้คนไทยได้เสพกันแบบเบาๆ เข้าใจง่าย แต่หนักไปด้วยสาระความรู้

กระแสในโลกออนไลน์ช่วงน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ฟาดฟันกันรุนแรงพอๆ กับแรงฟาดของมวลน้ำ
 ทั้งข้อมูลข่าวสารระดับปกติเกี่ยวกับมหาอุทกภัย ที่กระจัดกระจายไปทั่ว ไปจนถึงข้อมูลข่าวสารระดับมหันตภัยทางความคิด ที่คนไทยทะเลาะกันในโลกออนไลน์


 และด้วยเหตุนี้ 'รู้ สู้ Flood' จึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นตัวกลาง 'ย่อยข้อมูล' ให้คนไทยได้เสพกันแบบเบาๆ เข้าใจง่าย แต่หนักไปด้วยสาระความรู้


 จุดเริ่มของแนวคิด ซึ่ง เกรียงไกร วชิรธรรมพร หรือ 'ปิง' หัวเรือใหญ่ ไดเรคเตอร์ของทีมงาน 'รู้ สู้ Flood' บอกเล่าแก่ 'เนชั่นสุดสัปดาห์' ทำให้รู้ว่า "ก่อนจะสอนคนอื่น ตนเองต้องลงเรียนรู้ก่อน"
 ซึ่ง 'ปิง' มิได้นั่งตัวแห้งอยู่ในออฟฟิศ แต่เปียกมาแล้วด้วยตนเอง


 "ตอนแรกผมไปทำอาสาสมัครที่โน่นที่นี่หลายๆ ที่ ก็จะไปแพ็คกระสอบทรายตามที่ต่างๆ ที่เขาทำกัน แล้วทีนี้เกิดความคิดขึ้นมาว่า เอ๊ะ เราน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะรู้สึกว่าคนมันเยอะ แล้ว เยอะจนเรารู้สึกว่าเราไม่จำเป็น อย่างที่ ศปภ. เราก็ไป ซึ่งเราได้เจอสภาวะที่ว่า เอ๊ะ จริงๆ ไม่มีเรา แถวนั้นก็น่าจะเดินได้ปกติ เราน่าจะไปทำอย่างอื่น ในพื้นที่ที่มันมีความสามารถของเราทำได้"


 ที่สุด พื้นที่อื่นที่ว่าก็คือ 'โลกออนไลน์' แต่จะทำอะไรล่ะ? คำตอบสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อ ปิงเข้ามาพบว่า พื้นที่ออนไลน์นี้..ไม่ต่างอะไรไปจากสภาพของน้ำท่วมทะลัก


 "ปัญหาที่เห็นคือ ช่วงนั้นข้อมูลมันเยอะมาก เราตามข้อมูลไม่ทัน ข้อมูลท่วมเรา คนแชร์ทุกอย่าง แชร์กันจนเราไม่รู้ว่าอะไรจริง-ไม่จริง อะไรจำเป็น-ไม่จำเป็น แล้วที่ผมเจอกับตัวเอง คือมีอยู่เช้าวันหนึ่ง ที่ผมอยากจะได้ข้อมูลเรื่องหุงข้าวยังไงไม่ให้บูด ผมดูไว้ตอนเช้า แล้วพอตอนเย็นมาหาอีกที หายไปแล้ว เฟซบุ๊คมันฟลัด ข้อมูลมันท่วม มันไหลๆ ไป หาไม่เจอ เราก็เลยคิดว่าน่าจะมีใครสักคนลุกขึ้นมาจัดระเบียบข้อมูลเหล่านี้ เอาที่จำเป็นจริงๆ สำหรับภาวะน้ำท่วม จะได้เข้าใจง่ายขึ้น คนดูหลายๆ คนจะได้ดูแล้วรู้มากขึ้นว่าเออ น้ำท่วมมันเป็นยังไง"


 คิดได้ดังนั้น จึงไม่รอช้า ขอเป็นคนที่ลุกขึ้นมาทำเสียเอง ซึ่งก็โชคเข้าข้าง เมื่อเพื่อนในทีมคนหนึ่ง คือ ธวัชชัย แสงธรรมชัย หรือ 'อู๋' ได้ประสานกับทาง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส หรือทีวีไทย เพื่อให้ช่วยแบ็คอัพเรื่องข้อมูลที่จะนำเสนอ ซึ่งต้องมั่นใจว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้


 "อู๋ เขาทำงานในองค์กรเพื่อสังคมอยู่แล้ว เขาได้คุยกับทางไทยพีบีเอสอยู่พอดีว่าต้องการคนที่จะมาจัดชุดความรู้ให้กับประชาชน ก็เลยโอเค ถ้างั้นเรามาลงมือพร้อมกันดีกว่า เพราะผมเองก็อยากได้สิ่งที่จะยืนยันข้อมูลได้ว่า ข้อมูลเราเชื่อถือได้ มีที่มาชัดเจน ซึ่งไทยพีบีเอสก็น่าจะตอบตรงนี้ได้ดี ก็เลยร่วมมือกัน"

 สำหรับกระบวนการทำงานของ 'รู้ สู้ Flood' ภายใต้การควบคุมกำกับ ของ 'ปิง' และข้อมูลแบ็คอัพจากไทยพีบีเอส นั้น มีขั้นตอนที่ชัดเจน ภายใต้แนวคิดว่าข้อมูลต้องเชื่อถือได้


 "ผมเป็นไดเรคเตอร์ ทำสคริปต์ คอยคุมทิศทางของแต่ละตอนว่าจะเล่าเรื่องอะไร โดยจะทำคู่กับอู๋ คือเวลาเราเขียนสคริปต์เสร็จ ซึ่งข้อมูลบางส่วนเราได้ไทยพีบีเอสเป็นคนสนับสนุนให้ เรียกว่าจะติดต่อกับใคร หาแหล่งจากไหนมาได้ แล้วพอเขียนสคริปต์เสร็จเราก็ส่งให้เขาปรู๊ฟอีกทีด้วยว่า สคริปต์นี้โอเคไหม ออนแอร์ได้หรือเปล่า"


 นอกจากยังมีทีมรีเสิร์ชอยู่กลุ่มหนึ่ง โดยเป็นการชักชวนเพื่อนๆ เข้ามาช่วยกันทำงาน เสิร์ชข้อมูล ค้นหาข้อมูลตามแหล่งที่เชื่อถือได้ อันเป็นหลักในการทำงาน


 สคริปต์หรือบทที่ปรากฏในคลิปทั้ง 4 ซึ่งคนไทยคงผ่านตากันไปบ้างแล้ว เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่เรียบง่าย คือต้องทำให้เข้าใจได้ทันที ด้วยข้อมูลที่ 'จำเป็น' แก่การรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมจริงๆ เช่นเดียวกับที่ตัวเองต้องการข้อมูลเรื่อง 'หุงข้าวอย่างไรไม่ให้บูด' นั่นถือเป็นตัวอย่างแรกของความจำเป็นพื้นฐาน


 "อย่างที่บอกครับ หุงข้าวจริงๆ เป็นข้อมูลที่จำเป็น เราอยากรู้มากเลย ผมจึงคิดว่าเราน่าจะมีจุดรวมของข้อมูลที่จำเป็น เข้าใจง่าย และคีย์ของเรา เราอยากจะบอกว่าข้อมูลของเรา ยังไงก็ตาม ก็ต้องเชื่อถือได้ มิใช่แค่ google มาบอกเฉยๆ อะไรลักษณะนี้"


 นอกจากนี้ ยังมีการประชุมระดมสมองกัน เพื่อหาจุดร่วมที่ดีที่สุดสำหรับการคิดทำข้อมูลเผยแพร่ออกไป ทั้งนี้ กว่าจะลงตัวที่คลิปทั้ง 4 ที่ปล่อยออกมาแล้ว ผ่านการพูดคุยกันมาไม่น้อย


 "เราก็มีการประชุมกันหลายแบบมาก โดยผมนั้นจะเริ่มจากการตั้งตัวเหมือนว่าผมนั้นไม่รู้อะไรเลย เป็นประชาชนคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องเลย ผมจะเล่ายังไง ผมคิดว่าส่วนหนึ่งที่มัน Touch กับคนทั่วไปได้ เพราะว่าเราเท่ากันน่ะครับพอเราไม่รู้ เราก็จะเห็นว่าข้อมูลส่วนไหนที่จะสามารถให้ความรู้เราได้ เราก็จะเลือกหยิบเฉพาะข้อมูลตรงนั้นมาเล่า"


 ที่สำคัญคือ ข้อมูลของทีม 'รู้ สู้ Flood' จะไม่กลายเป็นหนึ่งมวลน้ำที่เข้ามาเพิ่มระดับการท่วมสูงในโลกออนไลน์


 "เราตั้งโจทย์ว่า เราจะทำให้ข้อมูลมันไม่ท่วมมากขึ้น คือเราจะไม่เอาข้อมูลอะไรที่ไม่จำเป็นโยนลงไปอีก แต่ว่าเราจะทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน เพราะฉะนั้น จึงออกเป็นตอนที่ 1 ที่ความคิดมันออกมาเหมือนเราเรียนปรับพื้นฐานวิชาสังคม ที่มีสังคม 101 ปรับพื้นฐานก่อน เราเลยต้องพูดถึงว่าน้ำท่วมมีที่มายังไงในตอนแรก"


 มากไปกว่านั้น..ต้องไม่เป็นข้อมูลดราม่า และใส่อารมณ์ความรู้สึก


 "พวกข้อมูลที่มันพูดไปถึงว่าฝ่ายไหน อะไร ยังไง เราจะพยายามไม่พูดถึงข้อมูลส่วนนี้เลย เป็นความตั้งใจที่เราจะไม่ไปแตะอะไรที่มันเซนส์ซิทีฟ เราจะพยายามเลี่ยงให้ได้มากที่สุดเลยครับ"


 เมื่อรู้จักที่มาของแนวคิดและขั้นตอนทำงาน จะไม่ทำความรู้จัก 'คนต้นคิด' คงใช่ที่
 สำหรับ ปิง หรือ เกรียงไกร วชิรธรรมพร นั้น เป็นศิษย์เก่านิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นปีการศึกษา 2546 เช่นเดียวกับทีมงานคนอื่นๆ นอกเหนือจากอาสาสมัครรายวัน


 "ผมนิเทศฯ จุฬาฯ รุ่น 39 ปี 2546 โดยในทีมจะอยู่ไล่ๆ กัน ช่วงปี 46-48 และก็ทีมอาสาสมัครคนอื่นๆ ก็มีน้องๆ พี่ๆ ปนๆ กันมาหลายช่วงอายุ ผมตอนนี้อายุ 26 ก่อนหน้านี้ก็ยังเดินเที่ยวห้างเที่ยวอะไรตามปกติ ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย แต่พอตอนนี้พอฟังข่าวเยอะๆ เข้า ก็รู้สึกมันไม่ธรรมดา น่าจะทำอะไรสักอย่าง"


 สำหรับฐานทัพประจำการ ปิงบอกว่า เป็นความโชคดีที่ไม่ต้องเช่าใครเขา เพราะ...
 "พวกผมทำงานที่ลาดพร้าว 68 เป็นโปรดักชั่นเฮาส์ ที่ผมกับเพื่อนเคยทำมาก่อน เป็นธุรกิจส่วนตัว ก็เลยเอาสถานที่ตรงนี้มาเป็นศูนย์บัญชาการของเราชั่วคราว แต่โชคดีไม่ต้องเช่า เพราะเป็นของพ่อของเพื่อน โดยท่านให้ยืมใช้ชั่วคราว ช่วยสนับสนุนให้"


 สุดท้าย มีคำถามหนึ่งที่เกิดขึ้น คือ 'รู้ สู้ Flood' คิดอย่างไรกับการทำงานของภาครัฐ หรือศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เจ้าตัวตอบอย่างเป็นกลางว่า


 "ผมมองว่าเขาก็ให้คำตอบเรานะ จริงๆ แล้ว ข้อมูลอะไร ผมเห็นเขาเอามาพูด แต่เหมือนไม่เข้าใจประชาชน ว่าประชาชนต้องการอะไร ผมไม่แน่ใจว่าเขามีปัญหาเรื่องการสื่อสารหรือเปล่า รัฐบาลถ้ามองวิธีการสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจได้มากขึ้น มันอาจจะลดภาวะทุกอย่าง รวมทั้งภาวะตื่นตูม"