ข่าว

ศาลไม่ให้ประกันหนุ่มธอส.หวั่นหลบหนี

ศาลไม่ให้ประกันหนุ่มธอส.หวั่นหลบหนี

02 พ.ค. 2552

ศาลไม่ให้ประกัน ผช.ผจก.ธอส. ชี้ มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้าน เกรงหลบหนี ขณะที่จนท.ส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

(2พ.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังญาตินายสมเกียรติ ปัญาวรคุณเดช ผช.ผจก. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สาขาเซ็นต์หลุยส์ 3 ผู้ต้องหาคดี ลักทรัพย์นายจ้างกว่า 300 ล้านบาท ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท ขอปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ต่อมาศาลมีคำสั่งให้ยกร้อง โดยพิเคราะห์คำร้องและหลักทรัพย์แล้ว เห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีมูลค่าความเสียหาย และทรัพย์สินหลายร้อยล้านบาท หากปล่อยชั่วคราวเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี
 โดยเมื่อศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายสมเกียรติขึ้นรถไปควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

 ก่อนหน้านั้นเวลา 10.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.ต.มโนชญ์ สวนดอกไม้ พนักงานสอบสวน สบ.2 กองปราบปราม นำนายสมเกียรติ ปัญาวรคุณเดช อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 538 ถ.ลาดพร้าว แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กทม. ผช.ผจก.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สาขาเซ็นต์หลุยส์ 3 ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ทรัพย์นายจ้าง มายื่นคำร้องฝากครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2-13 พ.ค. 52 เนื่องจากควบคุมตัวผู้ต้องหามาจนจะครบ 48 ชม. ในวันที่ 3 พ.ค. ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ แต่พนักงานสอบสวนยังต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 8 ปาก รอผลตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา ขณะที่ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ได้ค้านการประกันตัวด้วย เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก และยังได้เงินบางส่วนไม่ครบถ้วน อาจซุกซ่อนอยู่ หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะทำลายหลักฐาน หรือ ถ่ายเททรัพย์สินไปที่อื่น
 
 ทั้งนี้คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.52 เจ้าหน้าที่ฝ่ายการธนาคาร ธอส. ตรวจพบข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝากของผู้ต้องหาผิดปกติ ในวันที่ 28-29 เม.ย. จึงตรวจสอบที่มาของเงิน พบว่าเป็นวิธีการโอนเงินทาง อิเล็กทรอนิกส์ จากบัญชีดอกเบี้ยจ่ายประเภทเงินฝากของ ธอส. สำนักงานใหญ่ ไปเข้าบัญชีออมทรัพย์ของผู้ต้องหา ตามบัญชีเงินฝากต่างธนาคาร ทั้งนี้ผู้ต้องหาใช้รหัสประจำตัวเป็นผู้ถอนเงินดังกล่าวเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาได้ลักเอาทรัพย์ของ ธอส. ไปเป็นของตัวเองจำนวน 322,320,223.86 บาท ทำให้ ธอส. ได้รับความเสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ จับกุมผู้ต้องหาได้ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1205 / 2552 ลงวันที่ 1 พ.ค. 52 แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (11) ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

 โดยศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้