
'เซฟตี้โซน'ยะลา...สกัดบึ้ม
'เซฟตี้โซน'ยะลา...สกัดบึ้ม : ตะลุยข่าว โดยนครินทร์ ชินวรโกมล
“บึ้มมมมมมม...” เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวในซอยศรีปุตรา ย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา พลันที่ลูกแรกดังขึ้นในเวลาประมาณ 18.40 น. วันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา ถัดมาอีกไม่ถึง 15 นาที ระเบิดลูกที่สอง สาม สี่ และอีกหลายสิบลูก ก็เกิดระเบิดตามมาติดๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ถนนรวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา ย่านการค้า สถานบริการ และย่านชุมชนหลัก ซึ่งคนร้ายนำรถจักรยานยนต์ซุกวัตถุระเบิดมาวางไว้ถึง 4 จุด ทำให้ร้านค้าถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายหลายร้าน รวมทั้งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
หลังเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ กองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยเทศบาลนครยะลา นำโดย นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ร่วมกับ นายเสรี พานิชกุล นายอำเภอเมืองยะลา พ.ท.ธนุตม์ พิศาลสิทธิวัฒน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 นายสถาพร กาญจนบุศย์ รองนายกเทศมนตรีนครยะลา และเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ได้เชิญผู้ประกอบการร้านค้า และประชาชนในย่านธุรกิจถนนรวมมิตร มาร่วมเสวนาระดมความคิดเห็น เพื่อจัดระบบรักษาความปลอดภัยถนนรวมมิตร เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
โดยวงประชุมมีการพูดคุยถึงแนวทางการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ หรือเซฟตี้โซน โดยเฉพาะย่านถนนรวมมิตร เป็นพื้นที่ที่มีสถานบริการ รวมทั้งร้านค้าจำนวนมาก หนึ่งในข้อเสนอแนะในวงสนทนาวันนั้น คือ แผนการจัดการจราจรใหม่โดยรอบของถนนรวมมิตร เพื่อลดทิศทางการเข้าออกของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ถนนรวมมิตร ซึ่งเป็นย่านการค้าของเทศบาลนครยะลา เนื่องจากประชาชนยังเห็นว่า ถ้าปล่อยให้การจราจรเป็นอิสระในการเดินทางเข้า-ออก คนร้ายก็จะมีอิสระในการที่จะเข้ามาทำร้ายพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ง่ายขึ้น
นายอภินันท์ กล่าวว่า การระดมความคิดเห็นครั้งนี้ก็จะมาพูดคุย และขอความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ว่า ทางเจ้าหน้าที่จะต้องจำกัดการเดินทางด้วยการปิดกั้นเส้นทางการจราจร และเปิดทางเข้าบางช่อง ตามตรอกซอกซอยต่างๆ เพื่อบีบให้ทางเข้าเกิดการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ให้ได้ และจะเป็นการจำกัดไม่ให้กลุ่มคนร้ายเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ถนนรวมมิตร ซึ่งคาดว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะให้ความร่วมมือต่อเจ้าหน้าที่ โดยช่วงแรกอาจจะไม่ได้รับความสะดวก แต่ถ้าเจ้าหน้าที่จัดระบบแล้ว ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกอย่างไร หรือมีข้อคิดเห็นภายหลัง ก็สามารถมาปรับเปลี่ยนได้
“แผนปิดกั้นเส้นทางการจราจรในถนนสายรวมมิตรนี้ จะจำกัดทางเข้าเหลือเพียง 5 ช่องทาง และทางออก 11 ช่องทาง จะใช้กำลังทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร อส. ตำรวจ ภาคประชาชน ร่วมกันตั้งจุดตรวจค้นทั้ง 5 จุด มีการตรวจค้นทั้ง 24 ชั่วโมง และเพิ่มกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบบุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่ คาดว่าจะต้องใช้กำลัง 200-300 นาย เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุซ้ำ หลังจากพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่แล้ว คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้ เจ้าหน้าที่ก็จะใช้แผนในการปกป้องคุ้มครองประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากที่สุด และเกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อไป” พ.ท.ธนุตม์ เสริม
ด้าน นายกฤษณะ แก้วรุ่งเรือง เจ้าของร้านเพื่อนตา ถนนรวมมิตร บอกว่า มาตรการที่ทางจังหวัดยะลาจะดำเนินการดูแลรักษาความปลอดภัยบนเส้นทางถนนสายรวมมิตร ที่เรียกว่า "เซฟตี้โซน" นั้น ก็เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว แต่ยังไม่แน่ใจในความปลอดภัยในชีวิตเท่าที่ควร เบื้องต้นทราบว่าจะมีการทำการเดินรถเป็นเดินรถทางเดียว หรือวันเวย์ (one way) รวมทั้งจำกัดเส้นทางเข้าและออก มองว่าก็เป็นเรื่องที่ดีในส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย ต้องลองดำเนินการดูสักระยะ หากไม่ได้ผลก็จะต้องมีการปรับแก้เพื่อให้เหมาะสมต่อไป
“ผมว่าทำอะไรก็ทำไปเถอะ ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จริงๆ แล้วถึงแม้จะมีมาตรการเซฟตี้โซน ในการรักษาความปลอดภัยที่กำลังจะดำเนินการนั้น ถ้าถามว่ามีความมั่นใจในความปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ต้องตอบตามตรงว่า ยังไม่มีความมั่นใจในความปลอดภัย อยากให้เพิ่มมาตรการให้เข้มงวดกว่านี้ แต่ก็คงจะต้องให้เวลาทางราชการ ลองดำเนินการดูก่อน หากมีปัญหาคงต้องปรับแก้กันต่อไป ผมอยากฝากไปยังรัฐบาลให้ช่วยดูแลถึงชีวิตของชาวบ้าน ให้มีความปลอดภัยมากกว่านี้ เพราะตอนนี้รู้สึกว่าแย่เหลือเกินแล้ว” นายกฤษณะ กล่าว



