ข่าว

'ปู'ขำข่าวถูกบ้าน111บีบลาเก้าอี้นายกฯ

'ปู'ขำข่าวถูกบ้าน111บีบลาเก้าอี้นายกฯ

07 พ.ย. 2554

"ยิ่งลักษณ์"ขำข่าวถูกบ้าน 111 บีบลาเก้าอี้นายกฯ เผยบ้านพักซอยโยธินพัฒนาน้องน้ำเริ่มบุกแล้ว

          วันที่ 7 พ.ย.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังจากเดินทางตรวจเยี่ยมประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ในย่านม.ธุรกิจบัณฑิต ถึงกรณีที่มีข่าวระบุว่าสมาชิกบ้าน 111 เตรียมเสนอให้เปลี่ยนตัวนายกฯรัฐมนตรี โดยจะให้พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นนายกฯ เพื่อขัดตาทัพ โดยหวั่นว่าหากปล่อยให้เป็นอย่างนี้จะทบฐานเสียงของเพื่อไทยในปัจจุบัน ว่า เป็นสีสรรดี

          ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมบ้านพักย่าน ที่ซอยโยธินพัฒนา ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา  นายกฯ กล่าวว่า น้ำเริ่มเข้าไปบ้างแล้ว

 

วุฒิสภาค้านเปลี่ยนตัวนายกฯแนะเร่งแก้น้ำท่วม


          น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่ระบุให้ปลด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ออกจากตำแหน่งนายกฯ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ในช่วงที่มีวิกฤตน้ำท่วมนั้น จะโทษเฉพาะนายกฯ คนเดียวไม่ได้ เนื่องจากในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหานั้น เกี่ยวข้องกับบุคลลทุกภาคส่วน ส่วนตัวนั้นมองว่า ควรจะมีการเปลี่ยนบุคคลบริหารทั้งคณะ เพราะแผนการจัดการนั้นล้มเหลวทั้งคณะ


          “ อยากให้รัฐบาลมาเร่งแก้ปัญหาฉุกเฉินด้านน้ำมากกว่าการแก้ไขปัญหาการเมือง ส่วนจะให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ หรือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นนายกฯ ขัดตาทัพนั้น ดิฉันมองว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนใครเข้ามาทำหน้าที่แทน วิกฤตน้ำท่วมยังอยู่ ตราบใดที่บุคคลที่ทำงานไม่สนใจแก้ไขวิกฤตน้ำที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวินาที ” น.ส.รสนา กล่าว


          ด้านนายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนตัวนายกฯ เมื่อใด หากจะทำในช่วงที่มีปัญหาน้ำท่วมเกิดนั่น ตนไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้เสียเวลาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากเมื่อนายกฯ ออก คณะรัฐมนตรีก็ต้องออกทั้งคณะ แม้จะมีนายกฯ รักษาการ เชื่อว่าการบริหารจัดการปัญหาจะทำได้ไม่เต็มที่

 

 "ยิ่งลักษณ์" ระบุ ไม่ใช่เวลาพูดถึง "สอบตก 12 ข้อจากกองทัพ"

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการลงพื้นที่บริเวณชุมชนท่าทราย  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เเละคณะได้เเวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านนิตยาไก่ย่าง ถนนประชาชื่น จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ที่ประชุมนายทหารระดับสูงของกองทัพได้มีการประเมินการแก้ไขปัญหาน้ำของรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีสอบตกถึง 12 จุดว่า "เราไม่น่าจะมาพูดกันตอนนี้ เพราะวันนี้ต้องทำหน้าที่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามเราได้ประชุมพร้อมกับกองทัพตลอดก็ไม่ได้ยินคำนี้"

     ผู้สื่อข่าวถามว่า กระเเสข่าวนี้เกิดความรู้สึกว่าเป็นการบันทอนการทำงานของรัฐบาลในช่วงเวลาที่วิกฤตตอนนี้หรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ก็อดทน และขอความร่วมมือทุกท่าน เราอย่ามาเล่นเกมการเมืองกันเลย เราน่าจะมาร่วมกันทำงานแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน เพราะทุกคนคงจะรอให้พวกเราร่วมมือกันทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา"

     ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า ภายหลังจากที่ชะลอน้ำจากทางเหนือได้ ยังมีปัญหาและอุปสรรคการทำงานตรงจุดไหนบ้าง นายกฯ กล่าวว่า โดยรวมเราได้ช่วยชะลอน้ำทางเหนือ แต่ในส่วนของกทม.คงเป็นหน้าที่ของกทม.ที่จะเป็นเจ้าภาพหลัก สำหรับรัฐบาลหรือศปภ.พร้อมและยินดีทำตามที่รัฐบาลร้องขอในการช่วยกันสนับสนุน เพราะระบบการระบายน้ำของกทม.มีโครงสร้างคนละส่วนกัน เราเองไม่ทราบ

      ผู้สื่อข่าวถามว่า  กทม.ได้รายงานว่าสามารถระบายน้ำออกได้มากเพียงใดหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่มีตัวเลขที่แน่นอน แต่ให้ทีมเทคนิคได้หารือกันจะดีกว่า

     ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ายังมั่นใจการระบายน้ำของกทม.หรือไม่ ว่าจะแก้ไขปัญหาใน กทม.ได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ไม่ทราบ เพราะช่วงหลังเราอยากจะเห็นทุกส่วนทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ ถามว่ามีความมั่นใจหรือเปล่า อันนี้คงต้องให้เจ้าของเป็นคนตอบ แต่เราต้องตั้งอยู่บนความร่วมมือกัน และทำหน้าที่ให้เต็มที่ในการช่วยเหลือประชาชน"

     ผู้สื่อข่าวถามว่า มีปัญหาในการประสานงานหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็มีบ้าง แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องการตัดสินใจ แต่เป็นปัญหาการทำงานทางด้านเทคนิคต่างๆที่ไม่เหมือนกัน และระบบต่างๆไม่ตรงกันก็ยากที่จะตัดสินใจว่าต้องเปิดระบายน้ำที่เท่าไร มันก็ไม่ใช่

     อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าอีก 2-3 สัปดาห์สถานการณ์จะดีขึ้นตามที่เคยกล่าวไว้ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า จากการที่ได้ประชุมคณะบริหารจัดการน้ำ ทางทีมงานค่อนข้างจะเห็นว่า 2-3 สัปดาห์น่าจะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น เราก็พยายามยึดตรงนั้นให้ได้

     ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า  ชาวบ้านคลอง 9 ลำลูกกามองเรื่องการระบายน้ำของกทม.ยังไม่สามารถทำได้ในขณะที่คนคลอง 9 เองอดทนย่อมให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ นายกฯ กล่าวว่า "จริงๆ เราได้พยายามขอความร่วมมือมวลชน และข้อเท็จจริงอยากกราบเรียนสื่อมวลชน และทุกท่านให้เข้าใจในส่วนของมวลชนด้วย เพราะความจริงมวลชนทุกคนไม่ได้ตั้งใจที่จะมีเจตนามาขวาง หากถามว่า รัฐคุยกับมวลชนได้ไหม ทุกคนรักประเทศ แต่บางครั้งต้องขอความเห็นใจซึ่งกันและกัน เพราะคนที่รับน้ำเขาต้องทรมาน บางทีน้ำถึงคอแล้วบอกให้เขารับต่อ มันก็อยู่ในภาวะอารมณ์ต่างๆ แต่สุดท้ายเมื่อเราไปเคลียร์ก็เคลียร์ได้ ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาทางเทคนิคที่ต้องทำต่อไป และเราเองก็ต้องไปดูแลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในช่วงระหว่างรอน้ำลดเพื่อไม่ให้เขารู้สึกว่า เราทอดทิ้ง หรือทรมานพี่น้องประชาชน"

     ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะวางบิ๊กแบ็คฝั่งตะวันตก ที่อ.บางกรวย จ.นนทบุรี นายกฯ กล่าวว่า คงร่วมมือ คงต้องให้กทม.ชี้จุด และวันนี้ถ้าคุยกันในห้องประชุมแล้วกำหนดจุดเลย บางครั้งไปลงพื้นที่จะเห็นว่า มันไม่ใช่ ดังนั้นการลงพื้นที่ต้องไปดู ทั้งพื้นที่จริงและการทำต้องคำนึงถึงพื้นที่ที่ไปกั้นมีผลกระทบกับคนที่ถูกั้น ด้านบนและใต้แนวคันกั้นน้ำหรือไม่ ในส่วนการกั้นบิ๊กแบ็คยินดีเข้าไปทำ แต่กทม.ต้องชี้จุด ซึ่งมีระยะทางที่ยาวหลายกิโลเมตร อย่างบิ๊กแบ็คที่ทำเสร็จมารวมแล้ว 20 กว่ากิโลเมตร ไม่ใช่ 5-6 กิโลเมตรอย่างที่ว่ากัน ซึ่งบิ๊กแบ็คเราทำมานานแล้ว

     ต่อข้อถามที่ว่า  สถานการณ์วิกฤตแบบนี้ รู้สึกท้อแท้เหนื่อยหน่ายใจ เมื่อทำดีถูกด่า หากทำพลาดถูกเหยียบซ้ำหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ขอบคุณสื่อมวลชนที่ถามคำถามนี้ จริงๆ การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำซึ่งเป็นอุทกภัยธรรมชาติ คงยากที่จะบอกว่า เป็นภาพบบวก เพราะน้ำเป็นอุทกภัย การที่ใช้คนห้ามกับภัยธรรมชาติ มันเป็นเรื่องยาก จะมาบอกว่า การบริหารจัดการ อันนี้อะไรเป็นสิ่งที่ดีดิฉันน้อมรับ และวันนี้เราสู้กับน้ำ เราไม่ได้สู้กับกฎหมายต่างๆ ถามว่า ท้อไหมไม่ท้อ เราพยายามที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และขอความร่วมมือทุกคน วันนี้เราควรจะหันหน้ามาอย่ามาเล่นเกมกันเลย เราทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่เถอะ วันนี้ทุกภาคส่วนดิฉันยินดีพร้อมทำงานร่วมมือกับทุกคน

     ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินตัวเองไว้บ้างหรือไม่ว่า หลังสถานการณ์คลี่คลายตัวเองจะโดนแรง ปะทะอะไรบ้างตามมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ทำหน้าที่อย่างเดียว และทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็เชื่อว่า ผู้ที่กำลังดูเราทำงานคงจะให้ความยุติธรรมกับตนเองบ้าง

     ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสงสัยเรื่องถุงยังชีพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จากการสอบถามถุงยังชีพมีหลายประเภททั้งจัดซื้อ และธารน้ำใจจากประชาชน ซึ่งต้องดูในรายละเอียด ตนมองว่า ในสถานการณ์นี้ทุกคนไม่ควรจะเอาเรื่องนี้มาเบียดบังซ้ำเติมประชาชน หากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ตนพร้อมที่จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบ

     ส่วนกรณีที่มีกระเเสข่าวว่า อาจจะย้ายศปภ.หนีน้ำอีกครั้งนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องข่าวลือต่างๆ คงต้องขอความร่วมมือ เพราะวันนี้มีข่าวลือที่ไม่ค่อยเป็นจริง วันนี้ยังยืนยันที่จะอยู่กระทรวงพลังงาน และกระทรวงพลังงานก็ยืนยันความปลอดภัยในเรื่องของน้ำที่จะเข้าข้างใน ซึ่งไม่อยากจะวิ่งน้ำไปเฉยๆ เราต้องเรียนรู้อยู่กับน้ำให้ได้ และทำของเราให้ดีที่สุด หากมัวแต่ย้ายศูนย์เดียวจะไม่มีเวลาดูแลประชาชน

     ผู้สื่อข่าวถามถึง วันนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลจ้างบริษัทโฆษณามาดำเนินการในเรื่องของการลงพื้นที่ให้กับนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่มี เท่าที่ดูจากศปภ. ไม่เคยใช้เงินจ้างออร์แกนไนซ์เซอร์เลย เราทำกันเอง ยืนยันได้ทำกันเองทุกอย่าง แม้แต่ตัวเราเองยังไม่มีเวลาที่จะมานั่งพีอาร์แถลงข่าวเลย สื่อมวลชนก็ทราบ วันนี้เราทำงานอย่างเดียว ไม่มีเวลามาแถลงข่าวด้วยซ้ำไป เพราะเราเห็นว่าภารกิจดูแลพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ

     ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า ท้องถิ่นพยายามขัดขวางทหาร และทางการที่เข้าไปดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม โดยการใช้ตะปูเรือใบโรยนั้น นายกฯ กล่าวว่า อันนี้ต้องแก้ปัญหา 2 จุด ไม่ใช่ปัญหาโดยรวม

     จากนั้นนายกฯเดินทางเข้าศปภ.อาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยใช้เส้นทางทางด่วนเเละดอนเมืองโทลล์เวย์เเละมีกระเเสข่าวว่าในช่วงเวลา19.00น.นายกฯจะไปปล่อยสายตรวจตำรวจทางรถบรรทุกเเละเรือเพื่อตรวจความปลอดภัยในชีวิตเเละทรัพย์สินประชาชน โดยนายกฯจะลงตรวจเเละเยี่ยมประชาชนด้วยตัวเองด้วย