
ศปภ.วอนปชช.อย่าทำลายแนวกั้นน้ำ
'ศปภ.' เร่งหาเครื่องสูบน้ำให้ กทม. วอนปชช.อย่าทำลายแนวกั้นน้ำ อ้อนเอกชน ขอเครื่องสูบน้ำยักษ์ ยังผวา น้ำเข้า ศปภ. สั่ง จนท.เร่งเสริมยางมะตอยอีก 40 ซม. พร้อมเสริมบิ๊กแบ็ค-กระสอบทราย ด้าน 'บัวแก้ว' แจงรายละเอียด ตปท.ให้ความช่วยเหลือน้ำท่วม
เวลา 21.07 น. นายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แถลงว่า ปริมาณน้ำที่ไหลลง จ.นครสวรรค์ และ จ.พระนครศรีอยุธยา ลดลงเป็นลำดับต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 6 แล้ว และรวมถึงระดับน้ำที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ลดลงเช่นเดียวกัน โดยล่าสุด ที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.พระนครศรีอยุทธยา จะกิจกรรมเริ่มทำความสะอาดบ้านมืองหลังน้ำลด
ส่วนระดับน้ำในเขตพื้นที่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 5 พ.ย.54 มีการแพร่ขยายไปในบางเขต บางพื้นที่ โดยทาง กรุงเทพฯร่วมมือกับ ศปภ. และกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องพยายามทำงานในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ แต่ระดับน้ำจะสังเกตได้ว่า แม้จะมีการเพิ่มพื้นที่ขึ้น แต่ความสูงของระดับน้ำ ไม่น่ากังวลกว่าระดับน้ำในเหตุการณ์ที่ผ่านมาในช่วงต้น ซึ่งด้านตอนเหนือของกรุงเทพฯ การเพิ่มของน้ำในเขตกรุงเทพฯที่เพิ่มขึ้น มีเพิ่มขึ้นจริง แต่ระดับน้ำไม่น่าจะสูงเท่ากันกับหลาย ๆ เขต ที่ประสบภัยในช่วงแรก
นายธงทอง ยืนยันว่า กรุงเทพฯ และ ศปภ.มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด มีความร่วมมือกันที่พยายามจะสรรหาเครื่องไม้เครื่องมือ ตามคำร้องขอของกรุงเทพฯ ที่ได้มีหนังสือมา ถึง ศปภ. ขอให้ช่วยจัดเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ มีความสามารถในการสูบน้ำได้ปริมาณมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับประมาณ 1 , 2 หรือ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 60 เครื่อง แต่เนื่องจากเครื่องสูญน้ำส่วนใหญ่ ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ และอยู่ในหน้างานต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ทางศปภ. จึงพยายามที่จะรวบรวมจากเขตพื้นที่อื่นๆ นอกกรุงเทพฯ นอกจากจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ว่าที่ไหนมีเหลืออยู่บ้าง
"มีอยู่ที่ จ.แพร่ และอ้อมน้อย น่าจะซัก 10 เครื่อง แต่คงไม่เพียงพอกับการใช้งานของทาง กทม. ที่ร้องขอมา 60 เครื่อง ทางศปภ.กำลังติดต่อ ประสานงานกับผู้ผลิตในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เพื่อขอซื้อให้เร็วที่สุดประมาณ 4-5วัน สำหรับประชาชนในพื้นที่อื่นใด ๆ มีเครื่องสูบน้ำที่มีศักยภาพ สามารถสูบน้ำได้ปริมาณมากขนาดนี้ ทาง ศปภ.ขอความกรุณา จะจะขายให้ศปภ. หรือให้เช่า หรือให้ยืม ก็ได้ ขอให้ติดต่อตรงมาที่ ศปภ.ได้"
ส่วนความคืบหน้าการวาง บิ๊กแบ็ค ทางตอนเหนือของ กทม. เพื่อชะลอน้ำที่จะเข้ามาสู่แนวถนนพหลโยธิน และเข้าสู่กทม.ชั้นในนั้น นายธงทอง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นเจ้าของหลัก ร่วมกันกับกองทัพไทย และ กทม. ปฏิบัติการในเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว เวลานี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะเร่งสูบน้ำที่อยู่หลังแนวบิ๊กแบ็ก ลงสู่คลองเปรมประชากร เพื่อพยายามลดระดับน้ำในถนนวิภาวดี
ทั้งนี้ มีประชาชนที่อยู่ตอนเหนือของบิ๊กแบ็ก มีความกังวลห่วงใยว่า แนวกั้นน้ำอย่างนี้ อาจจะทำให้น้ำตอนเหนือของบิ๊กแบ็คนั้นไม่ลดลง และเป็นความทุกข์ ความลำบากของท่าน และมีข่าวว่า ประชาชนจำนวนหนึ่ง ใช้ของมีคมทำลายบิ๊กแบ็ก ขอเรียนว่า ท่านที่อยู่เหนือแนวกั้นน้ำของบิ๊กแบ็คนี้ น้่ำที่ขังอยู่ในบริเวณพื้นที่ของท่าน ใช่ว่าเราจะนิ่งนอนใจ จะเร่งระบายลงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ และคลองที่่อยู่ในระดับชลประทานต่อไป
"ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน เป็นพี่น้องประชาชนคนไทยต้องดูแลช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ขอความกรุณา ไม่ใช่เฉพาะบิ๊กแบ็คที่มีหลายคนกังวลใจแล้วไปทำลาย รวมถึงแนวคันกั้นน้ำบริเวณต่าง ๆ ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ที่พวกเราสามารถอยู่ด้วยกันได้ และถ้าผ่านวิกฤตินี้ สำหรับคนที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาอย่างดีที่สุด เท่าที่เราสามารถทำได้"
สำหรับการเปิดปิดประตูระบายน้ำทางคลองรังสิต คลอง 8, 9 , 10 กรมชลประทาน และ กทม. ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ทำให้เราสามารถปิดประตูระบายน้ำในคลอง 8 และ คลอง 10 ได้ ขอขอบพระคุณในน้ำใจ และความเสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
ส่วนการจราจร ถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก ในการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปสู่ทางภาคใต้ ในขณะนี้สามารถใช้สัญจรไปมาได้ อย่างไรก็ดี เพื่อให้มีเส้นทางสำรองเพื่อกรณีมีความขัดข้อง ทางกระทรวงคมนาคม ร่วมมือกับกองทัพไทยและกทม. กำลังเร่งใช้กระสอบทราย จำนวน 100,000 ใบ เพื่อกู้สถานการณ์น้ำท่วม
สำหรับถนนสาย 304 ซึ่งเป็นเส้นทางบางบัวทองไปสุพรรณบุรี ถ้าสามารถกู้เส้นทางนี้ได้ ก็จะเป็นเส้นทางสำรองสำหรับประชาชนสามารถใช้เส้นทางนี้สัญจร ไปจ.นครปฐม และลงต่อเนื่องไปยัง จ.ราชบุรี เพชรบุรี เพื่อเป็นเส้นทาง ไปยังภาคใต้ได้อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งตอนนี้กำลังเร่งทำงานเพื่อสร้างเส้นทางสำรองไปภาคใต้
อ้อน ขอเครื่องสูบน้ำยักษ์เอกชน
ก่อนหน้านี้ นายธงทอง ได้แถลงเรียกร้องจากภาคเอกชนว่า ขณะนี้ ศปภ. มีความต้องการเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จากภาคเอกชนจำนวนหลายเครื่อง ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำแล้ว และอยู่ในพื้นที่ที่น้ำลดลงแล้ว ซึ่งจะขายให้ศปภ. หรือให้เช่า หรือให้ยืม ก็ได้
ทั้งนี้ เนื่องจาก ขณะนี้ กรุงเทพมหานคร ได้ทำหนังสือถึงศปภ.ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ ขนาด 1 ลบ.ม.ต่อวินาที จำนวน 20 เครื่อง , เครื่องสูบน้ำขนาด 2 ลบ.ม.ต่อวินาที จำนวน 20 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำขนาด 3 ลบ.ม.ต่อวินาที จำนวน 20 เครื่อง เพื่อนำไปเร่งในการระบายน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร
"เนื่องจากไม่สามารถจัดหาเครื่องสูบน้ำจำนวนนี้ได้ จึงต้องประชาสัมพันธ์หาเครื่องสูบน้ำจากภาคเอกชนก่อน อีกทั้งหากจะมีการจัดซื้อ ก็จะมีจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี แต่ขณะนี้ กทม.มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำอย่างเร่งด่วน จึงต้องทำการประชาสัมพันธ์ขอจากภาคเอกชนก่อน เพราะหากจะรอการจัดซื้อจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีนั้น ก็เกรงจะมีความล่าช้า เพราะต้องใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน เนื่องจากขณะนี้ติดในช่วงของวันเสาร์และวันอาทิตย์" นายธงทอง กล่าว
ผวา สั่งเสริมยางมะตอย-บิ๊กแบ็ค ป้องกัน ศปภ. เต็มที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจัดทำทางเข้าศปภ.เพิ่มเติมหลังจากก่อนหน้านี้ ได้มีการถมถนนด้วยหินคลุกจากลงทางด่วนโทลเวย์ เข้ายังซอยวิภาวดี 11 ซึ่งเป็นที่ตั้งของศปภ. โดยในวันที่ 5 พ.ย.54 ได้มีการลาดยางมะตอยเพิ่มเติมอีก 40 ซ.ม. จากที่ได้ราดไว้แล้ว 10 ซ.ม. ขณะที่ถนนหินคลุกมีความสูงจาถนนเดิม ประมาณ 1 เมตร
ขณะเดียวกัน ได้มีการนำกระสอบทรายมาตั้งยังบริเวณของขอบถนนทางเข้าศปภ. ทั้งสองข้าง และบริเวณข้างถนนทางเข้า ยังได้มีการนำกระสอบทรายบิ๊กแบ็ค ตั้งป้องกันอีก 1 ชั้นตลอดแนว เพื่อป้องกันกระแสน้ำที่จะกัดเซาะ ในชั้นของหินคลุกได้
สำหรับกระแสน้ำที่ถนนวิภาวดีรังสิต ได้เพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริเวณทางลงสะพานลอย ปตท.สำนักงานใหญ่ เจ้าหน้าที่ของกทม. ได้ทำสะพานเหล็กเป็นทางเชื่อมจากสะพานลอย มายังถนนที่จะเข้าศปภ.ด้วย
'บัวแก้ว' แจงรายละเอียด ตปท.ให้ความช่วยเหลือน้ำท่วม
นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงชุมชนไทยในต่างประเทศ ดังนี้
1. รัฐบาลคูเวตบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน ๓.๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๑๐๕ ล้านบาท) ในพระนามของ His Highness Sheikh Sabah Al-Ahmad Al-Jaber Al - Sabah เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ผ่านสภากาชาดไทย
๒. รัฐบาลญี่ปุ่นมอบรถสูบน้ำ ๑๐ คัน ผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอุทกภัย
๓. รัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีมอบเต้นท์ ๒๐๐ หลัง และอาหารกระป๋อง ๑๐,๐๐๐ กระป๋อง
๔. รัฐบาลอาร์เจนตินาจะจัดส่งสารปรับคุณภาพน้ำชนิดเม็ด (water purification tablets) จำนวน ๔๐ กล่อง ให้แก่รัฐบาลไทย ซึ่งสามารถใช้ปรับคุณภาพน้ำได้ประมาณ ๘ ล้านลิตร
๕. หน่วยงานด้านการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (US Agency for International Development - USAID) แสดงความประสงค์จะบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มเติม จำนวน ๕ แสนดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๑๕ ล้านบาท)
๖. บริษัท Chevron มอบเงินบริจาค จำนวน ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๓๐ ล้านบาท) เพื่อใช้ในการจัดหาที่พัก อาหาร น้ำดื่ม และของใช้ที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัย และได้มอบเงินบริจาคอีกจำนวน ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๓๐ ล้านบาท) แก่มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อใช้ในการซ่อมแซมโรงเรียนภายหลังน้ำท่วม
๗. พรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงความประสงค์จะบริจาคสิ่งของบรรเทาทุกข์ มูลค่า ๓ ล้านหยวน (ประมาณ ๑๕ ล้านบาท)
๘. กองบรรณาธิการนิตยสารแม่น้ำโขง นครคุนหมิง จะมอบมุ้ง ๔๐๐ หลัง มูลค่า ๑๐,๐๐๐ หยวน (ประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท)
๙. มูลนิธิพุทธฉือจี้ ไต้หวัน ส่งคณะอาสาสมัครเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ๑๓ คน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
๑๑. สมาคมนักเรียนไทยที่มหาวิทยาลัย Purdue มลรัฐอินเดียนา ร่วมกับสมาคมนักเรียนไทยอีก ๓๐ แห่งในสหรัฐฯ และแคนาดา จัดกิจกรรมระดมเงินบริจาคได้จำนวนประมาณ ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ ๓ แสนบาท) และจะนำเงินบริจาคดังกล่าวไปสนับสนุนโครงการ “น้ำเอย...น้ำใจ” ของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดซื้อผลิตยารักษาอาการน้ำกัดเท้าแก่ผู้ประสบอุทกภัยต่อไป
๑๒. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี ร่วมกับชุมชนไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอันตานานาริโว ร่วมกับชุมชนไทยในประเทศมาดาร์กัสการ์ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ร่วมกับชุมชนไทยในนครชิคาโก สหรัฐอเมริกา สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ร่วมกับชุมชนไทยในประเทศเยอรมนี และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ร่วมกับชุมชนไทยในประเทศจีน ได้ส่งเงินบริจาครวมทั้งสิ้น จำนวนประมาณ ๔,๕๔๒,๙๑๕.๕๖ บาท
...............
(หมายเหตุ : ขอบคุณคลิปวีดีโอ : http://www.youtube.com/watch?v=epldyHM14yU)



