ข่าว

ผอ.ฝนหลวงโต้หยุดทำตั้งแต่พ.ค.

ผอ.ฝนหลวงโต้หยุดทำตั้งแต่พ.ค.

06 พ.ย. 2554

เด็กปชป.โพสต์เฟซบุ๊คชี้“ยิ่งลักษณ์”ร้องไห้ออกทีวี หลังจากนี้ปชช.ต้องช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว เสนอ 8 ข้อ จี้รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยผู้ประสบอุทกภัย ผอ.ฝนหลวงภาคเหนือ เผยปีนี้ปริมาณน้ำฝนที่ตกสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีกว่า 350 มม. โต้ไม่เกี่ยวทำฝนห

      6พ.ย.2554ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า "เห็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร้องไห้ออกโทรทัศน์แล้วรู้สึกสงสารคนที่ประสบภัยน้ำท่วมมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เพราะเข้าใจว่าขีดความสามารถนายกฯ คงทำได้เพียงเท่านี้ อย่างนี้แล้วเราต้องช่วยกันแก้ปัญหากันเอง ใครช่วยอะไรได้ต้องช่วยกัน ถ้าแก้กันอย่างนี้อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีกเป็นเดือน กว่าปัญหาจะเบาบางลง ดีไม่ดี ศปภ. คงต้องอพยพตัวเองอีกรอบ"


ปชป.เสนอ8ข้อจี้รัฐเร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัย



    นายชวนนท์  อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงข้อเสนอ 8 ข้อ ที่รัฐควรเริ่มดำเนินการได้แล้ว ดังต่อไปนี้

    1. ขอเสนอให้รัฐบาลเริ่มต้นให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงกับประชาชนทั้งในส่วนของปริมาณมวลน้ำที่ยังคงอยู่เหนือกทม. และกำลังเคลื่อนตัวเข้ามายังพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งควรชี้แจงเส้นทางที่น้ำจะผ่านเข้ามาเพื่อแสดงให้เห็นถึงพื้นที่ที่จะเป็นพื้นที่รับน้ำและจะได้รับผลกระทบเพื่อให้โอกาสพี่น้องประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริง และได้มีโอกาสเตรียมตัวในการรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพราะในชณะนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่พี่น้องประชาชนอยากจะรู้ก็คือน้ำ มีปริมาณเท่าไหร่ จะมาถึงเมื่อไหร่ และจะอยู่กับพวกเขานานแค่ไหน จึงไม่มีเหตุอันใดที่รัฐบาลจะปกปิดข้อเท็จจริง ในเมื่อบางกรณีรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการป้องกันหรือแก้ไขได้ตามที่กล่าวอ้าง จึงควรยอมรับความจริงและเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ในสิ่งที่พวกเขาจะต้องเผชิญ

    2. ขอให้รัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องการจัดทำแผนอพยพและการจัดตั้งศูนย์อพยพที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์กับการแก้ไขสถานการณ์จริง โดยควรระบุรายละเอียดของพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบมากน้อยหนักเบาให้ชัดเจน รวมทั้งจัดทำแผนการอพยพเช่นกำหนดจุดรวมพล เส้นทางอพยพ ศูนย์อพยพของแต่ละท้องถิ่นให้ชัดเจน มีผู้รับผิดชอบที่แน่นอน โดยพรรคประชาธิปัตย์ เห็นควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ต่าง ๆ หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานครเป็นผู้ประสานและดูแล รวมทั้งขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดของศูนย์อพยพก็คือความเพียงพอของอาหาร และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่จะสามารถรองรับกับปริมาณผู้อพยพได้ รวมทั้งการจัดหาอาหารสำหรับเด็กอ่อน เด็กทารก นมผง นมกล่องให้เพียงพอ กับจำนวนผู้ประสบภัย และควรมีการจัดตั้งหน่วยแพทย์หรือสาธารณสุขประจำหน่วย ที่มีมาตรฐาน สามารถดูแลพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะทิ้งบ้านออกมาอาศัยอยู่รวมกัน

    3. การดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทุ่มเทแรงกาย แรงใจพิสูจน์ให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าสามารถที่จะดูแลบ้านเรือน ทรัพย์สิน เงินทอง ของประชาชน ในขณะที่พี่น้องประชาชนต้องอพยพออกมา เพราะสาเหตุนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่พี่น้องประชาชนส่วนมากมีความไม่มั่นใจในการรักษาทรัพย์สิน จึงไม่ยอมที่จะอพยพออกนอกบ้านเรือนของตนเอง ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจัดชุดปฏิบัติการเพื่อเข้าดูแลพื้นที่ที่รัฐบาลสั่งอพยพ โดยจัดให้มีเรือท้องแบนสำหรับการออกตรวจดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเพียงพอ

    4. การชดเชยความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องตกเป็นผู้ที่มีบ้านเรือนอยู่ในเส้นทางที่น้ำไหลผ่านหรือท่วมขัง รัฐบาลควรประกาศมาตรการชดเชยที่เพียงพอ และเหมาะสม เช่นการประกาศชดเชยให้เต็มจำนวน 100% กับผู้ที่ได้รับผลกระทบหนัก เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจว่า หลังจากสถานการณ์คลี่คลายแล้วพวกเขาจะสามารถฟื้นฟูและมีหลักประกันในการกลับมาใช้ชีวิตให้เป็นปกติโดยเร็ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ประชาชนมีความสบายใจ   มากขึ้น และจะส่งผลให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ รวมถึงจะทำให้การแก้ไขปัญหาโดยรวมสามารถทำได้โดยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    5. รัฐบาลควรพิจารณาหามาตรการเสริมอื่นๆ  ในการอำนวยความสะดวก กับพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ เช่นการยกเลิกการเก็บค่าบริการทางด่วน ค่าบริการรถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อลดภาระให้กับพี่น้องประชาชนที่ยังมีความจำเป็นที่ต้องอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และต้องสัญจร  ไป - มาเพื่อทำงานหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมนี้

    6. รัฐบาลควรมีมาตรการที่ชัดเจนในการควบคุมปริมาณและราคาของสินค้าจำเป็นให้มีเพียงพอและเหมาะสมกับพี่น้องประชาชนโดยพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า รัฐบาลอาจพิจารณาจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าราคาถูกในแต่ละพื้นที่ ชุมชน เพื่อให้ประชาชนที่ประสบภัยสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายและในราคาประหยัด เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพในขณะนี้

    7. เรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังทางด้านสาธารณสุข เพราะขณะนี้ปัญหาน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานาน เริ่มเกิดปัญหาน้ำเน่า น้ำเสีย และอาจเกิดสถานการณ์โรคติดต่อ หรือโรคร้ายที่มากับน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่ารัฐบาลควรได้มีการเฝ้าระวังและมีการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเพื่อให้บริการกับพี่น้องประชาชน และเป็นการป้องกันหรือบรรเทาสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

    8. รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกนอกพื้นที่นั้น จัดโครงการฝึกอาชีพ หรือฝึกอบรมความรู้ ทักษะ ทางวิชาชีพเพิ่มเติมให้กับพี่น้องประชาชนทั้งนี้ ควรเป็นทักษะที่จะสอดคล้องกับความต้องการแรงงานหลังน้ำลด เช่นการฝึกอาชีพเรื่องการฟื้นฟูสาธารณูปโภค อาคาร บ้านเรือน รวมทั้งเส้นทางคมนาคมต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งมีงานรองรับและรัฐก็จะได้ประโยชน์จากการใช้แรงงานในการฟื้นฟูและบูรณะสิ่งต่าง ๆ ของประเทศภายหลังน้ำลด


วิปฝ่ายค้านเหน็บรัฐเลื่อนอภิปรายเหตุกลัวถูกไล่ต้อนน้ำท่วม


    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้านฯ) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2555 ว่า ขณะนี้มีผู้ประสงค์อภิปราย 70 คน โดยจะแบ่งประเด็นออกเป็น 3 ด้านประกอบด้วยคือ การเมืองความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม โดยจะมีการอภิปรายที่เกี่ยวพันกับปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมสอดแทรกอยู่ในทุกกลุ่ม ทั้งนี้เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณในส่วนงบกลางสำหรับฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัยที่รัฐบาลจัดไว้ 1.2 แสนล้านบาทนั้น น้อยเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะมีการประเมินมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 80,000ล้าน - 1แสนล้านบาทแล้ว ดังนั้นเงินที่เหลืออีกประมาณ 20,000 ล้านบาทคงไม่พอยาไส้

    นายจุรินทร์ กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณในภาวะวิกฤตควรจัดให้เหมาะสมเพราะไม่ใช่การจัดงบเหมือนภาวะปกติ โดยเท่าที่พิจารณายังเห็นว่ามีการคงงบประมาณสำหรับโครงการประชานิยมอยู่จำนวนมาก เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ควรจะมีการปรับลดงบประมาณดังกล่าวเพื่อนำเงินมาใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมก่อน ดีกว่าการเน้นไปที่การกู้เงิน ที่กลายเป็นแบกภาระและตรวจสอบยาก อย่างไรก็ตามหากไม่พอก็ต้องกู้ ทั้งนี้งบประมาณปี 55 นี้ ตนขอตั้งฉายาว่าเป็น “งบประชานิยมท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง “และยังตั้งข้อสังเกตไปถึงงบประมาณค่าหัวในการรักษาพยาบาล ที่รัฐบาลก่อนตั้งไว้ 2,896 บาทต่อหัว แต่งบปีนี้อยู่ที 2,756 บาทลดลงร้อยกว่าบาท

    ส่วนเรื่องการเปิดอภิปรายในญัตติว่าด้วยการแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะเปิดให้สมาชิกได้อภิปรายหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีการเลื่อนการพิจารณามาแล้วถึง 2 ครั้งแล้ว เสมือนกับรัฐบาลกลัวว่าจะถูกฝ่ายค้านรุมอภิปรายอย่างหนัก



ผอ.ฝนหลวงภาคเหนือเผยปีนี้น้ำฝนตกเฉลี่ยทั้งปีกว่า350มม.


    นายทรง กลิ่นปทุม  ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ  เปิดเผยว่า  สาเหตุที่น้ำในเขื่อนสำคัญของภาคเหนือหลายแห่งเต็มความจุอ่าง ซึ่งหลายฝ่ายเข้าใจว่าเกิดจากการทำฝนหลวงจนทำให้มีฝนตกบนพื้นที่เหนือเขื่อนทำให้น้ำไหลเข้าเขื่อนมากว่าปกติจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ข้อเท็จจริงปีนี้ต้องยอมรับว่า ปีนี้ฝนตกมากกว่าปกติจากการตรวจสอบค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนปีนี้เทียบกับค่าเฉลี่ยทั้งปีย้อนหลังไป 30 ปีพบว่า ปริมาณฝนที่ตกปีนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 300 - 350 มม. ซึ่งค่าเฉลี่ยน้ำฝนทั้งปีอยู่ที่ 1,500 มม.

    นอกจากนี้เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. ถึงต้นเดือน พ.ค. ได้เกิดหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงต่อเนื่องแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ศูนย์ปฎิบัติการฝนหลวงฯได้ประเมินสภาพอากาศทุกเช้าก่อนขึ้นปฎิบัติการ จึงตัดสินใจหยุดขึ้นทำฝนหลวงพร้อมกันทั้งในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่างตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.เป็นต้นมา  แต่หลังจากนั้นได้รับการร้องเรียนจากเกาตรกรใน จ.เพชรบูรณ์ที่ปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย กว่า 7 แสนไร่ ว่าฝนทิ้งช่วง จึงได้ลงพื้นที่ทำประชาคมและประเมินกระแสลมซึ่งขณะนั้นทิศทางลมเป็นกระแสลมตะวันตกเฉียงใต้ จึงตัดสินใจขึ้นปฎิบัติการทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในวันที่ 17 มิ.ย.และหยุดในวันที่ 20 ก.ค.

    นายทรง กล่าวว่า การขึ้นปฎิบัติการทำฝนหลวงในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ไม่ได้มีผลกระทบหรือทำให้มีฝนตกมากในพื้นที่ใกล้ภาคเหนือตอนล่าง เพราะกระแสลมเป็นลมทิศตะวันตกเฉลี่ยใต้ซึ่งไม่มีฝนทำให้ฝนตกในพื้นที่เพิ่มขึ้นจากการทำฝนเทียมแต่อย่างใด

    "ตัวการที่ทำให้ฝนตกมากกว่าปกติ  เกิดจากอิทธิพลของพายุหมุน  พายุโซนร้อน หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ฯลฯ  ที่เกิดเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว  แม้ศูนย์ปฎิบัติการฝนหลวงจะหยุดทำฝนหลวงโดยสิ้นเชิงตั้งแต่วันที่  9 พ.ค. แต่ได้มีการประเมินสถานการณ์และสภาพอากาศทุกเช้าเป็นประจำ ซึ่งก็พบว่าปีนี้นอกจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นแล้วยังจะมีฝนตกลงมา และหลังจากฝนตกอากาศจะหนาวเย็นลงจากอิทธิพลของฝนด้วย"นายทรงกล่าว