ชี้'บางโฉมศรี'แตกไม่กระทบกทม.
“ธีระ” ชี้ “บางโฉมศรี” แตกยันไม่กระทบกทม. อัดกลับอยากได้เครื่องสูบน้ำส่งหนังสือถึงมหาดไทยเพื่ออะไร น้ำจากบางโฉมสีทะลักเข้าคลองเชียงราก บ่าเข้าบ้านหมี่อีก
4พ.ย.2554 นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ความเสียหายของประตูน้ำบางโฉมศรี จ.สิงห์บุรีชำรุดว่ามาจากกระแสน้ำที่แรงขึ้น ทั้งนี้คิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าว จะไม่เพิ่มปริมาณให้กับน้ำในกทม.เพราะทิศทางของน้ำมุ่งหน้าไปที่ จ.ลพบุรี และจ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ก็น้ำจะเข้าไปในทุ่งแทน ที่จะลงมาในแม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง
นายธีระ กล่าวว่า ส่วนมาตรการดูแลบริหารจัดการ ซีกน้ำฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ตอนนี้แนวทางที่จะทำคือ ทำอย่างไรเพื่อไม่ให้มีน้ำมาเติมฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะแม่น้ำท่าจีนและประตูน้ำพลเทพ ทั้งนี้พบรอยรั่วในแนวกั้นน้ำ 14 จุดแล้ว และซ่อมไปแล้ว 3 จุด ยังเหลือตกค้างอีก 11 จุด ซึ่งกำลังจะซ่อมให้เสร็จภายวันที่ 13 พ.ย.นี้
"มั่นใจว่าถ้าซ่อมได้ทั้งหมดจะลดน้ำจากตอนเหนือที่จะมาสมทบได้ และตอนนี้เท่าที่ได้ทำการสำรวจน้ำในทุ่ง พบว่าสามารถไหลออกสู่แม่น้ำท่าจีนได้แล้ว ประมาณ 4-5 ล้าน ลบ.ม. สำหรับการะบายน้ำในฝั่งตะวันออกยืนยันว่าทำได้อย่างเต็มที่ เพราะมีได้มีการประสานงานกับฝ่ายปกครองของ จ.ฉะเชิงเทรา โดยยึดหลักวิชาการว่า ถ้าน้ำมาจนเข้าขั้นวิกฤตจริง ก็จะต้องสูบน้ำออกทันที เพื่อบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง" นายธีระ กล่าว
นายธีระ กล่าวว่า ด้าน การจัดการน้ำในซีกตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยารับผิดชอบเฉพาะในส่วนตอนบนของคลองมหาสวัสดิ์เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของกทม.และกระทรวงมีมารยาทพอที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับส่วนของกทม.
"สำหรับกรณีที่มีการระบุว่า กรมชลประทานไม่ให้ความร่วมมือกับกทม.ในการจัดสรรเครื่องสูบน้ำ ยืนยันว่ายังไม่เห็นหนังสือที่กทม.ทำมาถึงกระทรวงแต่กลับไปพบว่ากทม.ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแทน ซึ่งตรงนี้กระทรวงเกษตรจะไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร ที่สำคัญที่ผ่านมากระทรวงเกษตรก็ขาดแคลนเช่นกันสำหรับการสูบน้ำที่คลองรังสิต และคลองหกวาสายล่าง ถึงขนาดต้องมีการถอดเครื่องสูบน้ำถาวร ที่ จ.ปราจีนบุรี มาใช้ แล้วอย่างนี้กระทรวงเกษตรฯ จะเอาเครื่องสูบน้ำที่ไหนมาให้กทม.ได้” นายธีระ กล่าว
น้ำจากบางโฉมสีทะลักเข้าคลองเชียงรากบ่าเข้าบ้านหมี่อีก
รายงานข่าวจากประตูน้ำบางโฉมศรี ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีว่า ประตูน้ำบางโฉมศรี ที่มีการกู้ที่พังขาดจนสามารถปิดกั้นน้ำไม่ให้ทะลักเข้าเขตอำเภอบ้านหมี่ได้น้ำเริ่มลดลง แต่เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น ของวันที่ 4 พฤศจิกายน ใต้สะพานประตูน้ำบางโฉมศรี ซึ่งมีฝายน้ำล้นและทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช ได้สั่งให้ปิดฝายน้ำล้นด้วยการก่ออิฐปิดไม่ให้น้ำผ่าน เกิดพังลงมาอีก ยาวประมาณ 8 เมตร ให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าสู่คลองเชียงราก และเริ่มไหลบ่าเข้าสู่อำเภอบ้านหมี่ เพราะน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา สูงกว่าระดับน้ำในคลองเชียงรากกว่า 2 เมตร
รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่าอิฐที่ก่อบนฝายน้ำล้นที่สะพานบางโฉมศรีก่อมานานแล้วและขาดการดูแล การก่อก็ก่อด้วยอิฐบล็อกทำมาหลายปีแล้วคงไม่ได้ดูแลในที่สุดทนแรงอัดของน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้เลยพังลงมา ทำให้น้ำหลากเข้าในคลองเชียงราก ในเมื่อบางโฉมศรีแตกทำให้ประชาชนในจังหวหัดลพบุรีแตกตื่นเป็นการใหญ่หวั่น น้ำท่วมใหญ่รอบ 2
นายทวีป จูมั่น นายก อบต.หัวไผ่ อำเภอเมือง สิงห์บุรี ว่า ตรงที่แตก ที่พังในครั้งนี้ อยู่ใต้ประตูน้ำบางโฉมศรี เป็นอยู่ใต้สะพานประตูน้ำบางโฉมศรี ซึ่ง ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช ได้ทำการก่ออิฐปิดฝายน้ำล้น กั้นน้ำไม่ให้ไหลผ่านเข้ายังคลองเชียงรากได้ แต่เกิดพังลงมา ขณะนี้ทราบว่า มี การายงานถึงนาย ลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดี กรมชลประทาน เพื่อที่จะตัดสินใจว่าปิดกั้นไม่ให้น้ำทะลักเข้าบ้านหมี่ หรือจะเปิดให้น้ำบ่าเข้าคลองเชียงรากต่อไปต่อมาอธิบดีกรมชลประทานได้สั่งการ ให้ เจ้าหน้าที่ซ่อมทันที่เพราะหวั่นน้ำทะทักเข้าลพบุรีอีก
นายศักดิพงษ์ ธรรมอาชวกุล ปลัดเทศบาลตำบลบางงา อำเภอท่าวุ้ง จ.ลพบุรี กล่าวว่าทราบว่าเป็นฝายน้ำล้นใต้สะพานประตูน้ำบางโฉมศรีพังลงมาแล้วน้ำไหลบ่าเข้าอำเภอบ้านหมี่ และ ก็จะถึงอำเภอท่าวุ้ง ทั้งที่น้ำเพิ่งจะลดลงแต่ยังไม่พ้นหลังจากบ้าน น้ำในทุ่งยังท่วมขังลดลงบ้างยังไม่มาก แต่นี้จะเติมน้ำเข้ามาอีก ชาวบ้านเดือดร้อนรอบ 2 อย่างแน่นอน



