ข่าว

'ดอยตุงโมเดล'ยกระดับสู่สากล

'ดอยตุงโมเดล'ยกระดับสู่สากล

05 พ.ย. 2554

'ดอยตุงโมเดล'ยกระดับสู่สากล แนวทางพัฒนาทางเลือกที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ เน้นต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ทันที

-โครงการดอยตุง ชุมชนบ้านหย่องข่า สหภาพพม่า
-โครงการดอยตุง 3 ที่จังหวัดบัลห์ รัฐอิสลาม อัฟกานิสถาน
-โครงการดอยตุง 4 ที่จังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย

นายพิษณุ จันทร์วิทัน รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ว่าที่เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ  ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

      ความสำเร็จของโครงการพัฒนาดอยตุงตลอดช่วงเวลากว่า2 ทศวรรษที่ผ่านมา ยังเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทุกมุมโลก และกลายเป็นต้นแบบในการพัฒนาประเทศของนานาประเทศ ที่ประสบปัญหาในลักษณะคล้ายคลึงกัน จนก่อให้เกิดโครงการดอยตุง 2 ในชุมชนบ้านหย่องข่า สหภาพพม่า, โครงการดอยตุง 3 ที่จังหวัดบัลห์ รัฐอิสลาม อัฟกานิสถาน และโครงการดอยตุง 4 ที่จังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย

    โครงการพัฒนาดอยตุง มุ่งแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยแก้ไขความยากจนและให้โอกาสชาวบ้านในการพัฒนาตนเอง โดยใช้แนวทางการพัฒนาเรียกว่า การพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน : Sustainable Alternative Livelihood Development (SALD) ผ่านการสร้างอาชีพ การศึกษา และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

    ปัจจุบัน แนวทางการพัฒนาแบบดอยตุงหรือ "ดอยตุงสไตล์" ได้มีประเทศหลายๆ ประเทศ ได้นำ "แนวทางพัฒนาแบบดอยตุง" ไปใช้ในการพัฒนาเช่นใน พม่า อินโดนีเซีย อัฟกานิสถาน นำรูปแบบการพัฒนา ทางเลือกของดอยตุง ไปพัฒนาในพื้นที่ที่มีปัญหาเช่นที่อินโดนีเซีย นำไปทำโครงการฟื้นฟูที่อาเจะห์ เพื่อฟื้นฟูหลังน้ำท่วมจากเหตุ "สึนามิยักษ์" ส่วนที่ประเทศอัฟกานิสถาน พื้นที่ที่มีการปลูกฝิ่น ได้นำรูปแบบดอยตุงไปพัฒนา โดยเปลี่ยนโครงการจากปลูกกาแฟเป็นการเลี้ยงแกะ แทนการปลูกฝิ่น ส่วนที่ประเทศพม่า ได้นำรูปแบบของดอยตุงไปทำ แต่มีการเปลี่ยนรูปแบบเล็กน้อย

    เมื่อประเทศต่างๆ เหล่านี้ นำ "ดอยตุงสไตล์" ไปเป็นแนวปฏิบัตินั้น ได้เน้นย้ำเรื่องแนวความคิดว่า ต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ทันที เช่น มีการรักษาพยาบาล มีรายได้ นำความรู้เข้าไปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อจะได้ไม่ต้องปลูกพืช "ฝิ่น" ที่ผิดกฎหมาย

    ความแตกต่างของแต่ละโครงการจะพัฒนาไปตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศและแต่ละพื้นที่  ต้นแบบที่ดอยตุง มีการปลูกกาแฟ ชาวเขาที่ปลูกมีรายได้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟชั้นดี นำไปจำหน่ายตามร้านกาแฟได้ ส่วนที่อัฟกานิสถาน นั้นได้ปรับเป็นรูปแบบเป็น โครงการเลี้ยงแกะ ส่วนที่พม่า มีความอุดมสมบูรณ์เน้นการปลูกพืชทดแทนฝิ่น

    รูปแบบการพัฒนาทางเลือกทดแทน Sustainable Alternative Livelihood Development (SALD) เป็นรูปแบบการพัฒนาอย่างหนึ่ง ขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ หรือ UNODC ซึ่งทาง เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ และเอกอัคราชทูตไทยประจำกรุงเวียนนา ได้ร่วมนำเสนอแนวคิดเรื่องนี้ให้เป็นรูปแบบระดับสากล โดยในวันที่ 6-11 พฤศจิกายน 2554 นี้ ได้จัดให้มีการสัมมนาระหว่างประเทศที่นี่ จะนำไปเสนอในกรอบของ UNOCD เป็นการยกระดับ "ดอยตุงสไตล์" ให้เป็นสากล 

   อีกเรื่องที่ไทยนำเสนอคือ โครงการดูแลนักโทษหญิง ได้รับการยอมรับให้เป็นแนวการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล

    ในที่ประชุมได้นำเสนอโครงการพัฒนาดอยตุง โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และโครงการหลวง ในที่ประชุมระหว่างประเทศ ด้วยประสบการณ์ UNODC ที่ยอมรับเรื่องแก้ไขปัญหายาเสพติดในรูปแบบของการปลูกพืชทดแทน รูปแบบนี้ "ดอยตุงโมเดล" และโครงการหลวง สามารถนำไปใช้ในประเทศอื่นๆ ที่คิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากปลูกฝิ่น

    ดอยตุงเป็นโมเดลที่ทุกคนทราบว่า ในอดีตบริเวณนี้เป็นอย่างไร ทั้งยาเสพติดและการทำลายป่ารุนแรง และอัฟกานิสถานเป็นแหล่งปลูกยาเสพติด ที่ทำ อันดับแรก เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์  เพื่อให้ได้รับการยอมรับ จึงทำให้เป็นมาตรฐานสากล

    อีกกรณีที่ไทยได้รับการยอมรับ คือกรณีการดูแลนักโทษหญิง ในที่สุดปีที่แล้วสหประชาชาติเสนอเรียกว่า Bangkok Rules หรือกฎกรุงเทพฯ มีเป้าหมายลักษณะเดียวกัน แต่ต้องใช้เวลา Bangkok Rules ใช้เวลา 2 ปีจากจุดเริ่มต้นจนเป็นที่ยอมรับ

    ในการประชุม จะมีข้อถกเถียงกันว่าจะเป็นรูปแบบใดดีที่สุด มีประเทศที่คิดคนละแบบกับไทย เช่น เปรู โคลัมเบีย ปลูกยาเสพติดจะคิดคนละแบบ ซึ่งแต่ละแบบต้องมีการแลกเปลี่ยนและศึกษาดูงานให้ละเอียด ต้นเดือนพฤศจิกายน คณะผู้แทนสหประชาชาติจะเดินทางไปชมโครงการดอยอ่างขาง ดอยตุง เพื่อนำไปสู่ข้อสรุป ว่าเรียนรู้อะไรบ้าง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเสนอเป็นร่างข้อมติต่อไป