ข่าว

ยุทโธปกรณ์ที่ช่วยน้ำท่วมกว่า30%ชำรุด

ยุทโธปกรณ์ที่ช่วยน้ำท่วมกว่า30%ชำรุด

06 พ.ย. 2554

"พล.อ.ยุทธศักดิ์" รมว.กลาโหม ระบุยุทโธปกรณ์ที่ใช้ช่วยน้ำท่วมกว่า 30 % เริ่มชำรุดต้องเก็บรอซ่อม ชี้อาจต้องลดจำนวนเที่ยวของรถ แต่จะเร่งซ่อม ยัน ศปภ.ทำงานไม่ล้มเหลว

          วันที่ 6 พ.ย.5  เวลา 10.00 น. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมร่วมกับกองทัพไทย ว่า ตนได้นัดประชุมร่วมกับทางกองทัพไทย หลังกระทรวงกลาโหมได้รับคำสั่งจากทางนายกรัฐมนตรี ในการที่จะตั้งหน่วยงานศูนย์สนับสนุนการปฏิบัติการฟื้นฟูเยียวยาปัญหาอุทกภัย โดยกระทรวงกลาโหมเมื่อได้รับมอบภารกิจมาแล้วต้องมีการออกแผนรับรองเพื่อมอบหมายงานให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้ง กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของศูนย์ดังกล่าวนี้มีภารกิจเพื่อเยียวยาแก้ปัญหา ฟื้นฟู ในระยะสั้น ระยะ กลางและระยะยาวต่อไป
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นทางกองทัพได้ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปัญหาอุทกภัยไว้อย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบให้ทางกองทัพไปประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกกองทัพต้องประเมินว่าจะต้องมีการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง เพราะพื้นที่ของกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศก็ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเช่นกัน และเมื่อนำยุทโธปกรณ์ออกมาช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ต้องมีการแก้ไขบำรุงรักษายุทโธปกรณ์ที่นำออกมาใช้อย่างไรบ้าง เพราะขณะนี้พบว่า 30 %จาก 100 %ที่นำออกมาใช้เริ่มชำรุดและต้องได้รับการซ่อมแซม เนื่องจากรถนำมาใช้วิ่งในน้ำตลอดเวลา ดังนั้นทางกองทัพบกจึงได้รายงานว่าต้องหยุดเพื่อเข้าบำรุงซ่อมแซม
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า จะขอยุทโธปกรณ์อื่นเข้ามาเสริมในช่วงที่มีการซ่อมแซมหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มี โดยเห็นว่าหากน้ำมีปริมาณลดลงทางขสมก. ก็สามารถสนับสนุนรถช่วยรับ-ส่งประชาชนได้ จึงเห็นว่าก็สามารถช่วยเสริมกำลังการทำงานของกองทัพได้เต็มที่ และเป็นการทำงานร่วมกับระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงกลาโหมต่อไป
 
          เมื่อถามต่อว่า กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้มีการส่งกำลังเข้ามาช่วยเสริมทางกองทัพ ใช่หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังครับ เป็นเพียงการประสานงานไปว่าหากพื้นที่ใดน้ำลดลงแล้ว รถประจำทางสามารถวิ่งเสริมกับรถของทหารได้ก็ควรจะช่วยกัน เพราะว่ารถของทหารส่วนหนึ่งจะต้องเข้าไปบำรุงซ่อมแซม
 
          อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่า 30 %ที่หายไปจะทำให้การดูแลช่วยเหลือประชาชนหายไปด้วยหรือไม่และประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่แต่จำนวนรถคงน้อยลง เที่ยวลดลง แต่พยายามจะซ่อมบำรุงให้เร็วที่สุด แต่หากได้รับการสนับสนุนก็คงทำงานได้จนกว่าน้ำจะแห้ง
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานของศปภ.ขณะนี้ ก้าวกระโดดเกินไปหรือไม่ เพราะว่าการคลี่คลายของสถานการณ์น้ำยังไม่เห็นผลชัดเจนเท่าไรนัก แต่กลับไปพูดถึงเรื่องการฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลดแล้ว พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นการเตรียมการและจะได้รู้ว่าต่อจากนี้ไปหลังน้ำลดจะได้ทำอย่างไรต่อไป อีกทั้งขณะนี้น้ำในจ.ลพบุรี จ.นครสวรรค์ จ.พิษณุโลก และจ.พระนครศรีอยุธยา น้ำก็เริ่มลดแล้วเช่นกัน และทันทีที่น้ำลดก็เป็นหน้าที่ของเราที่เข้าไปช่วยแก้ปัญหาและช่วยเหลือต่อไป  อย่างไรก็ตามน้ำที่ลดจาก ต่างจังหวัดคงไม่ไหลมากองที่ กทม. เพราะน้ำค่อยๆ ไหลมาตามจำนวน เท่าที่ทราบคงไม่มาก
 
          เมื่อถามว่าศปภ.โยนผ้าขาว ในการต่อสู้กับน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว่า ขณะนี้กำลังระบายน้ำลงทะเลแล้ว เมื่อน้ำลงทะเลแล้ว ก็จะได้เข้าสู่กระบวนการเยียวยาฟื้นฟู บำบัดน้ำเสียต่างๆ
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าตลอดระยะเวลา 2 เดือน ที่ผ่านมาถือว่า ศปภ.ล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่า ถ้าไม่มีศปภ.จะยิ่งกว่านี้ ดังนั้นการที่มีศปภ.เท่ากับเราได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนจำนวนมากแล้ว