ข่าว

'มาร์ค'ติงทักษิณอย่าจุ้นปรับครม.

'มาร์ค'ติงทักษิณอย่าจุ้นปรับครม.

05 พ.ย. 2554

'อภิสิทธิ์'ติงทักษิณ ไม่ควรพูดเรื่องปรับครม. ชี้เวลานี้ต้องเร่งช่วยปชช.ก่อน พาลูกทีมลงทำครัวย่านสุทธิสารเจอ แดงไล่ แต่ไม่สน ด้าน 'สุขุมพันธุ์' ตรวจน้ำท่วมจรัลฯ 13 เผย 2 แขวงในเขตภาษีเจริญ อาจประกาศพื้นที่อพยพ

         5 พ.ย.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิรักษ์  โกษะโยธิน คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค  นายศิริโชค โสภา และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เดินทางไปยังบริเวณเชิงสะพานคลองบางซื่อ หน้าโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค  ถ.รัชดาภิเษก  เพื่อเปิดโรงครัวชาวใต้ ร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม โดย นายอภิสิทธิ์ ได้ทำหน้าที่ในการตักอาหารแจกให้ประชาชนในย่านดังกล่าวอยู่นานประมาณ 10 นาที

          จากนั้น ได้เดินข้ามถนน เพื่อไปดูแนวน้ำในคลองดังกล่าว โดยในระหว่างนั้น ได้พบกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่แสดงกิริยาไม่เหมาะพร้อมทั้งตะโกนด่าไล่หลังว่า " มาทำไม"  โดยนายอภิสิทธิ์ และคณะตรวจดูสภาพน้ำนานประมาณ 10 นาที จึงได้เดินทางออกมายังจุดทำครัว เพื่อให้กำลังใจบรรดาคนทำอาหาร และทักทายนายทหารที่ออกมาให้ความช่วยเหลือในเรื่องยานพาหนะ และเบี้ยเลี้ยงที่ได้รับ

         นายอภิสิทธิ์  ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงสถานการณ์น้ำว่า ยังไม่มีอะไรทีเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อวาน อีกทั้งปริมาณน้ำก็ยังขึ้นสูงกว่าเดิม ตนยังยืนยันว่า เวลานี้ไม่มีใครมีสิทธิ์ที่จะประมาทตอนนี้ เพราะน้ำยังรุกคืบเข้ามาเรื่อย ๆ  และมวลน้ำก็มีมากและจากจุดที่ยืนอยู่ คือ ย่าน ถ.รัชดาภิเษก ก็ยังไม่มีอะไรเป็นตัวกั้น แต่ยังพอมีมีบึงมักกะสันและบึงพระรามเก้าช่วยได้บ้าง แต่ก็ต้องประเมินกำลังระหว่างว่า การสูบออกกับมวลน้ำที่เข้ามา

         ทั้งนี้ ด้านคลองแสนแสบที่ล่าสุด นักวิชาการออกมาเป็นห่วงว่า หากเอาน้ำลงที่คลองแสนแสบจำนวนมาก บริเวณใกล้เคียงอาจได้รับผลกระทบนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มวลน้ำก็ยังคืบเข้ามาและเวลานี้ประชาชนเองก็ต้องติดว่าสถานการณ์กันวันต่อวัน และอยู่ที่รัฐบาลด้วยว่า ที่ออกมากล่าวว่า กั้นน้ำไม่ให้เข้ามาอีกนั้น  ทำได้จริงหรือไม่ แต่ประชาชนที่อยู่บริเวณจุดแนวหน้าของน้ำนั้นจะต้องเตรียมตัว เพราะตนเองก็ยังตกใจ เพราะจากการได้พบประชาชนมีหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวอยู่ ในหลายพื้นที่ อาทิ ดินแดง ห้วยขวาง ในที่สุดก็ไม่ได้เตรียมตัวและทำให้เกิดความขลุกขลัก          

         เมื่อถามว่า การประชุมของกทม.ศปภ.และนายกรัฐมนตรี ที่ดูเหมือนยังมีปัญหานั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังยืนยันว่า คนมีหน้าที่ที่จะบริหารจัดการอยากไปสกัดกั้นหรือชะลอน้ำก็ทำไป แต่วันนี้งานที่ต้องทำมากขึ้นคือการบริหารจัดการเรื่องคน  โดยเฉพาะคนในชุมชนต่าง  ๆ  ที่อยู่ในความเสี่ยง จะเห็นได้ชัดว่าจากการตามน้ำมา 3 - 4 วันยังพบว่า น้ำยังรุกคืบมาตลอด เวลามาถึงจะเพิ่มรวดเร็ว  ส่วนการบริหารจัดการน้ำในฝั่งตะวันตกนั้นเท่าที่ติดตาม  พบว่าน้ำยังไหลลงเรื่อย และถ้าตนมีเวลาก็จะไปดูในเรื่องน้ำที่ฝั่งธนด้วย

         ผู้สื่อข่าวถามว่า  จากการดูการทำงานของ ศปภ.แล้วเห็นว่าทำงานได้เต็มที่หรือยังและสมควรที่จะปิดได้ไหมนั้น นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า ตนกังวลกับชาวบ้านมากกว่า เพราะยังมีประชาชนจำนวนมากมองเรื่องน้ำว่าเป็นเรื่องไกลตัว อยากให้ช่วยกันเตือนแต่ไม่ได้หมายความว่าต้องการให้คนตื่นตระหนก แต่หลายครั้งพอประชาชนเตรียมตัวไม่ทันภาระหนักจะตกที่เจ้าหน้าที่ เพราะพอเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลคนบางครั้งเป็นเรื่องยากโดยเฉพาะกับคนที่ติดอยู่ในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำสูงเกือบ 1 เมตร กำลังเจ้าหน้าที่จำกัดและเวลานี้ไม่ว่า ศปภ.หรือ กทม.เองก็ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ต่อประชาชนว่า น้ำเวลานี้มาถึงไหนรุกคืบมาอย่างไร

         ส่วนที่มีรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่พอใจ รมต.บางคนในรัฐบาล และอาจมีการปรับเปลี่ยน หรือขอกระทรวงคืนจากพรรคร่วมรัฐบาล  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นาทีนี้ คือ นาทีที่ใครมีหน้าที่อะไรก็ควรเร่งทำงานปัญหาหลักคือการอำนวยควาสะดวก การบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนและต้องคิดเรื่องการบริหารจัดการ เมื่อน้ำท่วมเป็นพื้นที่กว้าง ประชาชนจะเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐานได้อย่างไร และขณะนื้ทราบว่ามีหลายหน่วยงานเองก็กำลังเร่งดำเนินการเรื่องนี้ จึงอยากให้ช่วยกันมาสนใจตรงนี้เป็นพิเศษมากกว่า

 

'สุขุมพันธุ์' ตรวจน้ำท่วมจรัล13 เผย 2 แขวงในเขตภาษีเจริญ อาจประกาศพื้นที่อพยพ

          เวลา  15.00 น.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร  ผู้ว่าฯกทม. เดินทางมายัง ซอยจรัญสนิทวงศ์  13  เขตบางกองใหญ่ ภายหลังที่ กทม.ประกาศให้เป็นพื้นที่อพยพ เนื่องจากน้ำจากคลองมหาสวัสดิ์ ไหลเข้าคลองทวีวัฒนา และแผ่เข้าตามคลองต่างๆ ในเขตบางกอกใหญ่ ซึ่งผู้ว่าฯกทม.ได้ขึ้นรถ 10 ล้อขนาดใหญ่ เพื่อตรวจสภาพน้ำท่วมในพื้นที่

          ทั้งนี้ พบว่ามีระดับน้ำสูง 30 เซนติเมตร มีสภาพขุ่นดำท่วมตลอดทั้งซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ซึ่งยังมีประชาชนบางส่วนปักหลักอยู่ในพื้นที่ ถึงแม้ กทม.จะประกาศให้อพยพก็ตาม ทั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากสำนักการระบายน้ำ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนและเก็บขยะที่ตกค้างในซอยดังกล่าว

          นายวสันต์ มีวงศ์ รองโฆษกกทม. กล่าวประกาศผ่านไมค์ว่า  กทม.ไม่ได้ใช้น้ำลายแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งผู้ว่าฯกทม.ตั้งใจมาแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยสภาพน้ำท่วมในพื้นที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 มีความเป็นห่วงเรื่องไฟฟ้า ซึ่งกทม.ได้กำชับให้ระวังมาโดยตลอด และการมาเยี่ยมประชาชนครั้งนี้ เพื่อมาให้กำลังใจชาวบางกองใหญ่ที่ประสบภัยน้ำท่วม

          จากนั้น เวลา 16.05 น. ผู้ว่าฯกทม.พร้อมคณะ ได้เดินทางมายังโรงเรียนวัดวิจิตรการนิมิตร เขตภาษีเจริญ ซึ่งตั้งเป็นศูนย์พักพิง ให้ประชาชนที่อพยพโดยขณะนี้ มีผู้อพยพมาที่ศูนย์ดังกล่าวแล้วจำนวนกว่า 200 คน จากเดิมที่รองรับได้ 150 คน ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผู้อพยพมาจากชุมชนใกล้บริเวณโรงเรียนดังกล่าว

          ผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมประชาชนว่า เขามาดูพื้นที่น้ำท่วมในเขตบางกอกใหญ่และเขตภาษีเจริญ  ซึ่งกทม. ได้ประกาศให้ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ในเขตบางกอกใหญ่ และ 4 แขวง ในเขตภาษีเจริญ เป็นพื้นที่อพยพไปก่อนหน้านี้ แต่ขณะนี้ น้ำท่วมในฝั่งธนบุรี คือต้านตะวันตกของกรุงเทพฯ ได้แผ่วงกว้างไปเรื่อยๆ ดังนั้น อาจจะมีการพิจารณาให้ 2 แขวงในเขตภาษีเจริญ ประกอบด้วย 1.แขวงคูหาสวรรค์  2. แขวงบางว้า เป็นพื้นที่อพยพเพิ่มเติม  แต่จะต้องมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้จะเพิ่มเติมหรือไม่

          สำหรับ ปัญหาน้ำท่วม ด้านฝั่งตะวันตกของ กรุงเทพฯ กทม. จะร่วมมือกับ ศปภ. เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ระบายออกแม่น้ำท่าจีนเท่าที่จะทำได้ แต่ลักษณะน้ำท่วม จะไม่เหมือนกับต่างจังหวัดเนื่องจาก จะมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ซึ่งน้ำจะไม่ท่วมสูงโดยฉับพลัน

          ขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังเร่งซ่อมสถานีสูบน้ำฝั่งตะวันตก ซึ่งชัดเจนว่า ทุกฝ่ายกำลังเร่งดำเนินการตามหน้าที่ของตนเอง 

          "ชั่วโมงนี้ต้องยึดแนวทางให้ดีที่สุด เพื่อลดความเสียหาย หากกทม.และ ศปภ. หรือหน่วยงานอื่น มีข้อสรุปร่วมกันแล้วต้องยืนตามนั้น  อย่าเปลี่ยนแปลงเพื่อให้การแก้ไขปัญหาร่วมกันทำได้ดีมากขึ้น"

          ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ที่เขาไม่ทำนายและคาดการณ์สถานการณ์น้ำท่วม ของแต่ละพื้นที่ เนื่องจาก สถานการณ์น้ำได้เปลี่ยนแปลงทุกวัน โดยเฉพาะพื้นที่ด้านตะวันออกของกทม. ขณะนี้ มีน้ำเพิ่มสูงเร็วมาก ประมาณ 5-20 เซนติเมตร หากไม่เร่งแก้ไข อีกไม่นานเชื่อว่า น้ำจะท่วมสูงเป็นเมตรได้ ดังนั้น มาตรการของรัฐบาลในการปิดประตูระบายน้ำของคลอง 8  , 9 , 10 จ.ปทุมธานี หากมีการปิดแล้ว จะต้องปิดไปตลอดไม่ได้ปล่อยให้มีการเปิดขึ้นอีกครั้ง รวมกับสถานีสูบน้ำของกรมชลประทาน ที่จะระบายน้ำออกสู่ แม่น้ำบางประกง เมื่อตรงกันแล้วก็ต้องมีการเปิดสถานีสูบน้ำให้มากที่สุด 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เด็กชายวัย 7 ขวบ ซึ่งเป็นผู้อพยพในศูนย์พักพิง ได้สอบถามผู้ว่าฯกททม.ว่า ถ้าอีก 5 วัน น้ำยังท่วมในพื้นที่จะทำอย่างไรต่อไป ผู้ว่าฯกทม.กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า หากประเมินสถานการณ์ว่า ไม่ปลอดภัยก็ขอให้ครอบครัวย้ายเข้าศูนย์พักพิง ซึ่งจะมีการดูแลอย่างดีที่สุด อีกทั้งมีการเคลื่อนย้ายผู้อพยพไปยังต่างจังหวัด ก็ขอยืนยันว่า มีความเป็นอยู่สบายแน่นอน อาจจะไม่ลำบาก และอาจจะสนุกกว่าที่นี่ด้วยซ้ำ

          ทั้งนี้  ผู้ว่าฯกทม.ได้กล่าวกับผู้อพยพที่ศูนย์พักพิงดังกล่าวว่า เขาเสียใจที่ประชาชนจำนวนมากเดือดร้อน กทม. จะพยายามแก้ไขปัญหาที่ทำได้ในตอนนี้โดยเร่งระบายน้ำให้มากที่สุด แต่ขณะนี้ ยอมรับว่า ปริมาณน้ำมีจำนวนมากจริงๆ โดยมวลน้ำบางส่วนได้มาถึง 5 แยกลาดพร้าว แล้วจะไหลต่อไปยังเขตดินแดง หรืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้

          "จากนี้รัฐบาล และกทม. จะเร่งแก้ปัญหาในพื้นที่ฝั่งตะวันตก และพื้นที่อื่นๆโดยเร็วต่อไป แต่การระบายน้ำจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หากไม่มีมวลน้ำใหม่เข้าเพิ่มเติมจึงเชื่อสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้" ผู้ว่าฯกทม. กล่าว

 

 

“ชวนนท์"จี้รัฐช่วยปชช.ผู้ประสบภัยมากกว่ากู้เงิน

       นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยของรัฐบาลโดยเรียกร้องว่า ขณะนี้มีประชาชนกว่าร้อยละ70-80 ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องเร่งทำอย่างเร่งด่วนมากกว่าการกู้เงิน 8-9 แสนล้านบาท หรือโยนความผิดให้กับทาง กทม.หรือกรมชลประทานว่า มีการประสานงานที่ไม่เหมาะสม เพราะอันที่จริงแล้วทาง กทม.ได้ขอเครื่องสูบน้ำไป แต่ทาง ศปภ.กลับไม่ได้มีการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

       ขณะที่ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการการ พรรคเพื่อไทย ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องอะไรด้วยได้ระบุว่า เรื่องการขอเครื่องสูบน้ำนั้นให้ส่งเรื่องไปที่กรมชลประทาน ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วจะมีศปภ.ไปเพื่ออะไร นอกจากนี้ ตนยังแปลกใจว่าในช่วงเวลา 2-3 วันที่มีการประชุมในเรื่องของการแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลับยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในเรื่องเครื่องสูบน้ำ และไม่มีความชัดเจนว่าที่สุดแล้ว กทม.จะได้เครื่องสูบน้ำตามที่ขอหรือไม่

       "อยากฝากไปยังรัฐบาลในเรื่องในเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมของการ ศปภ.ชุดต่างๆ ที่ค่อนข้างจะวุ่นวาย เนื่องจากจะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความสับสน  ซึ่งตนเห็นว่า การตั้งคณะกรรมการกี่ชุดนั้นไม่สำคัญ แต่เรื่องสำคัญอยู่ที่ความจริงใจในการแก้ปัญหา อย่าทำตัวหนีปัญหา โกหกบิดเบือน เชื่อว่าหากรัฐบาลทำเช่นนี้ก็จะทำให้ไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน" นายชวนนท์ กล่าว         

       นอกจากนี้ ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องของการบริหารจัดการ เนื่องจากขณะนี้มีประชาชน เช่น เขตคลองสามวา  หรือรังสิตคลอง 8,9,10  ที่คิดว่ารัฐบาลพึ่งไม่ได้จึงทำให้ก่อเหตุจนทำให้เกิดความวุ่นวายที่ทำให้มีการต่อสู้กัน ซึ่งถ้ารัฐบาลไม่มีการแก้ไข เชื่อว่า เรื่องดังกล่าวจะกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงที่ไม่สามารถคาดเดาได้