
น้ำเอ่อท่วมลาดพร้าวซอย23-27แล้ว
น้ำจากห้าแยกลาดพร้าวได้ เอ่อเข้าท่วมซอย 23-27 และ 41 แล้ว ส่วนหน้าศปภ.น้ำสูง 30-40 ซ.ม. ขณะที่ซอยเสนาเริ่มวิกฤติบางจุดระดับน้ำสูง 80 ซ.ม. ประกาศเส้นทางปิดการจราจรพร้อมระดับน้ำและเส้นทางหนีน้ำท่วมกรุง ปทุมฯ-รังสิตน้ำลดโรงงานสแตนเลย์เร่งกู้เครื่องจักร
4พ.ย.2554 พ.ต.ท.พิษณุ โกสิยวัฒน์ สว.จร.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า ขณะนี้มวลน้ำจากห้าแยกลาดพร้าวได้เอ่อเข้าท่วมถนนลาดพร้าวในซอย 23-27 ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่เลยจากแยกรัชดา-ลาดพร้าว โดยเอ่อล้นจากซอย เข้าท่วมถนนประมาณ 10 ซ.ม. แต่รถยังสามารถสัญจรได้อยู่ ส่วนในซอยภาวนา หรือลาดพร้าว 41 นั้น น้ำเริ่มปริ่มถนนแล้วเช่นกัน
ขณะที่ห้าแยกลาดพร้าว ฝั่งเซนต์จอห์น มีน้ำท่วมขัง 10-15 ซ.ม. ระดับน้ำที่หน้าสำนักงานใหญ่ ปตท. วิภาวดีรังสิต ขาออก สุดสูง 30-40 ซ.ม. ปิดถนน เจ้าหน้าที่เร่งเสริมความสูงถนนเข้า ศปภ.
สำหรับลาดปลาเค้า มุ่งหน้ารามอินทรา กม.2 น้ำท่วมถนนหมดแล้ว และสูงต่อเนื่อง โดยหน้าวัดลาดปลาเค้าน้ำสูง 50-60 ซ.ม.รถเล็กผ่านไม่ได้
ภายในซอยเสนานิคม เขตลาดพร้าว ซึ่งมีชุมชนและหมู่บ้าน ตั้งอยู่ในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก อาทิ หมู่บ้านเสนานิเวศน์ 1 หมู่บ้านอมรพันธ์ 9 หมู่บ้านซื่อตรง หมู่บ้าน ป.ธนานิเวศน์ และชุมชนวังหิน น้ำจากท่อระบายน้ำและคลองลาดพร้าว ได้เอ่อเข้าท่วมพื้นผิวการจราจร และชุมชนเกือบเต็มพื้นที่แล้ว อีกทั้งยังมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยตลอดทั้งวันนี้ก็ยังคงมีประชาชนขนย้ายสิ่งของอพยพออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเสนานิเวศน์ 1 ที่บางจุดระดับน้ำสูงถึงประมาณ 80 เซนติเมตร แล้ว แต่ประชาชนบางส่วนที่ยังคงยืนยันที่จะอยู่ในบ้านของตนเองนั้น ก็ได้มีการออกมาหาซื้ออาหารและข้าวของ ที่จำเป็นไปกักตุนไว้จำนวนหนึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ก็ได้มีการนำกำลังพร้อมรถสายตรวจออกมาตรวจตราเฝ้าระวังเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น ในช่วงสภาวะน้ำท่วมอยู่เป็นระยะๆ พร้อมกับคอยให้บริการช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพบว่า น้ำที่เอ่อเข้าท่วมชุมชนในบริเวณนี้นั้น ส่วนใหญ่เริ่มมีสีดำและส่งกลิ่นเหม็น ตามมาด้วย
ประกาศเส้นทางปิดการจราจรพร้อมอัพเดทเส้นทางหนีน้ำท่วมกรุง
เมื่อเวลา 19:00 น. ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร ประกาศ เส้นทางปิดการจราจร และเส้นทางควรหลีกเลี่ยงจากน้ำท่วมขัง มวลน้ำเข้าท่วมพื้นที่ ดังนี้
ทิศเหนือ ถนนสายหลักปิดการจราจร จำนวน 6 แห่ง
1) ถ.วิภาวดีรังสิต ขาเข้า-ขาออก ขยายพื้นที่ปิดการจราจร ถึงห้าแยกลาดพร้าว ระดับน้ำ 80 - 120 ซม.
2) ถ.พหลโยธิน ขาเข้า-ขาออก ขยายพื้นที่ปิดการจราจร ถึง ห้าแยกลาดพร้าว ระดับน้ำ 90 -130 ซม.
3) ถ.รามอินทรา ขาเข้า-ขาออก ขยายพื้นที่ปิดการจราจรจากแยกวงเวียนบางเขน ถึง กม.5 ระดับน้ำ 100 - 110 ซม.
4) ถ.แจ้งวัฒนะ ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่วงเวียนบางเขน ถึงแยกคลองประปา ระดับน้ำ 90- 100 ซม.
5) ถ.งามวงศ์วาน ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกพงษ์เพชร ถึงแยกเกษตร ระดับน้ำ 100 ซม.
6) ถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกรัชโยธิน ถึงทางต่างระดับรัชวิภา ระดับน้ำ 60 ซ.ม.
ทิศเหนือ ถนนสายรองปิดการจราจร จำนวน 17 แห่ง
1) ถ.พระยาสุเรนทร์ ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 40-80 ซม.
2) ถ.เทอดราชันย์ ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 60 ซม.
3) ถ.แจ้งวัฒนะซ. 5 ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 80 ซม.
4) ถ.ช่างอากาศอุทิศ ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 60 ซม.
5) ถ.นวมินทร์ ขาเข้า - ขาออก ตั้งแต่ ซ.นวมินทร์ 163 ถึง รามอินทรา กม.8 ระดับน้ำ 70 ซม.
6) ถ.กำแพงเพชร 6 (ถ.โลคัลโรด) ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่หน้าหมู่บ้านเมืองเอก ถึงหน้าวัดเสมียนนารี ระดับน้ำ 80-120 ซม.
7) ถ.สรงประภา ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกศรีสมานถึงแยก กสบ. ระดับน้ำ 80 ซม.
8) ถ.เชิดวุฒากาศ ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 150 ซม.
9) ถ.โกสุมร่วมใจ ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 60 ซม.
10) ถ.เดชะตุงคะ ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 60 ซม.
11) ถ.เวฬุวนาราม( วัดไผ่เขียว) ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 60 ซม.
12) ถ.แจ้งวัฒนะ ซอย 14 ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 150 ซม.
13) ถ.เลียบคลองสอง ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกพลาธิการกองทัพอากาศ ถึงแยกสะพานปูน ระดับน้ำ 60 ซม.
14) ถ.จันทรุเบกษา ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยก รร.นายเรืออากาศ(คปอ.) ถึงแยกจันทรุเบกษา ระดับน้ำ 60 ซม.
15) ถ.วัชรพล ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกตัดถนนเพิ่มสิน ถึงห้าแยกวัชรพล ระดับน้ำ 60 ซม.
16) ถ.เพิ่มสิน (พหลโยธิน 54/1- ถ.สุขาภิบาล 5) ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 60 ซม.
17) ถ.สุขาภิบาล 5 ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 60 ซม.
ทิศตะวันตก ถนนสายหลักปิดการจราจร จำนวน 9 แห่ง
1) ถ.เพชรเกษม ขาเข้า-ขาออก ขยายพื้นที่ปิดการจราจร จากแยกพุทธมณฑลสาย 4 ถึง ซ.เพชรเกษม 36 ระดับน้ำ 60 -80 ซม.
2) ถ.จรัญสนิทวงศ์ ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกบางขุนนนท์ ถึง สะพานพระราม 7 ระดับน้ำ 70-150 ซม.
3) ถ.สิรินธร ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกบางพลัดถึงทางต่างระดับสิรินธร ระดับน้ำ 60-150 ซม.
4) ถ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าถึงแยกบรมราชชนนี ระดับน้ำ 80-150 ซม.
5) ถ.อรุณอัมรินทร์ ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกอรุณอัมรินทร์ถึงแยก รพ.ศิริราช ระดับน้ำ 80-150 ซม.
6) ถ.บรมราชชนนี ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกบรมราชชนนีถึงทางต่างระดับสิรินธร(สายใต้เก่า) ระดับน้ำ 60- 150 ซม.
7) ถ.ทางคู่ขนานลอยฟ้า ปิดการจราจรตลอดสาย ไม่สามารถลงพื้นราบได้
8) ถ.บรมราชชนนี (ช่วงพุทธมณฑล) ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่ แยกพุทธมณฑลสาย 4 ถึงแยก ถ.ราชพฤกษ์ ระดับน้ำ 60-80 ซม.
9) ถ.กาญจนาภิเษก ขาเข้า -ขาออก ตั้งแต่สะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ถึง คลองบางไผ่ ระดับน้ำ 60-80 ซม.
ทิศตะวันตก ถนนสายรอง ปิดการจราจร จำนวน 14 แห่ง
1) ถ.ราชพฤกษ์ ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่ตัด ถ.บรมราชชนนี ถึงสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ระดับน้ำ 60-70 ซม.
2) ถ.สวนผัก ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกกาญจนา ถึงสะพานข้ามทางรถไฟ ระดับน้ำ 70-100 ซม.
3) ถ.บางระมาด ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่ตัด ถ.กาญจนา ถึงตัด ถ.ราชพฤกษ์ ระดับน้ำ 60-90 ซม.
4) ถ.ทวีวัฒนา ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่คลองทวีวัฒนา ถึงตัด ถ.กาญจนาภิเษก ระดับน้ำ 40-60 ซม.
5) ถ.ทวีวัฒนา ขาเข้า-เขาออก ตั้งแต่ ประตูระบายน้ำทวีวัฒนา ถึงคลองบางไผ่ ระดับน้ำ 40-60 ซม.
6) ถ.พุทธมณฑลสาย 1 ขาเข้า -ขาออก ตั้งแต่ขนส่งรถไฟสายใต้ ถึงคลองบางไผ่ ระดับน้ำ 40-60 ซม.
7) ถ.ทุ่งมังกร ขาเข้า -ขาออก ตั้งแต่ตัด ถ.บรมราชชนนี ถึงตัด ถ.สวนผัก ระดับน้ำ 80-120 ซม.
8) ถ.ฉิมพลี ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกทุ่งมังกร ถึงหน้า สน.ตลิ่งชัน ระดับน้ำ 40-60 ซม.
9) ถ.ชัยพฤกษ์ ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่ตัด ถ.บรมราชชนนี ถึงตัดวัดชัยพฤกษ์ ระดับน้ำ 40-60 ซม.
10) ถ.บางแวก ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่คลองทวีวัฒนา ถึง สน.บางเสาธง ระดับน้ำ 40-80 ซม.
11) ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 50-60 ซม.
12) ถ.พุทธมณฑล สาย 3 ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 50-80 ซม.
13) ถ.อุทยาน ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 50-70 ซม.
14) ถ.ศาลาธรรมสพน์ ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 80-150 ซม.
ทิศตะวันออก ถนนสายหลัก ปิดการจราจร จำนวน 2 แห่ง
1) ถ.สุวินทวงศ์ ขาเข้า -ขาออก ตั้งแต่แยกตัด ถ.ราษฎร์อุทิศ ถึงแยกการไฟฟ้ามีนบุรี ระดับน้ำ 60 ซม.
2) ถ.สุวินทวงศ์ ขาเข้า - ขาออก ตั้งแต่แยกไปรษณีย์ ถึงตัด ถ.ร่มเกล้า ระดับน้ำ 60 ซม.
ทิศตะวันออก ถนนสายรอง ปิดการจราจร จำนวน 2 แห่ง
1) ถ.ราษฎร์อุทิศ ปิดการจราจรตลอดสาย ระดับน้ำ 60 ซม.
2) ถ.หทัยราษฎร์ ขาเข้า -ขาออก ตั้งแต่แยกตัดถ.สุวินทวงศ์ ถึงซ.หทัยราษฎร์ 1 ระดับน้ำ 60 ซม.
ทิศเหนือ เส้นทางควรหลีกเลี่ยง รถยนต์ขนาดเล็กผ่านไม่ได้
1) ถ.รัชดาภิเษก ขาเข้า -ขาออก ตั้งแต่แยกรัชโยธิน ถึงหน้าศาลอาญา ระดับน้ำ 30 ซม.
2) ถ.สายไหม มีน้ำท่วมขังเป็นระยะตลอดสาย ระดับน้ำ 40-50 ซม.
3) ถ.เสนานิคม 1 ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่แยกเสนานิคม ถึงแยกวังหิน ระดับน้ำ 40 ซม.
4) บริเวณแยกวัดเสมียนนารี ระดับน้ำ 60 ซม.
5) ถ.นาวงประชาพัฒนา มีน้ำท่วมขังเป็นระยะตลอดสาย ระดับน้ำ 50 ซม.
6) ถ.คู้บอน ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่ ซ.คู้บอน 19 ถึง หน้า สน.คันนายาว ระดับน้ำ 30-50 ซม.
7) ถ.บูรพา (ดอนเมือง) มีน้ำท่วมขังเป็นระยะตลอดสาย ระดับน้ำ 50 ซม.
8) ถ.ลาดพร้าว ขาเข้า -ขาออก ตั้งแต่แยกวังหิน ถึงหน้าวัดใหม่เสนา ระดับน้ำ 30 ซม.
9) ถ.ลาดปลาเค้า ขาเข้า -ขาออก ตั้งแต่แยกตัด ถ.ประเสริฐมนูญกิจ ถึงหน้าวัดลาดปลาเค้า ระดับน้ำ 30- 40 ซม.
ทิศตะวันออก เส้นทางควรหลีกเลี่ยง รถยนต์ขนาดเล็กผ่านไม่ได้
1) ถ.นิมิตรใหม่ ขาเข้า -ขาออก มีน้ำท่วมขังเป็นระยะตลอดสาย ระดับน้ำ 20 - 30 ซม.
2) ถ.ไมยลาภ ขาเข้า - ขาออก มีน้ำท่วมขังเป็นระยะตลอดสาย ระดับน้ำ 30 - 50 ซม.
3) ถ.ประชาร่วมใจ ขาเข้า - ขาออก มีน้ำท่วมขังเป็นระยะตลอดสาย ระดับน้ำ 30 - 50 ซม.
ปทุมฯ-รังสิตน้ำลดโรงงานสแตนเลย์เร่งกู้เครื่องจักร
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสำรวจสภาพน้ำท่วมบริเวณถนนสายปทุมธานี-รังสิต หลังจากน้ำท่วมทั่วบริเวณมาแล้วหลายวัน ซึ่งขณะนี้น้ำได้ลดระดับลงแล้วแต่รถเล็กยังไม่สามารถผ่านไปได้ ผู้สื่อข่าวได้สังเกตุเห็นบริษัท สแตนเลย์ ตั้งอยู่ถนนปทุม-รังสิต ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งผลิตอุปกรณ์ส่องสว่างรถยนต์และไฟรถจักรยานยนต์ ปรากฎว่าบริษัทแห่งนี้เริ่มทำการกู้น้ำออกจากโรงงานแล้วโดยการนำเครื่อบสูบน้ำสูบออกจากโรงงานเพื่อเปิดโรงงานในราวสิ้นเดือนนี้
ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายสมบัติ ศรีตุลานนท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโรงงาน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้ทำผนังกั้นบล็อกน้ำเข้าโรงงานและก่อกำแพงดินกั้นถึง 2 ชั้นแต่ก็ไม่สามารถทานกระแสน้ำที่ไหลเซาะเข้ามาในโรงงานไม่ได้จนทำให้น้ำได้ท่วมไปทั่วบริเวณสูงถึงระดับเอวตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา จนโรงงานต้องปิดทำการไป ขณะนี้น้ำได้มีระดับลบลงบ้างแล้วโดยทางโรงงานได้นำกระสอบทรายบมากั้นและนำเครื่อบสูบน้ำออกจากโรงงานโดยคาดว่าจะเปิดโรงงานให้ทันช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้
ขณะที่ น.ส.ศิริพร โกษะโยธิน พนักงานโรงงานแห่งนี้ กล่าวว่า อยากให้โรงงานเปิดเร็วๆ เพราะโรงงานแห่งนี้ถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของพนักงานหลายร้อยชีวิต ซึ่งขณะนี้ทั้งเจ้าของคนไทยและชาวต่างชาติต่างก็ระดมกำลังพนักงานและบริษัทรับเหมาเข้ากู้สถานการณ์เพื่อให้โรงงานแห่งนี้เปิดให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ทีมข่าวได้เดินทางไปสำรวจความเสียหายตามถนนสายปทุมธานี-รังสิตและได้มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามริมทาง และหอพักมหาวิทยาลัยปทุธานี โดยส่วนใหญ่จะได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำกินน้ำใช้
นายฉัตรชัย ชัยยะ อาจารย์แผนกช่างยนต์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี กล่าวว่า ระดับน้ำที่ท่วมได้ลดลง 15-20 เซนต์เมตร แล้วโดยหอพักของมหาวิทยาลัยปทุมธานีแม้จะไม่ท่วมแต่ก็เหมือนท่วมเพราะน้ำได้ล้อมรอบหมดทุกด้าน ซึ่งที่ผ่านมานักศึกษาก็ออกจากหอพักไปเกือบหมดเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนปัญหาที่พบคือเรื่องสัตว์มีพิษและน้ำดื่มไม่มีเท่าไหร่
น.ส.พรสรวง มุทาวัน อายุ 40 ปี หนึ่งในผู้ประสบภัย กล่าวว่า ที่ผ่านมามีหน่วยงานราชการเข้ามาช่วยเหลือซึ่งก็ยอมรับว่าอาหารการกินไม่ขาดแคลนแต่ขาดน้ำดื่มน้ำใช้มาก อย่างไรก็ตามหลังจากน้ำลดตนเกรงว่าจะมีปัญหาเรื่องน้ำดื่มที่กำลังขาดตลาด อย่างไรก็ตามตนก็ขอขอบคุณทีมช่าวเนชั่นฯ และช่องระวังภัย ที่มาให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย



