ข่าว

จมน้ำ-ลอยน้ำ

จมน้ำ-ลอยน้ำ

06 พ.ย. 2554

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : จมน้ำ-ลอยน้ำ โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

     หลังจากเราจมจ่อมอยู่กับความทุกข์เรื่อง "น้ำ" มาต่อเนื่อง และในความรู้สึกดูเหมือนจะเป็นความทุกข์อันแสนจะยาวนาน มีใครคนหนึ่งบอกดิฉันเมื่อไม่นานมานี้ว่า

     "จะว่าไปแล้ว ก่อนหน้านี้ เราเคยรู้สึกดีกับน้ำ กับสายน้ำมากมาย เห็นทีไรก็สดชื่น รื่นรมย์ เพราะฉะนั้นวันนี้ แม้จะเกิดอะไร ก็ยังอยากเก็บความรู้สึกนี้ไว้เหมือนเดิม ถึงจะดำบ้าง เน่าบ้าง ก็ไม่ใช่ความผิดของน้ำสักนิด"

     ลองนึกย้อนถึงคืนวันที่ชีวิตยังเดินไปตามปกติ เหน็ดเหนื่อยจากการชีวิตในแต่ละวัน แค่นั่งมองแม่น้ำที่ไหลเรื่อย ปล่อยให้ความเหนื่อย ความทุกข์ไหลรินตามไป แค่นั้นก็ดูเหมือนกับจะเติมพลังชีวิตได้มากมาย ความนิ่ง ความเย็นฉ่ำของสายน้ำในวันนั้น ทำให้ใครหลายคนมีแรงในการต่อสู้กับปัญหาที่ถาโถม แต่วันนี้สิ่งที่เคยสร้างความเย็นฉ่ำกลับกลายเป็นร้อนรุ่มดังไฟเผา

     ภัยธรรมชาติก็เป็นเรื่องหนึ่ง การบริหารจัดการกับภัยธรรมชาติก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตราบใดที่ปัญหายังมีไว้แค่ "รับรู้" ไม่ได้มีไว้เพื่อ "แก้ไข" และตราบใดที่มนุษย์ยังมีปัญญา เพียงแค่นั่งมองว่า "น้ำ" จะเคลื่อนไปทำลายชีวิตและทรัพย์สินของใครต่อใคร มนุษย์ก็ไม่มีสิทธิที่จะกล่าวโทษได้ว่า นี่คือความผิดและความโหดร้ายของ "ภัยธรรมชาติ" ทั้งหมด

     สิ่งหนึ่งที่สร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นในครั้งนี้ คือ "น้ำ" ไม่เลือกชนชั้นในการเข้าโจมตี ไม่เลือกฐานะ ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกวัย หากแต่การเข้าโจมตีแต่ละครั้ง แม้จะนำมาซึ่งความเดือดร้อนบนมาตรฐานเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน เราจึงเห็นรูปแบบของการอพยพที่แตกต่างกัน ในขณะที่ใครบางคน <cTypeface:Bold>"หนีน้ำ"<cTypeface:> ไปต่างจังหวัด อาจจะเป็นบ้านพักตากอากาศ หรือโรงแรมรีสอร์ท ทั้งหัวหิน ปราณบุรี พัทยา กินอยู่อย่างไม่เดือดร้อนด้วยการสั่งสมทรัพย์สินที่ถึงเวลาถูกดึงมาใช้ในยามวิกฤติ ใครอีกหลายคนต้องหอบกระติกน้ำร้อน กระติกน้ำแข็ง กระติ๊บข้าวเหนียวเดินหน้าเข้าสู่ศูนย์อพยพ ทั้งโรงยิม โรงทาน ศาลาวัด และรอคอยความช่วยเหลือจากผู้มีน้ำใจผ่านถุงยังชีพที่มาถึงบ้าง มาไม่ถึงบ้าง

     "ความทุกข์" อาจจะเท่าเทียมกัน แต่ "ความเดือดร้อน" อาจจะไม่เท่าเทียมกัน

     "วิกฤติที่ถาโถมอย่างถ้วนทั่ว" น่าจะทำให้หลายคนตระหนักถึงความจำเป็นในการเก็บออมเงินเพื่อใช้ในยามวิกฤติ อย่าคิดว่า "สายเกินไป" เพราะทุกๆ เรื่องของชีวิตเริ่มเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะไม่มีคำว่า "สาย" มากไปกว่าการไม่ยอมเริ่มต้น

     จะว่าไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็ทำให้เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ หรือเริ่มทดลองใช้ชีวิตในแบบที่เราอาจจะ "ปฏิเสธ"  มาตลอด หลายคนที่ไม่ชอบทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพราะไม่แน่ใจในความปลอดภัย ก็ต้องหันมาให้ความใส่ใจและเริ่มทดลองใช้บริการมากขึ้น เนื่องจากการเดินทางที่ไม่สะดวก ผลักให้เราเรียนรู้โลกของ "อีแบงกิ้ง" มากขึ้น ซึ่งหลายๆ ธนาคารก็พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า อย่างล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย โดย ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ก็ยอมรับว่า เหตุการณ์น้ำท่วมทำให้ลูกค้าไม่สะดวกหรือไม่สามารถดำเนินธุรกรรมผ่านช่องทางปกติได้

     ดังนั้น จึงแนะนำให้ใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นช่องทางการทำธุรกรรมในช่วงนี้ ทั้งบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบธุรกิจ โดยผู้ประกอบธุรกิจที่ทำธุรกรรมการโอนเงินหรือชำระเงินต่างๆ สามารถทำผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ K-Cash Connect หรือ K-BizNet ได้ และในกรณีที่เป็นการโอนหรือชำระเงินกับคู่ค้าธุรกิจที่ทำธุรกรรมการเงินร่วมกันเป็นประจำ แนะนำให้ดำเนินการผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือ (K-Corporate Mobile Payment) ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K-BIZ Contact Center 0 2888 8822 กด 1 กด 9

     ส่วนลูกค้าบุคคลที่ทำธุรกรรมการโอนหรือชำระเงินต่างๆ สามารถดำเนินการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน ที่ธนาคารบนอินเทอร์เน็ต (K-Cyber Banking) หรือผ่านทางโทรศัพท์มือถือ (K-Mobile Banking) โดยสามารถสมัครบริการได้ทันทีที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคาร และสามารถรับรายงานการทำธุรกรรมผ่านระบบเอสเอ็มเอสได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center โทร.0-2888-8888

     นอกจากเรื่องของธุรกรรมทางการเงินแล้ว เรื่องของการทำธุรกิจก็เช่นเดียวกัน เพราะวิกฤติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นรอบนี้ ทำให้หลายคนเริ่มสนใจทำธุรกิจผ่านระบบ "ออนไลน์" มากขึ้น โดย Thaitrade.com ซึ่งเป็นตลาดกลางการซื้อขายสินค้าไทยแบบ B2B (หรือ B2B E-Marketplace) จัดทำโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์แนะนำว่า นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์คึกคักขึ้น

     Thaitrade.com บอกว่า การทำตลาดแบบออนไลน์ มีข้อจำกัดน้อยและมีข้อดีหลายประการสำหรับการค้าในปัจจุบัน โดยจะเห็นได้จากประสิทธิภาพของโลกออนไลน์ในช่วงวิกฤติน้ำท่วมว่า ถึงแม้การเดินทางจะเป็นไปอย่างลำบาก การพบปะพูดคุยแบบนั่งโต๊ะเจรจาจะทำไม่ได้ แต่การสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์สามารถทำได้ในทุกๆ วินาที ทำให้เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เปิดรอรับสำหรับการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

     แม้ในช่วงเริ่มต้น การตลาดแบบออนไลน์อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ รวมถึงผู้ประกอบการที่กำลังดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว แต่การศึกษาหาข้อมูล และการทำความเข้าใจในวิธีการทำตลาดออนไลน์ที่ดี จะสามารถนำเอาข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพิ่มเติมความเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ธุรกิจออนไลน์ของผู้ประกอบการในแต่ละราย สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     ขณะที่การใช้อิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือเชิงพาณิชย์จะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก หรือประหยัดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจุดจำหน่ายสินค้าที่ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าร้าน หรือมีพนักงานขาย เพียงแค่มีหน้าร้านเว็บไซต์ หรือสร้างเว็บไซต์ให้แก่ตัวเอง

     ใครที่สนใจลองคลิกไปที่เว็บไซต์ www.thaitrade.com  แล้วถ้าจะให้ดีควรสอบถามข้อมูลอย่างละเอียด เพราะถ้ามองโลกด้านบวก การทำธุรกิจออนไลน์มีความสะดวก สามารถทำได้แบบไม่มีวันหยุด และทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่หลายคนอาจจะมีคำถามว่า แล้ว "น้ำท่วม" แบบนี้จะมีปัญหากับการขนส่งหรือไม่ และจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะมีคำสั่งซื้อ มีของขาย แต่ส่งไม่ได้ ก็กลายเป็นสะดุดอยู่ดี

     ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่ได้มีอะไรราบรื่นไปทุกสิ่ง แต่ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์จะยอม "จำนน" เพราะแม้ตัวจะ "จมน้ำ" แต่ใจก็ "ลอยน้ำ" ได้ ลองคลิกไปที่ http://www.youtube.com/watch?v=efanM6ZBXEU\ฟังเพลง "เรื่องเล่าจากสายน้ำ" บางทีเพลงก็บอกอะไรกับชีวิตได้หลายอย่างจริงๆ

---------------------
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : จมน้ำ-ลอยน้ำ โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )