ข่าว

บิ๊กแบ็กเสริมคันกั้นน้ำนิคมฯบางพลี

บิ๊กแบ็กเสริมคันกั้นน้ำนิคมฯบางพลี

04 พ.ย. 2554

นิคมอุตสาหกรรมบางพลีใช้บิ๊กแบ็กเสริมแนวคันกั้นน้ำ ขณะที่น้ำล้อมนิคมฯ ลาดกระบังสูงขึ้น กนอ.แนะชะลอน้ำจากคลอง 8-9 สุวรรณภูมิมั่นใจมาตการณ์ป้องกันน้ำท่วมสนามบิน

        4พ.ย.2554 บรรยากาศรอบนิคมอุตสาหกรรมบางพลี จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่และรถแบ็คโฮกำลังทำงานอย่างหนักในการบรรจุหินฝุ่นลงบิ๊กแบ็กรอบนิคมอุตสาหกรรมบางพลีหลายกิโลเมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วม ขณะที่ฝั่งตรงข้ามถนนอีกด้าน เจ้าหน้าที่ยังได้เสริมแนวคันดินให้มีความแข็งแรง โดยมีความสูงประมาณ 1.20 เมตร จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่ กล่าวว่า ภารกิจดังกล่าวเริ่มทำมาตั้งแต่เมื่อ 10 วันก่อน ซึ่งทั้งรถแบ็คโฮ และเจ้าหน้าที่ ทำงานตั้งแต่เช้าถึงค่ำ เพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ส่วนบริษัทภายในนิคมอุตสาหกรรม ก็ได้นำกระสอบทรายมาทำเป็นพนังกั้นน้ำ ซึ่งคาดว่าแนวป้องกันดังกล่าวจะป้องกันน้ำไม่ให้น้ำเข้านิคมอุตสาหกรรม
 


น้ำล้อมนิคมฯลาดกระบังสูงขึ้น
   


    นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิ สารสนเทศ หรือ gistda  และอดีตผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในฐานะที่ปรึกษาวางแผนป้องกันนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำภายนอกนิคมฯ เพิ่มระดับขึ้นมา ทำให้น้ำล้อมคันกั้นน้ำสูงขึ้น ต่ำกว่าแนวคันเดิมอยู่ประมาณ 47 เซนติเมตร เดิมที่นิคมฯ ได้เสริมความสูงคันกั้นน้ำไว้ที่ระดับ 2.50 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทั้งนี้ หากสามารถยื้อเวลาการไหลของน้ำที่คลอง 8 และ 9 ไว้ได้ ก็จะเป็นการช่วยชะลอมวลน้ำที่เอ่อท่วมทุ่งและไหลเข้าถึงสู่คลองแสนแสบ ขณะเดียวกัน ระดับน้ำในคลองลำปลาทิวด้านตะวันออกก็ได้เพิ่มขึ้น ก่อนที่ทางโรงงานต่างและชาวบ้านจะเร่งเก็บผักตบชวาในคลองลำปลาทิว และคลองสาม เพื่อให้น้ำระบายได้เร็วยิ่งขึ้น


   
สุวรรณภูมิมั่นใจมาตการณ์ป้องกันน้ำท่วมสนามบิน


 
   
    นายสมชัย สวัสดีผล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.) และรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  มีความเชื่อมั่น ในศักยภาพ ของระบบป้องกันน้ำท่วมสนามบิน โดยมีเขื่อนสูง 3.5 เมตรซึ่งเขื่อนดังกล่าวได้ก่อสร้าง ตั้งแต่ปี 2538 และจะแล้วเสร็จในปี 2543 ซึ่งเป็นคันดินที่มีความหนาแน่น แข็งแรง มีศักยภาพในการป้องกันน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี ประกอบกับ กรมทางหลวงได้มีการเจาะทดสอบ ความแข็งแรงของดิน พบว่า เขื่อนดินของทสภ.มีเสถียรภาพตามมาตรฐานความปลอดภัย หากน้ำโดยรอบพื้นที่ ไม่เกิน 3.5เมตร เขื่อนดินก็สามารถป้องกันน้ำจากภายนอกพื้นที่ได้

   
    นายสมชัย ยังได้กล่าวต่ออีกว่า ภายในท่าอากาศยานฯคลองระบายน้ำทั่วพื้นที เพื่อรายน้ำสู่อ่างเก็บน้ำ ซึ่งสารถรองรับได้ถึง 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งในขณะนี้ มีปริมาณน้ำเพียง1 ล้านลูกบาศก์เมตร เท่านั้น และทางทิศใต้ ได้มีสถานีสูบระบายน้ำ 2 สถานี โดยสามารถสูบน้ำออกจากสนามบินได้ประมาณ 12 ลูกบาศก์เมตร/วินาที หรือประมาณ 1ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน     นอกจากนั้นแล้ว ยังได้มีการก่อสร้างเขื่อนโดยรอบ ทสภ. ทำให้พื้นที่ ทสภ.เป็นระบบปิดน้ำจากภายนอก ไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้ รวมทั้งทางเข้าออกสนามบินทั้งทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศใต้ รวมทั้งแอร์พอร์ต เรลลิ้ง จะเป็นทางยกระดับข้ามเขื่อนเข้ามาในพื้นที่สนามบิน ส่วนปัญหาที่หลายฝ่ายเป็นกังวลใจว่า น้ำอาจจะซึมผ่านทางท่อระบายน้ำเข้ามาในพ้นที่ ทสภ.นั้น ทางทสภ.ได้มีการออกแบบก่อสร้างให้เป็นระบบปิด จะไม่มีการเชื่อมต่อท่อน้ำจากภายนอก ดังนั้นปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

   
    นายสมชัย ได้กล่าวอย่างต่อเนื่องว่า  ทางทสภ.ได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยประสานงานกับกรมชลประทาน และกรุงเทพฯอย่างใกล้ชิด และจะมีการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมกับทำการตรวจสอบพื้นที่ต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อีกทั้งได้มีการตรวจสภาพเขื่อนเพื่อตรวจสอบสภาพความแข็งแกร่ง ทั้งด้านในและด้านนอกตัวเขื่อนตลอด 24 ช.ม. อีกด้วย และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทางทสภ. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เตรียมพร้อมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อจะได้เข้าไปซ่อมแซมและเสริมเขื่อนได้ทันที และได้มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมมาดูระบบป้องกันน้ำท่วมของทสภ. โดยทาง JICA (JAPAN IMTERMATIONAL COOPERATION AGCNCY) มีความมั่นใจ ในศักยภาพของระบบป้องกันของทสภ.อีกด้วย

 


ชาวนครปฐมเร่งป้องคันคลองสัมปทวน



          จากที่มวลน้ำขนาดใหญ่ได้ไหลเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงน้ำกว่าตลิ่งถึง 1 เมตร ทะลักเข้าท่วมที่ว่าการ อ.นครชัยศรี สภ.นครชัยศรี และบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่บริเวณสองฝั่งแม่น้ำท่าจีนและพื้นที่ใกล้ เคียงนับพันหลังคาเรือน จนชาวบ้านต้องช่วยกันวางแนวป้องกันบริเวณริมคลองต่างที่น้ำมีโอกาสจะเอ่อ ขึ้นท่วมบ้านเรือนอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคลองสำคัญอย่างคลองสัมปทวน ซึ่งอยู่บริเวณ หมู่ 4 ต.วัดแค อ.นครชัยศรี เป็นคลองสายหลักที่ปากคลองรับน้ำจากแม่น้ำท่าจีนโดยตรงเพี่อมาใช้ในการ เกษตรกรรม และคลองสัมปทวนแห่งนี้เองที่จะไหลไปบรรจบยังคลองเจดีย์บูชา และแยกลงสู่คลองซอยต่างอีกเป็นจำนวนมาก

   
          ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลวัดแค สัมปทวน ต.ศีรษะทอง ต.แหลมบัว ต่างก็พากันมาช่วยกันกรอกทรายใส่กระสอบเพื่อทำแนวกั้นแนวตลอดริมคลองเป็น ระยะกว่า2 กม.โดยมีกำลังจากกรมทหาร,เจ้าหน้าที่ตำรวจจากจังหวัดกาญจนบุรีและเจ้าหน้าที่อบต.กว่า100 คนเข้ามาช่วยกันตลอดวันตลอดคืน และได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากนายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐมเขต 4 จนทำให้การทำแนวเขื่อนตลอดคลองสัมปทวน สำเร็จผ่านไปได้ด้วยดี

   
          จากความแรงของน้ำในแม่น้ำท่าจีนก็ยังทำให้แนวกั้นคลองสัมปทวนพังหลายครั้งจนชาวบ้าน ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนช่วยกันทำเขื่อนแนวกั้นน้ำกันใหม่แทบจะทุกวัน เพราะหากน้ำในคลองสัมปทวนทะลักล้นคลองได้เมื่อไหร่ น้ำจำนวนมหาศาลก็จะไหลทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ทั้งในพื้นที่ตำบลวัดแค พื้นที่เทศบาลตำบลนครชัยศรี ต.ศีรษะทอง ต.แหลมบัว เข้าคลองเจดีย์บูชา ทะลักท่วมพื้นที่ ต.ทุ่งน้อย ต.สามควายเผือก และจะท่วมเทศบาลนครนครปฐมในที่สุดน้ำก็จะท่วมองค์พระปฐมเจดีย์ รวมไปถึงถนนเพชรเกษม

   
          ส่วนอีกทางหนึ่ง น้ำก็จะไหลไปท่วมทางฝั่ง ต.บางแก้ว ต.ท่าพระยา ต.บางระกำ ต.พะเนียด ต.โคกพระเจดีย์ ต.ดอนยายหอม และท่วมไปถึง ต.คลองจินดา อ.สามพราน และเข้าสู่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นถนนสายหลักจากถนนพระราม 2เข้า สู่จังหวัดนครปฐม สายเดียวที่เหลืออยู่ เพื่อจะมุ่งหน้าไปทางสายเหนือ-อีสาน ซึ่งหากไม่สามารถป้องกันน้ำจากคลองสัมปทวนที่จะทะลักออกมาได้ จังหวัดนครปฐมก็จะเข้าสู่วิกฤติหนักทันที และน้ำจำนวนดังกล่าวจะไหลไปบรรจบกับน้ำที่ท่วมมาจากคลองทวีวัฒนา และคลองมหาสวัสดิ์ ที่หลากมาท่วมถนนเพชรเกษมนี้ด้วย

   
          นายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐมเขต 4 ผู้ซึ่งเข้ามาดูแลในเรื่องการผลักดันน้ำจากแม่น้ำท่าจีนลงสู่ทะเล บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการนำเครื่องผลักดันน้ำจำนวนหลายตัวมาใช้ในคลองต่างๆเพื่อ ผลักดันน้ำลงสู่ทะเล จนน้ำที่ท่วมบ้านเรือนประชาชนอยู่ในขณะนั้นแห้งไปหมดแล้ว รวมถึงในคลองเจดีย์บูชา แต่ปรากฏว่าแต่ละพื้นที่มีการกักน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมบ้าน หรือท่วมพื้นที่ตัวเอง จนทำให้น้ำถูกกักจนเอ่อสูงขึ้นมามากและน้ำกำลังตีกลับตลบหลังปัญหาน้ำท่วม ใหญ่เมืองนครปฐม ก็คงจะไม่พ้นวิกฤติหากทางท้องถิ่นหรือทางเทศบาลไม่ลงมาช่วยกัน และคลองสัมปทวนเองก็เป็นคลองสำคัญที่จะมีผลกระทบกับจังหวัดนครปฐม เพราะเป็นประตูน้ำเปิดรับมาจากแม่น้ำท่าจีน และที่ผ่านมาแม้ว่าชาวบ้านจะช่วยสร้างแนวคันดินและกระสอบทรายกั้นริมคลองที่ มีความยาวกว่า2กม.แต่ก็ไม่อาจต้านแรงดันน้ำได้ทำให้ คันกั้นน้ำแตกหลายครั้ง ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการประสานไปยังอบจ.ขอรถแม็คโครมาช่วยตักดินเสริมคันคลอง แล้ว เพราะลำพังแรงกายของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นเริ่มอ่อนล้าลง เพราะต่อสู้กันมากร่วมเดือนกว่าแล้ว และต้องมีการหมุนเวียนกันออกมาตรวจตราอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่เช่นนั้นแล้วถ้าคันคลองสัมปทวนพังทลายลง จังหวัดนครปฐมของเราคงเข้าสู่สถานการณ์วิกฤตหนักแน่นอน