รถไฟสายใต้วิ่ง6ขบวนเริ่มที่นครปฐม
รถไฟปรับแผนการเดินรถเปิดเดินรถสายใต้ 6 ขบวน เริ่มต้นทางและปลายทางที่สถานีนครปฐม แยกรัชโยธิน - ถ.รัชดา น้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไทยพาณิชย์ ย้ายพนักงานหนีหลังแยกรัชโยธินท่วมสูง กรมชลประทานยันน้ำฝั่งตะวันตกไม่ถึง3เมตร
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า สถานการณ์น้ำท่วมทางในเส้นทางรถไฟสายใต้ช่วงสถานีบางซื่อ-บางบำหรุ-ชุมทางตลิ่งชัน-ศาลาธรรมสพน์-ศาลายา-วัดสุวรรณ-วัดงิ้วราย ระดับน้ำท่วมสูงมาก วันนี้ (4 พ.ย.) การรถไฟฯได้เดินขบวนรถเร็ว,รถด่วนพิเศษ รับ-ส่งผู้โดยสารสายใต้ รวม 6 ขบวน ออกจากสถานีกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) แต่ จำเป็นต้องไปเริ่มต้นทางและปลายทางที่สถานีนครปฐม และจัดรถยนต์อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร เพื่อเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครต่อไป ประกอบด้วย 1.ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 43 (กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี) ออกเวลา 08.05 น. 2.ขบวนรถเร็วที่ 171 (กรุงเทพฯ-สุไหงโกลก) ออกเวลา 13.00 น. 3.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 35 (กรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ธ) ออกเวลา 14.45น. 4.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37 (กรุงเทพฯ-สุไหงโกลก) ออกเวลา 15.10 น. 5.ขบวนรถเร็วที่ 169 (กรุงเทพฯ-ยะลา) ออกเวลา 15.35 น. 6.ขบวนรถด่วนที่ 83 (กรุงเทพฯ-ตรัง) ออกเวลา 17.05 น.
ส่วนรถไฟสายใต้ฝั่งธนบุรี ก็เปลี่ยนต้นทางเป็นสถานีนครปฐมเช่นกัน และจัดเดินรถช่วยการโดยสารเพิ่มช่วงกรุงเทพฯ-นครปฐม-กรุงเทพฯ อีกวันละ 2 ขบวน ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 9.20 น. และเที่ยวกลับจากนครปฐม เวลา 14.00 น. ขณะที่ขบวนรถช่วยการโดยสารกรุงเทพฯ-หลักสี่-กรุงเทพฯ วันนี้ในช่วงเย็นประกาศงดเดินรถช่วยการโดยสาร เนื่องจากปริมาณน้ำเริ่มไหลทะลักเข้าทางรถไฟช่วงสถานีบางเขนและที่หยุดรถ กม.11 แล้ว
นางนวลอนงค์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้สถานการณ์การเดินรถสายใต้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนื่องจากปัญหาของปริมาณน้ำที่ขยายวงกว้างเข้าสู่ทางรถไฟ ขอให้ท่านผู้โดยสารกรุณาติดตามสถานการณ์เป็นระยะๆอย่างต่อเนื่อง หากผู้โดยสารที่ไม่มั่นใจในการเดินทางประสงค์จะติดต่อขอรับค่าโดยสารคืน ขอให้ติดต่อกับนายสถานีรถไฟเพื่อคืนค่าโดยสาร หรือดำเนินการเลื่อนวันเดินทาง หรือสอบถามข้อมูลการเดินทางได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง www.railway.co.th หรือ fan page : www.facebook.com/pr.railway
แยกรัชโยธิน- ถ.รัชดาน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ถ.รัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกรัชโยธิน จนถึง รัชดา - ลาดพร้าว ตั้ง แต่ 16.00 รน. ระดับน้ำจากแยกรัชโยธินได้เข้าเอ่อท่วมจนเต็มทุกช่องการจราจร โดยมีมีระดับน้ำประมาณ 30 -40 ซม. แต่หน้าศาลอาญาซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำมีความลึกมากที่สุดประมาณ 50 ซม. ขณะเดียวกันน้ำจาก ซ.รัชดา 36 และ 32 ที่เป็นน้ำจากคลองลาดพร้าวก็ไหลออกมาจากบริเวณนี้ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. พหลโยธินได้ตั้งป้ายเตือนประชาชนที่ใช้รถขนาดเล็กควรหลีกเลี่ยง โดยรถที่สามาถรจะผ่านไปได้ก็จะเป็นรถเมล์ รถกระบะยกสูง ขณะเดียวกัน มีรถจักรยานยนต์หลายคันพยายามจะฝ่าไปแต่สุดท้ายก็ต้องจอดเสียเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ น้ำยังได้ไหลเข้าไปยังถนนลาดพร้าวขาออก นอกจากนี้ยังมวลน้ำก็ยังคงมุ่ง ตรงไปยัง ถ.รัชดาภิเษก มุ่งหน้า แยกสุทธิสารและแยกห้วยขวาง โดยระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กรมชลประทานยันน้ำฝั่งตะวันตกไม่ถึง3เมตร
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงการบริหารน้ำในส่วนของฝั่งตะวันตกของเจ้าพระยาว่า ขณะนี้ยังเป็นการบริหารในภาพรวม โดยในระหว่างน้ำทะเลลดระดับลง ทางกรมชลประทานจะเร่งสูบน้ำออกฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปลงสู่แม่น้ำท่าจีน ไปจนกว่าจะเริ่มเห็นคันคลอง จึงจะเริ่มบริหารการระบายน้ำตามแผนที่กรมฯได้วางไว้ ที่จะระดมเครื่องสูบน้ำออกจากบล็อคต่างๆ ตั้งแต่ คลองพระพิมล คลองเจ้าพระยาบันลือ และคลองทุ่งมหาสวัสดิ์
“ไทยพาณิชย์”ย้ายพนักงานหนีน้ำ
นางองค์อร อาภากร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารงานสื่อสารองค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมซึ่งส่งผลกระทบต่ออาคารสำนักงานใหญ่ของธนาคารในแง่การเดินทาง ธนาคารจึงขอให้ลูกค้าที่ต้องการใช้บริการที่สาขาดังกล่าว เปลี่ยนไปใช้บริการจากสาขาหรือศูนย์ธุรกิจใกล้เคียงแทน เนื่องจากธนาคารมีการปรับกำลังงานของหน่วยงานต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยลดจำนวนพนักงานในสำนักงานใหญ่ลงเหลือเพียงแค่ 500 คน ทีมีหน้าที่จำเป็นเท่านั้น
ทั้งนี้ สำหรับพนักงานในส่วนที่เหลือธนาคารได้มอบหมายให้ไปปฏิบัติงานในศูนย์สำรองต่างๆ ได้แก่ ศูนย์ชิดลม ศูนย์แจ้งวัฒนะ ศูนย์สุขุมวิท ศูนย์พระราม 4และบางส่วนสามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้ ขณะที่ในระดับผู้บริหารได้ย้ายไปยังศูนย์สุขุมวิท(อาคารเทอร์มินอล 21) เป็นการชั่วคราว โดยยืนยันว่าระดับน้ำบริเวณแยกรัชโยธินยังไม่ได้สร้างความเสียหายแก่อาคารสำนักงานใหญ่ และระบบต่างๆยังสามารถทำงานได้ตามปกติ
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณานำแผนลดจำนวนพนักงานในแต่ละแผนกให้เหลือเท่าที่จำเป็น (minimum staff ) ออกมาใช้ ในกรณีที่น้ำเคลื่อนตัวมาถึงบริเวณสำนักงานใหญ่ โดยธนาคารมีการประเมินสถานการณ์และติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
“ถ้าน้ำมาแค่ตาตุ่มแล้วตึกยังดำเนินงานได้ตามปกติเราก็ยังคงทำงานตามปกติ เพียงแต่พนักงานอาจเดินทางลำบากมากขึ้น แต่หากพนักงานไม่สามารถเดินทางมาได้ ก็เตรียมแผนเอาไว้แล้ว โดยจะให้เฉพาะคนที่จำเป็นอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งแบงก์จะดูแลเรื่องการกินอยู่ให้” นายบุญทักษ์ กล่าว
ทั้งนี้ในส่วของระดับน้ำคาดว่าที่จ.สมุทรสาคารจะไม่สูงถึง 3 เมตร แต่ระดับน้ำจะอยู่ที่ 1-1.50 เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่แบนปลายน้ำ อย่างไรก็ตามเพื่อความชัดเจนกรมฯได้เร่งสำรวจพื้นที่เพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำ และความเร็วของน้ำเพื่อจะได้วางแผนระบายน้ำปลายทางที่จะออกทะเลได้ดียิ่งขึ้น
จัดหางานเผยน้ำท่วมนครสวรรค์ว่างงาน4หมื่นคน
นางพิไรศร จินดาสวัสดิ์ จัดหางานจังหวัดนครสวรรค์ ได้เปิดเผยถึงผลสำรวจแรงงานในสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมที่ผ่านมาว่า มีสูงถึง 37,877 คน ขณะที่สถานประกอบการในจังหวัดฯ ก็ได้รับความเสียหายหลายแห่ง จนส่งผลให้เวลานี้ มีแรงงานที่ว่างงานนานนับเดือน เข้ามายื่นใบสมัครกับทางจัดหางานจังหวัดเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ต้องการจะประกอบอาชีพพนักงานฝ่ายผลิต พนักงานขาย ถึง 80% ซึ่งในส่วนของจัดหางานจังหวัด ได้เตรียมตำแหน่งว่างงานอุตสาหกรรม ฝ่ายผลิต ฝ่ายบัญชี เจ้าหน้าที่การเงิน ฯลฯ ไว้รองรับจำนวน 3,578 อัตราแล้ว นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งว่างงานในภาคตะวันออกอีกกว่า 4,700 อัตราด้วย ดังนั้น หากผู้ประสบภัยน้ำท่วมรายใด ต้องการเปลี่ยนงานหรือหางานใหม่ สามารถมายื่นใบสมัครกับทางจัดหางาน จ.นครสวรรค์ได้
ด้านนางญาณิศา เพชรสัมฤทธิ์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ เปิดเผยถึงวัด และศาสนสถาน ใน จ.นครสวรรค์ ที่ได้รับความเสียหายว่า มีทั้งหมด 189 แห่ง ในพื้นที่ 9 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ชุมแสง 49 แห่ง อ.เมือง38 แห่ง อ.ท่าตะโก 39 แห่ง อ.เก้าเลี้ยว 14 แห่ง อ.พยุหะคีรี 14 แห่ง อ.โกรกพระ 12 แห่ง อ.บรรพตพิสัย 8 แห่ง และ อ.หนองบัว 4 แห่ง ส่วนพระ-เณร ที่ได้รับความเดือดร้อน มีจำนวน 2,108 รูป นอกจากนี้ยังมีอาคารไม้สัก กำแพงวัด ศาลาเก่าแก่ และถนนทางเข้า-ออกวัด เสียหายจากการถูกน้ำท่วมขังยาวนานอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าความเสียหาย น่าจะไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทเลยทีเดีย
ขณะที่นายสมเดช สีแสง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ 1นครสวรรค์ เผยในส่วนโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายว่า มีโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาที่ 1 ถูกน้ำท่วมทั้งหมด 104 โรงเรียน ต้องใช้งบประมาณการซ่อมแซมไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งโรงเรียนใน จ.นครสวรรค์ จะเปิดการเรียนพร้อมกันในวันที่ 15 พ.ย.นี้ แต่จะมีโรงเรียนอีกจำนวนไม่น้อยกว่า 30โรงเรียน ที่ต้องเลื่อนการเปิดเรียนออกไปอีก 1 เดือน เพราะน้ำยังไม่ลดลง



