ข่าว

'บรรหาร'เฉ่งนักวิชาการให้'ปู'สอบผ่าน

'บรรหาร'เฉ่งนักวิชาการให้'ปู'สอบผ่าน

05 พ.ย. 2554

'บรรหาร' ครวญ ติดอยู่ในบ้านจรัญฯเป็นสัปดาห์ ต้องพึ่งโฟร์วิล แจงฝั่งตต.เจ้าพระยา อ่วม เพราะเชื่อนักวิชาการ เสนอผันน้ำเข้าทุ่งเกินกำลังรับ คาดกทม.ยังจมต่อ 1 เดือน ปัดตอบปรับครม. ยังให้คะแนน 'ปู' สอบผ่าน

          นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลงว่า อยู่ที่บ้านย่านจรัญสนิทวงศ์ 7-8 วัน เพิ่งออกได้วันนี้วันแรก น้ำท่วม 1.20 ม. วันนี้ลดลงเหลือ 90 เซนติเมตร ต้องใช้รถโฟร์วิลออกมาดูพรรคว่า ยังอยู่ดีหรือไม่

          นายบรรหาร ชี้แจงถึงสาเหตุที่น้ำท่วมฝั่งเจ้าพระยาตะวันตกว่า  ฝั่งตะวันตกมีประตูระบายน้ำพลเทพ ซึ่งน้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำสุพรรณบุรีและแม่น้ำท่าจีนทั้งหมด น้ำในทุ่งบางปลาม้าและสองพี่น้องจะมารวมที่ทุ่งเจ้าเจ็ด อ.ผักไห่ ส่วนอีกสายหนึ่งมาจากแม่น้ำน้อย ซึ่งจะไหลผ่านชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา และอ.บางบาลแล้วจะไหลรวมกันที่ทุ่งเจ้าเจ็ดอีกสายหนึ่ง

          ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว ทุ่งเจ้าเจ็ดจะผันน้ำสิ้นสุดประมาณ 2 เดือน แต่วันนี้น้ำจากทุ่งเจ้าเจ็ดมากจึงไหลเลยข้ามคลองพระยาบันลือไปทั้งหมดแล้วไหลต่อมาที่คลองพระพิมล คลองมหาสวัสดิ์และไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าภาษีเจริญ แต่วันนี้น้ำมีจำนวนมากเกินจึงได้ท่วมพื้นที่

          เขาบอกว่า ได้บอกไปเมื่อเดือนที่แล้วว่า ถ้าผันน้ำไปทางตะวันตกมากจะทำให้ไหลท่วมไปถึงอ.บางเลน  นครชัยศรี นครปฐม แต่ก็ไม่เชื่อกลับไปเชื่อนักวิชาการบางคนที่เสนอว่า ทางตะวันตกยังผันน้ำได้อีก ดังนั้นเขาก็ปล่อยน้ำจากประตูพลเทพจาก 200 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็น 360 ลบ.ม.ถือเป็น 7 เท่าตัวที่ไหลมารวมที่ทุ่งเจ้าเจ็ด จึงได้ไหลบริเวณ ถ.เพชรเกษม 

          "คาดว่าน้ำจะไหลลงทะเลก็ใช้เวลาเดือนครึ่ง เนื่องจากเส้นทางน้ำไหลมีลักษณะงูเลื้อยกว่า 70 กม. อย่างไรก็ตามกรมชลประทานต้องเร่งสูบน้ำจากภาษีเจริญไปลงทะเลให้มาก"

          สำหรับการแก้ไขปากคลองพระยาบันลือชนกับคลองพระอุดมมีคันเขื่อนแตก 40 ม.น้ำจากเจ้าพระยาก็เข้ามาหลายร้อยล้านลบ.ม  เข้ามาตลบหลังจ.ปทุมธานี นนทบุรี ขณะนี้กรมชลฯได้ให้บริษัทเอกชนเข้าไปซ่อมเกือบ 10 วัน ซึ่ง เชื่อว่าจะเสร็จก่อนน้ำทะเลหนุนในวันที่ 13 พ.ย.ซึ่งจะชะลอน้ำในตอนล่างได้ และจะช่วยลดปริมาณน้ำในถ.สิรินทร ถ. บรมราชชนนี ถ. เพชรเกษม 

          นายบรรหาร กล่าวว่า การผันน้ำลงคลองมหาสวัสดิ์เป็นเรื่องอันตรายมาก โดยในขณะนี้ได้ใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระดมสูบน้ำออก

          "ผมไม่อยากโทษใคร อย่าบอกว่าฝ่ายโน้นผิด ฝ่ายนี้ผิด  ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เมื่อวานนี้ประตูระบายน้ำบางโฉมศรีพัง 7-8 ม.คาดว่า วันจันทร์นี้จะซ่อมเสร็จ ประกอบกับจุดต่าง ๆ 13 จุดทั้งที่คลองพระยาบันลือ และเหนือคลองอีก  2-3 จุด ทุกที่จะซ่อมเสร็จก่อนวันที่ 12 พ.ย. นี้ และขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็ลดลง ระดับน้ำที่ อ.บางไทรเหลือแค่ 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น  วันนี้ เรากลัวน้ำท่วมกทม.จึงได้ผันเข้าทุ่งซ้ายทุ่งขวา น้ำจึงกองอยู่ที่ทุ่งจำนวนมาก วันนี้น้ำท่วมมาจากน้ำทุ่งและน้ำท่อ"

          นายบรรหาร กล่าวว่า อยากแวะไปหากทม. เมื่อคืนวันที่  3 พ.ย. เวลา  5 ทุ่ม ผู้ว่ากทม. ให้สัมภาษณ์ว่าได้ขอเครื่องสูบน้ำจากกรมชลฯไปแล้วแต่ไม่ให้ ให้ไปถามกรมชลฯเอาเอง  เขาก็เอาหนังสือมาดู ก็เห็นว่า  3 พ.ย. หนังสือปลัดกทม.ทำไปถึงกระทรวงมหดดไทย แทนที่จะทำไปถึง ศปภ.ก็ไม่ทำ  และรัฐมนตรีมหาดไทยก็มารู้ว่าที่  4 พ.ย.ช่วงเช้า แต่ผู้ว่ากทม.ก็ล่อกรมชลฯตั้งแต่คืนวันที่  3 พ.ย.

          "ผมว่า ท่านผู้ว่ากทม. ท่านก็เป็นม.ร.ว.อย่าถือยศเลย โทรตรงไปที่อธิบดีกรมชลประทานเลยว่าจะขอเท่าไหร่ แค่นี้ก็จบ แต่พอไปว่าอย่างนี้ทำให้คนเข้าใจผิด นึกว่ากรมชลฯไม่ให้เครื่องสูบน้ำ ทั้งที่กรมชลฯ  ตอนนี้เครื่องสูบน้ำก็ไม่มีต้องไปขอจากต่างจังหวัด  นี่คือข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าอะไร  โทรหารัฐมนตรีเกษตรก็ได้ รับรองให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่"  นายบรรหารกล่าว

          นายบรรหาร กล่าวว่า ปัญหาน้ำทางด้านตะวันตกแย่กว่าด้านตะวันออก เพราะไม่มีคันกันกั้นน้ำ หรือคูคลองให้ระบายน้ำ น้ำให้น้ำระบายช้าประกอบกับขยะที่มาก ทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้เร็ว ขณะที่ด้านตะวันออกแม้จะมีระบบการระบายที่ดี แต่ก็มีปัญหามวลชนที่ทำลายประตูหรือคันกันน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่ของตนเอง

          เขาบอกว่า เมื่อมีคันคนที่อยู่เหนือคันก็ทะลายคัน เหนือคันก็อยากให้คนอยู่ใต้คันได้ท่วมบ้าง แม้ที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี หรือที่ประตูระบายน้ำ(ปตร.) คลองข้าวเม่า  ที่ทำให้น้ำลงมาท่วมนิคมโรจนะ เป็นระบบที่เราก็ต้องเห็นใจชาวบ้าน แต่เราก็ต้องช่วยกัน เชื่อว่า อีกไม่นานก็คงจะคลี่คลาย  ขณะที่ที่อยุธยาก็เริ่มแห้งแล้ว ที่แม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้น้ำก็ลงมาไม่มาก 

          นายบรรหาร กล่าวว่า เขื่อนใหญ่ ๆ มี 2 เขื่อนคือเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งก็มีน้ำเต็มความจุ 100 %  แต่กรมชลฯดูแลแค่ 2 เขื่อนคือเขื่อนป่าสักฃลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อย  ที่มีเก็บน้ำได้สูงสุดเพียง 1 พันล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้น การผันน้ำลงมาก็อยู่ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฝผ.) ที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี  ไม่ใช่กรมชลประทาน ซึ่งเขาไม่ได้ว่าใคร

          เมื่อถามว่า ที่ต้องแถลงข่าววันนี้เนื่องจากถูกโจมตีว่า จ.สุพรรณบุรีน้ำไม่ท่วม   นายบรรหาร กล่าวว่า จ.สุพรรณท่วมไปหมดแล้ว ดูแค่ทุ่งบางปลาม้าเป็นเวิ้งยิ่งกว่านครสวรรค์เสียอีก แต่บังเอิญทุ่งเหล่านี้น้ำท่วมทุกปีแต่ไม่มาก กว่าจะแห้งก็มกราคม แต่ชาวบ้านเขาชิน เพราะรู้ว่าน้ำจะมา แต่หลังจากมีเขื่อนกระเสียวน้ำก็ไม่ท่วม ดีขึ้น 

          “ว่าสุพรรณน้ำไม่ท่วม ขอบิณฑบาตรได้มั้ย ลองไปพูดให้คนสุพรรณฟัง รับรองว่า เข้าไม่ได้ เขาจะเอาไม้ตีกระบาลพวกคุณนะสิ" นายบรรหารกล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ให้นำแนะนำนายกฯอย่างไรในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม  นายบรรหารกล่าวว่า เขาไม่เกี่ยว ไม่ได้เป็นที่ปรึกษานายกฯ แต่ก็รู้สึกเห็นใจนายกฯ  เมื่อที่ปรึกษาแนะนำอะไร ท่านก็ฟังและก็ต้องฟังกรมชลประทานด้วย แต่เผอิญปีนี้น้ำมีมาก พายุเข้าตั้ง  5 ลูก  ทำให้น้ำในเขื่อนมีปริมาณมาก   ประกอบกับประตูระบายน้ำบางโฉมศรีพัง กรมชลฯไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องเอาทหารเข้าไปช่วย  ศปภ.ก็ทำอะไรไม่ได้ 

          ส่วนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนายกฯควรทำอย่างไร นายบรรหารกล่าวว่า  นายกฯท่านก็ประนีประนอม แต่ประชาชนก็มีสิทธิ์ปกป้องพื้นที่ของตนเอง ทั้งเหนือคันใต้คัน ที่ผ่านมาก็มีคนไปบอก ไปเกลี้ยกล่อม แต่ชาวบ้านเขาก็ไม่เชื่อ มันก็ต้องยอมรับเมื่อเหตุมันเกิดก็ต้องช่วยกัน อย่าโทษกันเลย ถ้าจะโทษก็ต้องไปโทษฝน โทษใต้ฝุ่นทำให้น้ำมาเหลือคณานับ 

          เมื่อถามย้ำว่า นายกฯมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการแม้กระทั่งคนในพรรค  นายบรรหารกล่าวว่า ก็ต้องเห็นใจ

          “ผมเห็นหน้านายกก็รู้สึกสงสาร เป็นผู้หญิง หน้าตาไม่โรยเลย แถมยิ้มแย้มแจ่มใส ลงไปหาประชาชน อ้อนวอนอย่าทลายคันกั้นน้ำ  บางทีก็ยกมือไหว้  ท่านก็บริหารอย่างเต็มที่  แต่เผอิญท่านไม่มีเซ้นท์ทางนี้ แต่ท่านมีทางธุรกิจ เมื่อฟังจากที่ปรึกษาหลายฝ่ายก็ต้องตัดสินใจลงไป อย่างทำท่อรอดถนน  5 เส้น เมื่อทำไม่ได้ ท่านก็ไม่ทำ”นายบรรหาร กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลงานนายกฯในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา เห็นยังไง  นายบรรหาร กล่าวว่า ถือว่าผ่านเพราะเต็มที่ แต่น้ำไม่เข้าใครอออกใคร  มันต้องใช้เวลาคิดว่าน้ำจะลงได้ก็ประมาณ  1 เดือน  เดือนนี้ก็ไม่ลง

          อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับครม. ของพรรคชาติไทยพัฒนาว่า นายบรรหารปฏิเสธที่จะตอบ โดยกล่าวเพียงว่า ไม่รู้ เพราะการจะทำอะไรอยู่ที่ผู้ใหญ่ เขาจะพูดกัน  

          ส่วนที่มีการกล่าวหาว่า รมว.เกษตรฯให้ข้อมูลน้ำที่ผิดพลาด  นายบรรหารกล่าวว่า เขาไม่พูด เดี๋ยวก็โต้กันไปมาก ใครเป็นคนพูด หาตัวคนพูดได้หรือไม่ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร เขาไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องผู้ใหญ่จะพูดกัน คงไม่ทำอะไรผลีผลาม ของอย่างนี้และยามวิกฤติอย่างนี้  ก็ต้องช่วยกัน อย่าไปโทษกันเลย  สื่อก็ต้องช่วยด้วย  

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนฝ่ายพรรคเพื่อไทยจะมองว่ากรมชลฯอยู่คนละพรรคทำให้การทำงานไม่เป็นเอกภาพ  นายบรรหารกล่าวว่า ไม่เกี่ยวคนละเรื่องกัน  กรมชลฯให้ข้อมูลตลอดเวลา  

          ส่วนที่ผู้ว่ากทม.กับรัฐบาลมีปัญหาในการทำงานร่วมกัน อนาคตควรเป็นพรรคเดียวกันหรือไม่ นาบรรหาร กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชนจะเลือกใครเวลาลงสมัคร   ส่วนตัวมองว่า ดีทุกฝ่าย ใช้ได้ทุกฝ่ายแต่ขอให้โทรบอกกัน เรื่องเครื่องสูบน้ำ เขาไปเล่นงานอธิบดีกรมชลฯแทบแย่ จนรู้ว่า มีหนังสือมา ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ถ้าเขาทำงานวันเดียวก็เสร็จ ไม่เอาขั้นตอนหรอก  สั่งก่อนเดี่ยวหนังสือก็ตามหลัง 

          ส่วนที่จะมองว่า กรมชลฯและกระทรวงเกษตรฯบริหารงานผิดพลาดหรือไม่  นายบรรหาร กล่าวว่า แล้วแต่จะเข้าใจกัน เขาไม่พูด พูดไปเดี๋ยวก็ไปเขียนกันอีก

          เมื่อถามว่า นายกฯหลังรับฟังข้อมูลแล้วมีปัญหาเรื่องการสั่งการที่ถูกต้องและเด็ดขาดในการสั่งการหรือไม่  นายบรรหารกล่าวว่า  นายกฯเป็นคนรอบครอบ  ต้องฟังหลายฝ่ายก่อนตันสินใจ ถ้าพรวดพลาดก็จะมีปัญหา   ท่านก็เด็ดขาดอยู่ เท่าที่เขาดูก็ไม่พลาด  ทำงานทั้งวันทั้งคืนด้วย ถ้าเป็นเขาก็หน้าเหี่ยวตาย แต่นี่นายกฯยังยิ้มแย้มแจ่มใส

          ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯไม่เด็ดขาดในการตัดสินใจกรณีคลองข้าวเม่า นายบรรหารกล่าวว่า มันปิดไม่ได้ เพราะราษฏรมาเป็นร้อย ถือปืนคนละกระบอก ทหารตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้  เดี๋ยวก็ยิงกันตายก็ยิงกันตาย ยุ่งตาย

          เมื่อถามว่า การแก้ไขปัญหาน้ำมีนักการเมืองพื้นที่มาเกี่ยวข้องด้วย เช่นที่คลองสามวา คลอง8-9   นายบรรหารกล่าวว่า เป็นนักการเมืองพรรคไหนก็ไปว่ากันเอาเอง ซึ่งเรื่องลูกพรรคนายกฯก็ให้มท.1ไปสั่งการแล้ว 

          ส่วนมีการสั่งลูกพรรคไม่ได้ ทำให้การสั่งการของนายกฯมีปัญหา  นายบรรหารกล่าวว่า ไม่มีความเห็น อย่าเอาเขาไปเกี่ยว

          เมื่อถามว่า เสถียรภาพ ของรัฐบาลหลังน้ำลดจะเป็นอย่างไร  นายบรรหารกล่าวว่า  ต้องไปถามฝ่ายค้าน ตอบแทนไม่ได้ หรือไม่ก็ต้องไปทำประชามติประชาชน ความเชื่อมั่นของรัฐบาลไม่น่าจะคลายลง เพราะคนเสื้อแดงยังสนับสนุนเยอะ และเชื่อว่าจะดูแลรัฐบาลได้

          ต่อข้อถามที่ว่ามีการกล่าวหาว่ามีนักการเมืองใหญ่ ไปปลูกข้าวที่อ.ศรีประจันต์ จึงไม่กล้าปล่อยน้ำเข้าไปท่วม  นายบรรหารกล่าวว่า ที่ทำนาได้คือที่ดอน ทั้งอ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา ก็ทำนาเหมือนกันหมด ทำไมไม่ไปถาม  รังสิตคลอง 11-12-13 ก็ยังทำนา ทำไมไม่ไปถาม มาถามที่จ.สุพรรรณฯเพียงจังหวัดเดียว ยืนยันว่า นายประภัตร โพธสุธน กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา  ก็ไม่ได้ทำแม้แต่ไร่เดียว 

          นายบรรหาร กล่าวว่า หลังน้ำลดควรที่จะต้องมาพิจารณาแนวทางป้องกันอุทกภัยไม่ให้สร้างความเสียหายเช่นนี้อีก โดยเห็นว่า ในระยะเร่งด่วนทำได้ทำได้  1-2 ปี คือการสร้างคันกั้นน้ำรักษาชุมชนเมือง เหมือนจังหวัดอ่างทอง โดยที่อยุธยาก็ต้องทำคันกั้นน้ำรอบเกาะเมือง  และในจุดต่างที่ล่อแหลม  และควรมีการขุดคลองเพื่อผันน้ำเจ้าพระยาออกทะเล เป็นเจ้าพระยาสายที่สอง

          นอกจากนี้ ในส่วนของแม่น้ำสะแกกรังก็จำเป็นต้องมีการสร้างเขื่อนแม่วงศ์ รวมทั้งตัดคลองลัดแม่น้ำท่าจีนเหมือนคลองลัดโพธิ์เพื่อร่นระยะทางเดินของน้ำลงสู่ทะเลโดยเฉพาะในช่วง จ.นครปฐมลงมา  ส่วนบริเวณฟรัดเวย์ด้านตะวันออก ก็ควรไปดูว่าพื้นที่ไหนที่เป็นเส้นทางให้น้ำผ่านและมีอุปสรรคอย่างไร เพื่อที่จะได้แก้ไขทั้งหมด