
'เติ้ง'อัดผันน้ำเข้าฝั่งตะวันตกเกินกำลัง
"บรรหาร”โอดติดอยู่ในบ้านจรัญเป็นสัปดาห์ต้องพึ่งโฟร์วิล แจงฝั่งตะวันตกเจ้าพระยาอ่วมเหตุเชื่อนักวิชาการเสนอผันน้ำเข้าทุ่งเกิน กำลังรับ ปัดตอบปรับครม.พรรคชทพ. ให้คะแนน “ นายกปู”สอบผ่าน วอนทุกฝ่ายร่วมแก้ปัญหาอย่าโทษกัน ชี้วิกฤติปัญหาเหตุน้ำม
6พ.ย.2554 นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงว่า อยู่ที่บ้านย่านจรัญฯ 7-8 วันเพิ่งออกได้วันแรกน้ำท่วม 1.20 ม.วันนี้ลดลงเหลือ 90 เซนติเมตร ใช้รถโฟร์วิลออกมาดูพรรคว่ายังอยู่ดีหรือไม่
ในการนี้นายบรรหาร ชี้แจงถึงสาเหตุที่น้ำท่วมฝั่งเจ้าพระยาตะวันตกว่า ฝั่งตะวันตกมีประตูระบายน้ำพลเทพ ซึ่งน้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำสุพรรณบุรีและแม่น้ำท่าจีนทั้งหมด น้ำในทุ่งบางปลาม้าและสองพี่น้องจะมารวมที่ทุ่งเจ้าเจ็ด อ.ผักไห่ ส่วนอีกสายหนึ่งมาจากแม่น้ำน้อย ซึ่งจะไหลผ่านชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา และอ.บางบาลแล้วจะไหลรวมกันที่ทุ่งเจ้าเจ็ดอีกสายหนึ่ง ซึ่งปกติแล้วทุ่งเจ้าเจ็ดจะผันน้ำสิ้นสุดประมาณ 2 เดือน แต่วันนี้น้ำจากทุ่งเจ้าเจ็ดมากจึงไหลเลยข้ามคลองพระยาบันลือไปทั้งหมดแล้วไหลต่อมาที่คลองพระพิมล คลองมหาสวัสดิ์และไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าภาษีเจริญ แต่วันนี้น้ำมีจำนวนมากเกินจึงได้ท่วมพื้นที่
ได้บอกไปเมื่อเดือนที่แล้วว่า ถ้าผันน้ำไปทางตะวันตกมากจะทำให้ไหลท่วมไปถึงอ.บางเลน นครชัยศรี นครปฐม แต่ก็ไม่เชื่อกลับไปเชื่อนักวิชาการบางคนที่เสนอว่า ทางตะวันตกยังผันน้ำได้อีก ดังนั้นเขาก็ปล่อยน้ำจากประตูพลเทพจาก 200 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น 360 ลบ.ม.ถือเป็น 7 เท่าตัวที่ไหลมารวมที่ทุ่งเจ้าเจ็ด จึงได้ไหลบริเวณ ถ.เพชรเกษม คาดว่าน้ำจะไหลลงทะเลก็ใช้เวลาเดือนครึ่ง เนื่องจากเส้นทางน้ำไหลมีลักษณะงูเลื้อยกว่า 70 กม. อย่างไรก็ตามกรมชลประทานต้องเร่งสูบน้ำจากภาษีเจริญไปลงทะเลให้มาก
สำหรับการแก้ไขปากคลองพระยาบันลือชนกับคลองพระอุดมมีคันเขื่อนแตก 40 ม.น้ำจากเจ้าพระยาก็เข้ามาหลายร้อยล้านลบ.ม เข้ามาตลบหลังจ.ปทุมธานี นนทบุรี ขณะนี้กรมชลฯได้ให้บริษัทเอกชนเข้าไปซ่อมเกือบ 10 วัน ซึ่ง เชื่อว่าจะเสร็จก่อนน้ำทะเลหนุนในวันที่ 13 พ.ย.ซึ่งจะชะลอน้ำในตอนล่างได้ และจะช่วยลดปริมาณน้ำในถ.สิรินทร ถ. บรมราชชนนี ถ. เพชรเกษม เพราะการผันน้ำลงคลองมหาสวัสดิ์เป็นเรื่องอันตรายมาก โดยในขณะนี้ได้ใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระดมสูบน้ำออก ตนไม่อยากโทษใคร อย่าบอกว่าฝ่ายโน้นผิด ฝ่ายนี้ผิด ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ซึ่งเมื่อวานนี้ประตูระบายน้ำบางโฉมศรีพัง 7-8 ม.คาดว่าวันจันทร์นี้จะซ่อมเสร็จ ประกอบกับจุดต่าง ๆ 13 จุดทั้งที่คลองพระยาบันลือ และเหนือคลองอีก 2-3 จุด ทุกที่จะซ่อมเสร็จก่อนวันที่ 12 พ.ย. นี้ และขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็ลดลง ระดับน้ำที่ อ.บางไทรเหลือแค่ 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น วันนี้เรากลัวน้ำท่วมกทม.จึงได้ผันเข้าทุ่งซ้ายทุ่งขวา น้ำจึงกองอยู่ที่ทุ่งจำนวนมาก วันนี้น้ำท่วมมาจากน้ำทุ่งและน้ำท่อ
“อยากแวะไปหากทม. เมื่อคืนวันที่ 3 พ.ย. เวลา 5 ทุ่ม ผู้ว่ากทม. ให้สัมภาษณ์ว่าได้ขอเครื่องสูบน้ำจากกรมชลฯไปแล้วแต่ไม่ให้ ให้ไปถามกรมชลฯเอาเอง ผมก็เอาหนังสือมาดู ก็เห็นว่า 3 พ.ย. หนังสือปลัดกทม.ทำไปถึงกระทรวงมหดดไทย แทนที่จะทำไปถึง ศปภ.ก็ไม่ทำ และรัฐมนตรีมหาดไทยก็มารู้ว่าที่ 4 พ.ย.ช่วงเช้า แต่ผู้ว่ากทม.ก็ล่อกรมชลฯตั้งแต่คืนวันที่ 3 พ.ย. ผมว่าท่านผู้ว่ากทม.ท่านก็เป็นม.ร.ว.อย่าถือยศเลย โทรตรงไปที่อธิบดีกรมชลประทานเลยว่าจะขอเท่าไหร่ ค่านี้ก็จบ แต่พอไปว่าอย่างนี้ทำให้คนเข้าใจผิด นึกว่ากรมชลฯไม่ให้เครื่องสูบน้ำ ทั้งที่กรมชลฯ ตอนนี้เครื่องสูบน้ำก็ไม่มีต้องไปขอจากต่างจังหวัด นี่คือข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าอะไร โทรหารัฐมนตรีเกษตรก็ได้ รับรองให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ “ นายบรรหารกล่าว
ปัญหาน้ำทางด้านตะวันตกแย่กว่าด้านตะวันออก เพราะไม่มีคันกันกั้นน้ำ หรือคูคลองให้ระบายน้ำ น้ำให้น้ำระบายช้าประกอบกับขยะที่มาก ทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้เร็ว ขณะที่ด้านตะวันออกแม้จะมีระบบการระบายที่ดี แต่ก็มีปัญหามวลชนที่ทำลายประตูหรือคันกันน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่ของตนเอง เมื่อมีคันคนที่อยู่เหนือคันก็ทะลายคัน เหนือคันก็อยากให้คนอยู่ใต้คันได้ท่วมบ้าง แม้ที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี หรือที่ประตูระบายน้ำ(ปตร.) คลองข้าวเม่า ที่ทำให้น้ำลงมาท่วมนิคมโรจนะ เป็นระบบที่เราก็ต้องเห็นใจชาวบ้าน แต่เราก็ต้องช่วยกันเชื่อว่าอีกไม่นานก็คงจะคลี่คลาย ขณะที่ที่อยุธยาก็เริ่มแห้งแล้ว ที่แม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้น้ำก็ลงมาไม่มาก เขื่อนใหญ่ ๆ มี 2 เขื่อนคือเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งก็มีน้ำเต็มความจุ 100 % แต่กรมชลฯดูแลแค่ 2 เขื่อนคือเขื่อนป่าสักฃลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อย ที่มีเก็บน้ำได้สูงสุดเพียง 1 พันล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นการผันน้ำลงมาก็อยู่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฝผ.) ที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่กรมชลประทานตนไม่ได้ว่าใคร
เมื่อถามว่า ที่ต้องแถลงข่าววันนี้เนื่องจากถูกโจมตีว่า จ.สุพรรณบุรีน้ำไม่ท่วม นายบรรหาร กล่าวว่า จ.สุพรรณท่วมไปหมดแล้ว ดูแค่ทุ่งบางปลาม้าเป็นเวิ้งยิ่งกว่านครสวรรค์เสียอีก แต่บังเอิญทุ่งเหล่านี้น้ำท่วมทุกปีแต่ไม่มาก กว่าจะแห้งก็มกราคม แต่ชาวบ้านเขาชิน เพราะรู้ว่าน้ำจะมา แต่หลังจากมีเขื่อนกระเสียวน้ำก็ไม่ท่วม ดีขึ้น
“ว่าสุพรรณน้ำไม่ท่วม ขอบิณทบาตรได้มั้ย ลองไปพุดให้คนสุพรรณฟังรับลองว่าเข้าไม่ได้ เขาจะเอาไม้ตีกระบาลพวกคุณนะสิ “นายบรรหารกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ให้นำแนะนำนายกฯอย่างไรในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นายบรรหารกล่าวว่า ตนไม่เกี่ยว ไม่ได้เป็นที่ปรึกษานายกฯ แต่ก็รู้สึกเห็นใจนายกฯ เมื่อที่ปรึกษาแนะนำอะไร ท่านก็ฟังและก็ต้องฟังกรมชลประทานด้วย แต่เผอิญปีนี้น้ำมีมาก พายุเข้าตั้ง 5 ลูก ทำให้น้ำในเขื่อนมีปริมาณมาก ประกอบกับปตร.บางโฉมศรีพัง กรมชลฯไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องเอาทหารเข้าไปช่วย ศปภ.ก็ทำอะไรไม่ได้
ส่วนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนายกฯควรทำอย่างไร นายบรรหารกล่าวว่า นายกฯท่านก็ประนีประนอม แต่ประชาชนก็มีสิทธิ์ปกป้องพื้นที่ของตนเอง ทั้งเหนือคันใต้คัน ที่ผ่านมาก็มีคนไปบอก ไปเกลี้ยกล่อม แต่ชาวบ้านเขาก็ไม่เชื่อ มันก็ต้องยอมรับเมื่อเหตุมันเกิดก็ต้องช่วยกัน อย่าโทษกันเลย ถ้าจะโทษก็ต้องไปโทษฝน โทษใต้ฝุ่นทำให้น้ำมาเหลือคณานับ
เมื่อถามย้ำว่านายกฯมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการแม้กระทั่งคนในพรรค นายบรรหารกล่าวว่า ก็ต้องเห็นใจ
“ผมเห็นหน้านายกก็รู้สึกสงสาร เป็นผู้หญิง หน้าตาไม่โรยเลย แถมยิ้มแย้มแจ่มใส ลงไปหาประชาชน อ้อนวอนอย่าทลายคันกั้นน้ำ บางทีก็ยกมือไหว้ ท่านก็บริหารอย่างเต็มที่ แต่เผอิญท่านไม่มีเซ้นต์ทางนี้ แต่ท่านมีทางธุรกิจ เมื่อฟังจากที่ปรึกษาหลายฝ่ายก็ต้องตัดสินใจลงไป อย่างทำท่อรอดถนน 5 เส้น เมื่อทำไม่ได้ ท่านก็ไม่ทำ”นายบรรหาร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าผลงานนายกฯในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา เห็นยังไง นายบรรหาร กล่าวว่า ถือว่าผ่านเพราะเต็มที่ แต่น้ำไม่เข้าใครอออกใคร มันต้องใช้เวลาคิดว่าน้ำจะลงได้ก็ประมาณ 1 เดือน เดือนนี้ก็ไม่ลง พร้อมปฏิเสธกระเสข่าวการปรับครม.ของพรรคชาตไทยพัฒนาว่า ไม่รู้เพราะการจะทำอะไรอยู่ที่ผู้ใหญ่ เขาจะพูดกัน
ส่วนที่มีการกล่าวหาว่ารมว.เกษตรฯให้ข้อมูลน้ำที่ผิดพลาด นายบรรหารกล่าวว่า ตนไม่พูด เดี๋ยวก็โต้กันไปมาก ใครเป็นคนพูด หาตัวคนพูดได้หรือไม่ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องผู้ใหญ่จะพูดกัน เขาคงไม่ทำอะไรผลีผลาม ของอย่างนี้และยามวิกฤติอย่างนี้ ก็ต้องช่วยกัน อย่าไปโทษกันเลย สื่อก็ต้องช่วยด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าดูเหมือนฝ่ายพรรคเพื่อไทยจะมองว่ากรมชลฯอยู่คนละพรรคทำให้การทำงานไม่เป็นเอกภาพ นายบรรหารกล่าวว่า ไม่เกี่ยวคนละเรื่องกัน กรมชลฯให้ข้อมูลตลอดเวลา
ส่วนที่ผู้ว่ากทม.กับรัฐบาลมีปัญหาในการทำงานร่วมกัน อนาคตควรเป็นพรรคเดียวกันหรือไม่ นาบรรหาร กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชนจะเลือกใครเวลาลงสมัคร ส่วนตัวมองว่าดีทุกฝ่าย ใช้ได้ทุกฝ่ายแต่ขอให้โทรบอกกันเรื่องเครื่องสูบน้ำตนไปเล่นงานอธิบดีกรมชลฯแทบแย่จนรู้ว่ามีหนังสือมา ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ถ้าตนทำงานวันเดียวก็เสร็จ ไม่เอาขั้นตอนหรอก สั่งก่อนเดี่ยวหนังสือก็ตามหลัง ส่วนที่จะมองว่ากรมชลฯและกระทรวงเกษตรฯบริหารงานผิดพลาดหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า แล้วแต่จะเข้าใจกัน ตนไม่พูด พูดไปเดี๋ยวก็ไปเขียนกันอีก
ถามว่านายกฯหลังรับฟังข้อมูลแล้วมีปัญหาเรื่องการสั่งการที่ถูกต้องและเด็ดขาดในการสั่งการหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า นายกฯเป็นคนรอบครอบ ต้องฟังหลายฝ่ายก่อนตันสินใจ ถ้าพรวดพลาดก็จะมีปัญหา ท่านก็เด็ดขาดอยู่ เท่าที่ตนดูก็ไม่พลาด ทำงานทั้งวันทั้งคืนด้วย ถ้าเป็นตนก็หน้าเหี่ยวตายแต่นีนายกฯยังยิ้มแย้มแจ่มใส
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯไม่เด็ดขาดในการตัดสินใจกรณีคลองข้าวเม่า นายบรรหารกล่าวว่า มันปิดไม่ได้เพราะราษฏรมาเป็นร้อยถือปืนคนละกระบอก ทหารตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ เดี๋ยวก็ยิงกันตายก็ยิงกันตาย ยุ่งตาย
เมื่อว่าการแก้ไขปัญหาน้ำมีนักการเมืองพื้นที่มาเกี่ยวข้องด้วย เช่นที่คลองสามวา คลอง8-9 นายบรรหารกล่าวว่าเป็นนักการเมืองพรรคไหนก็ไปว่ากันเอาเอง ซึ่งเรื่องลูกพรรคนายกฯก็ให้มท.1ไปสั่งการแล้ว
ส่วนมีการสั่งลูกพรรคไมได้ทำให้การสั่งการของนายกฯมีปัญหา นายบรรหารกล่าวว่า ไม่มีความเห็นอย่าเอาตนไปเกี่ยว
เมื่อถามว่าเสถียรภาพ ของรัฐบาลหลังน้ำลดจะเป็นอย่างไร นายบรรหารกล่าวว่า ต้องไปถามฝ่ายค้าน ตนตอบแทนไม่ได้ หรือไม่ก็ต้องไปทำประชามติประชาชน ความเชื่อมั่นของรัฐบาลไม่น่าจะคลายลงเพราะคนเสื้อแดงยังสนับสนุนเยอะ และเชื่อว่าจะดูแลรัฐบาลได้
ต่อข้อถามที่ว่ามีการกล่าวหาว่ามีนักการเมืองใหญ่ไปปลูกข้าวที่อ.ศรีประจันต์ จึงไม่กล้าปล่อยน้ำเข้าไปท่วม นายบรรหารกล่าวว่า ที่ทำนาได้คือที่ดอน ทั้งอ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา ก็ทำนาเหมือนกันหมด ทำไมไม่ไปถาม รังสิตคลอง 11-12-13 ก็ยังทำนาทำไมไม่ไปถาม มาถามที่จ.สุพรรรณฯเพียงจังหวัดเดียว ยืนยันว่า นายประภัตร โพธสุธน กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ก็ไม่ได้ทำแม้แต่ไร่เดียว
นายบรรหาร กล่าวว่า หลังน้ำลดควรที่จะต้องมาพิจารณาแนวทางป้องกันอุทกภัยไม่ให้สร้างความเสียหายเช่นนี้อีก โดยเห็นฯว่าในระยะเร่งด่วนทำได้ทำได้ 1-2 ปี คือการสร้างคันกั้นน้ำรักษาชุมชนเมือง เหมือนจังหวัดอ่างทอง โดยที่อยุธยาก็ต้องทำคันกั้นน้ำรอบเกาะเมือง และในจุดต่างที่ล่อแหลม และควรมีการขุดคลองเพื่อผันน้ำเจ้าพระยาออกทะเล เป็นเจ้าพระยาสายที่สอง และในส่วนของแม่น้ำสะแกกรังก็จำเป็นต้องมีการสร้างเขื่อนแม่วงศ์ รวมทั้งตัดคลองลัดแม่น้ำท่าจีนเหมือนคลองลัดโพธิ์เพื่อร่นระยะทางเดินของน้ำลงสู่ทะเลโดยเฉพาะในช่วง จ.นครปฐมลงมา ส่วนบริเวณฟรัดเวย์ด้านตะวันออก ก็ควรไปดูว่าพื้นที่ไหนที่เป็นเส้นทางให้น้ำผ่านและมีอุปสรรคอย่างไร เพื่อที่จะได้แก้ไขทั้งหมด



