อย่าโทษธรรมชาติ
อย่าโทษธรรมชาติ : เลียบค่าย โดย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์ ([email protected])
มหาอุทกภัยปี 2554 ครั้งนี้ เห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี พยายามบอกประชาชนผ่านสื่อว่า สาเหตุของอุทกภัยครั้งนี้เป็นเพราะภัยธรรมชาติ ซึ่งเกินความคาดหมาย
ซึ่งผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เพราะผมเชื่อโดยสนิทใจภัยพิบัติที่กำลังสร้างความเสียหายให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยอย่างแสนสาหัสสากรรจ์ในคราวนี้ สาเหตุหลักเป็นเพราะน้ำมือของมนุษย์ที่บริหารจัดการน้ำผิดพลาด อย่าได้กล่าวโทษธรรมชาติเลย
ผมได้ยินคำบ่นจากทีมงานแก้ปัญหาวิกฤติการณ์น้ำคราวนี้ในหลายครั้งๆ ว่า การจะปิดหรือเปิดประตูระบายน้ำ หรือการจะผันน้ำไปลงในทิศทางใด ต้องเจรจากับจระเข้ที่ขวางทางน้ำในพื้นที่นั้นๆ เสียก่อน ต้องรอให้จระเข้ตกลงจึงจะผันน้ำไปในทิศทางนั้นๆ ได้
จระเข้ที่ว่าไม่ใช่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำตามที่เราๆ ท่านๆ เข้าใจหรอกครับ แต่เป็นบรรดาผู้ทรงเกียรติที่ใหญ่โตสามารถชี้เป็นชี้ตายทางการเมือง ซึ่งข้าราชการประจำแม้จะมีตำแหน่งใหญ่โตระดับอธิบดีก็ยังไม่กล้าฮือ!!
ไม่เชื่อลองถามอธิบดีกรมชลประทานดูครับ...ก่อนจะเกิดน้ำท่วมใหญ่เคยเสนอให้เร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน แต่กลับถูกคนใหญ่คนโตขวาง เป็นที่มาของคำว่า “ผมเป็นรัฐมนตรีนะต้องฟังผม” สุดท้ายเป็นอย่างไรล่ะครับ?...จมน้ำกันค่อนประเทศแล้ว…จะรับผิดชอบอย่างไรดีครับท่านรัฐมนตรี?
กรณีประตูระบายน้ำบางโฉมศรี เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ว่ากันว่าหากจระเข้ที่อยู่แดนไกลกับเศรษฐีแขกไฟเขียวให้กรมชลประทานผันน้ำลงแม่น้ำท่าจีนเสียตั้งแต่แรกเริ่มก็คงไม่เกิดปัญหาประตูระบายน้ำแตก จนกรมชลประทานไม่สามารถควบคุมทิศทางน้ำได้ กลายเป็นมหาอุทกภัย สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนอย่างเช่นที่เป็น
เลิกโกหกคนไทยเสียทีเถอะครับ เลิกโทษธรรมชาติเสียที กล้ายอมรับความจริงกันเถอะครับว่า มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ และความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ของคนเพียงไม่กี่คน ละอายแก่ใจกันบ้างเถอะครับ อย่าบิดเบือนความจริงกันเลย
กล้ายอมรับความจริงเถอะครับ เพื่ออนาคตจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด อย่าดันทุรังจนประเทศชาติเสียหายไปมากกว่านี้
ชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยไม่ใช่ของเล่นนะครับ คงไม่มีใครทนรับความเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาดของพวกท่านได้บ่อยๆ
ระวังประชาชนจะหมดความอดทนนะครับ...



