ข่าว

'ศภจ.ตร.'บูรณาการฝ่าวิกฤติน้ำท่วม

'ศภจ.ตร.'บูรณาการฝ่าวิกฤติน้ำท่วม

06 พ.ย. 2554

'ศภจ.ตร.'บูรณาการ...ฝ่าวิกฤติน้ำท่วม : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร.

        น้ำท่วมคราวนี้ สร้างความเสียหายมหาศาล ความช่วยเหลือจากทุกหนทุกแห่งมุ่งหน้าเพื่อช่วยเหลือน้ำท่วม ทว่าในสายตาของประชาชน กลับเพ่งเล็งมาที่ "ตำรวจ" ทำงานช่วยเหลือประชาชนยังไม่เข้าเป้าจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศภจ.ตร.) ขึ้นมา โดยมี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ. ซึ่งเปรียบดังมือขวาของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ที่ร่วมลุยน้ำกู้วิกฤติน้ำท่วมอยู่ขณะนี้ จะกู้ศรัทธากลับคืนมาได้หรือไม่?

    - ศภจ.ตร. มีหน้าที่อย่างไรบ้าง

         จะทำงานตามแนวทางและการประสานการสั่งการของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้สบอุทกภัย(ศปภ.) โดยกำหนดให้ ศภจ.ตร. ซึ่งมีหน่วยปฏิบัติการ, ฝ่ายอำนวยการ และส่วนสนับสนุนเข้ามามีส่วนร่วมบูรณาการการทำงานกับหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนไปสู่การขับเคลื่อนและการปฏิบัติ ทำให้การทำงานของตำรวจเป็นไปอย่างมีระบบมากยิ่งขึ้น โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ ภายใต้การกำกับการดูแลของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และให้ผมเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์  พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผู้ช่วย ผบ.ตร เป็นเลขานุการ ศภจ.ตร. และส่วนฝ่ายอำนวยการศูนย์ก็เป็นหน่วยต่างๆ ที่อยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    - ยุทธศาสตร์การบริหารศูนย์เป็นอย่างไร

         จะมีการตั้ง สน.ส่วนหน้า เพื่อช่วยเหลือดูแลประชาชน สิ่งที่เน้นย้ำตำรวจในการทำงาน คือการทำงานตามหน้าที่ ตำรวจต้องจับผู้ร้าย ปราบปรามจับกุมอาชญากรรมไม่ให้คนร้ายมาขโมยของ และช่วยเหลือประชาชนเท่าที่จะช่วยได้ ตอนนี้ ผบ.ตร.ให้สั่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ทั้งหมดไปรับผิดชอบพื้นที่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งใน บก.น.1-9 ในนครบาลให้ลงไปช่วยเหลือประชาชน เป็นรูปแบบ สน.ส่วนหน้า คอยดูแลช่วยเหลือประชาชนทุกวิถีทาง และอำนวยการในเรื่องการจราจร แต่จะเคร่งครัดต่อการใช้กฎหมายมากเกินไปก็ไม่ได้ อย่างเรื่องการพังคันกั้นน้ำ รวมทั้งแรงงานต่างด้าว ที่เขาเข้ามาทำงานแล้วหนีน้ำมา ก็ต้องเห็นใจเขาด้วย

    - มีแนวทางการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างไร

         เมื่อ ผบ.ตร.ลงไปตรวจพื้นที่ด้วยตัวเองก็มองว่ารถประเภทออฟโรดสามารถใช้ได้ดีกว่าเรือ เพราะว่าเรือพาย เรือยนต์นั้นใช้เวลานานในการพายไป-กลับ อย่างระยะทาง 2 กิโลเมตร ต้องใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงร่วมกับสมาพันธ์ออฟโรด (Off road) แห่งประเทศไทย ตลอดจนกลุ่มต่างๆ ที่มีความสนใจรถประเภทออฟโรด ที่มีการตกแต่งพิเศษ-ยกสูง มีสมาชิกจำนวนมากมายทั่วประเทศไทย รถลักษณะนี้จะมีความคล่องตัวสูง และเหมาะกับการใช้ในสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตเมือง จึงมีการรวบรวมรถออฟโรดมาจากทั่วประเทศไทยได้ทั้งสิ้นกว่า 500 คัน จัดตั้งเป็น "สายตรวจ Big foot" โดยใช้รถตกแต่งพิเศษ-ยกสูงเหล่านี้เป็นพาหนะออกเป็นสายตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อระวังป้องกันปราบปรามโจรผู้ร้ายที่จะเข้าโจรกรรมทรัพย์สินซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ในการเข้าระงับเหตุในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย  รวมทั้งประสานการหาเจ็ตสกีมา 40 ลำ เพื่อใช้เป็นพาหนะเข้าไปตรวจตราของเจ้าหน้าที่ด้วย
   
    - หากพบผู้ประสบภัยที่ไม่ยอมอพยพ หรือกลุ่มคนที่กำลังพังคันกั้นน้ำ ดำเนินการอย่างไร

         คนที่ไม่ยอมอพยพซึ่งอยู่ในสภาวะวิกฤติแล้ว ต้องเข้าไปช่วยเหลือและพาออกมาให้จนได้ รวมทั้งเรื่องทรัพย์สินของเขาจะเข้าไปดูแลให้เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ ส่วนปัญหาการพังคันกั้นน้ำนั้น ต้องพยายามอธิบายว่า ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยไม่ให้เกิดความรุนแรง เรื่องการเจรจาต้องเป็นหน้าที่ของหน่วยที่เกี่ยวข้องชลประทาน, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องร่วมมือกัน เนื่องจากตำรวจก็ไม่ได้เข้าใจเรื่องระดับน้ำดีพอ นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องสินค้าขึ้นราคา ถ้าได้รับแจ้งก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งตามพระราชบัญญัติการควบคุมสินค้า ห้ามมีการละเมิด ตำรวจต้องตรวจสอบจับกุมเร่งรัด และต้องประชาสัมพันธ์ไม่ให้มีการฝ่าฝืน

    - ตำรวจก็ยังถูกมองว่าทำงานล่าช้าไม่ทันใจ

         ยอมรับว่าที่ผ่านมา เราแก้ไขสถานการณ์ยังไม่ตรงจุด แต่ก็พยายามแก้ปัญหาไปทีละขั้นตอน ซึ่งตอนนี้มั่นใจแล้วว่าจากโครงสร้างใหม่นี้ ตั้งตัวได้แล้ว จะทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเป็นระบบมากขึ้น ที่ผ่านมาตำรวจโดนวิพากษ์แต่ก็ไม่น้อยใจ เข้าใจว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ต้องยอมรับว่าจะต้องดูแลประชาชนที่เดือดร้อนก่อน แม้ครอบครัวเดือดร้อนแต่ต้องเก็บไว้ทีหลัง ทั้งนี้ ตำรวจมีข้อจำกัดเราไม่ใช่หน่วยส่งกำลังบำรุงพล แม้ว่าตำรวจตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ผลการประเมินอาจจะไม่มีความชัดเจน แถมกำลังพลชั้นผู้น้อยก็ขาดขวัญและกำลังใจในการทำงาน จึงต้องเสริมสวัสดิการมาช่วยเหลือ

    - ประเมินการทำงานของตำรวจในช่วงวิกฤติอย่างไร   

          แม้ว่าจะมีการเตรียมความพร้อมและแผนไว้ แต่เมื่อเจอเหตุการณ์จริงมันไม่ได้สอดคล้องกับแผนที่เตรียมการไว้ แต่หลังจากเปิด ศภจ.ตร. แล้วก็มีความคืบหน้าในการจัดระบบ ผมขอยืนยันว่าศูนย์นี้จะเป็นที่รวบรวมประมวลผลข้อมูลต่างๆ มาบูรณาการร่วมกัน ทั้งเครื่องมือ กำลัง วัสดุอุปกรณ์ ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้มีการตั้งศูนย์เฉพาะหน้า เวลานี้มีการเปิดสายด่วน ศภจ.ตร.1599 ตลอด 24 ชั่วโมง และมีเฟซบุ๊ก www.facebook.com/policenews1 เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยเอง หรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานเพื่อป้องปรามอาชญากรรม สามารถแจ้งได้ สายด่วนนี้จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ประชาชนจะสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือจากตำรวจในพื้นที่ประสบภัย เพิ่มเติมจากหมายเลขแจ้งเหตุด่วน-เหตุร้าย 191 รวมถึงจะให้ตำรวจระดับรองผู้บังคับการ 16 นายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาร่วมกันรับโทรศัพท์และดูแลระบบสายด่วนนี้ด้วยตัวเองด้วย

    - อยากฝากอะไรไปถึงประชาชนบ้าง

         ขอให้พี่น้องสบายใจ ตำรวจจะจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากอาชญากรรมในครั้งนี้ โดยมีการกำชับกำลังพลให้ทำงานกันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีหัวหน้าหน่วย และผบ.ตร.ออกตรวจทุกวัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อยากขอให้ประชาชนสนับสนุนการทำงานของตำรวจ มีเหตุเดือดร้อนต้องการให้ช่วยเหลือขอให้โทรมาแจ้ง จะดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่