ข่าว

'กทม.'เร่งเก็บขยะวอนปชช.คัดแยก

'กทม.'เร่งเก็บขยะวอนปชช.คัดแยก

07 พ.ย. 2554

กทม.เร่งมือเก็บขยะตกค้างพื้นที่น้ำท่วมภายในวันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนคัดแยกขยะ

           วันที่ 7 พ.ย.54  นายเกรียงพล พัฒนรัฐ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงปัญหาขยะที่ตกค้างในพื้นที่น้ำท่วม ว่า ภายหลังน้ำท่วมในหลายเขตทำให้การเก็บขยะทำได้ยากมาก โดยเฉพาะในเขตบางพลัดซึ่งมีน้ำท่วมสูงที่รถขยะไม่สามารถเข้าไปได้ในบางจุด ซึ่งมีทั้งเศษขยะในพื้นที่รวมถึงขยะที่ลอยมาตามน้ำ ทำให้ขยะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.เคยสั่งการให้สำนักงานเขตเร่งเก็บขยะแล้ว  ซึ่งสำนักงานสิ่งแวดล้อมทำงานร่วมกับสำนักงานเขตร่วมกันดำเนินการ
 
          เบื้องต้นกทม.จะจัดเรือเข้าไปขนขยะในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ที่น้ำท่วมสูงจะมีเจ้าหน้าที่ลอยคอเข้ามาเก็บตามชุมชน โดยเขตที่เร่งดำเนินการจัดเก็บไปแล้ว อาทิ บางพลัด ดอนเมือง ตลิ่งชัน บางกอกใหญ่ ส่วนวันนี้จะเข้าไปเก็บขยะที่เขตหลักสี่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว สำหรับแผนระยะยาวการเก็บขยะหลังน้ำท่วมนั้น จะมีเจ้าหน้าที่แต่ละสำนักงานเขตระดมเข้าไปช่วยเก็บขยะ  โดยมีส่วนกลางคอยสนับสนุนทั้งเครืองมือ วัสดุอุปกรณ์ เพิ่มเติม เพื่อให้การจัดเก็บขยะทำโดยเร็ว
 
          "ตอนนี้ยังไม่มีการประเมินตัวเลขขยะที่ชัดเจนตามที่เป็นในข่าว เพราะยังมีขยะเพิ่มเติมจากที่อื่นไหลมาเพิ่มเติม และที่ตกค้างเดิมก่อนน้ำท่วม ทำให้มีมากกว่าปกติมากแน่นอน ดังนั้นขอให้ประชาชนคัดแยกขยะโดยใส่ถุงดำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตเข้าไปเก็บได้ง่ายขึ้นและเร็วที่สุด"รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมกล่าว

 

กมธ.สิ่งแวดล้อม ส.ว. จี้ กทม.ใช้เรือเก็บขยะในพื้นที่ หวั่นน้ำเสียมาก

      นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา ฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา แถลงเรียกร้องให้กรุงเทพมหานคร ใช้เรือเข้าไปเก็บขยะในพื้นที่ชุมชนที่ถูกน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ภายหลังจากที่มีหน่วยงานของ กทม. ออกมาระบุว่า ไม่สามารถใช้รถเข้าไปเก็บขยะในพื้นที่ชุมชนได้เนื่องจากภาวะน้ำท่วม

      นางนิลวรรณ เพชระบูรณิน ส.ว.สรรหา ฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา กล่าวเรียกร้องให้ยุติการใช้สารอีเอ็ม ในพื้นที่น้ำท่วมที่ไม่ถูกต้อง อาทิ ใช้ในพื้นที่น้ำไหล พื้นที่ที่น้ำยังไม่เน่าเสีย เนื่องจากกังวลว่าหากประชาชนใช้ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจทำให้สารอีเอ็ม เป็นตัวเร่งทำให้น้ำในพื้นที่เน่าเสียเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามพื้นที่ที่เหมาะกับการใช้สารอีเอ็ม คือ พื้นที่เน่าเสีย, พื้นที่น้ำไม่ไหล, พื้นที่ที่มีการถ่ายอุจจาระ เป็นต้น