จี20จับตาน้ำท่วมไทยกระทบเศรษฐกิจโลก
นักเศรษฐศาสตร์ ชี้ กลุ่มจี20 ให้ความสำคัญกับ 'วิกฤติอุทกภัยในไทย' หลังกลายเป็นภัยคุกคามที่กระทบต่อเศรษฐกิจโลก นอกเหนือความวิตกเรื่องวิกฤติหนี้ในกลุ่มยูโรโซน
เว็บไซต์ เดอะโกลบแอนด์เมล์ รายงานอ้างข้อความที่ นายจิมมี จีน นักเศรษฐศาสตร์ของ สถาบัน เดสจาร์ดินส์ แคปิตอล มาร์เก็ตส์ ในแคนาดา ที่มีถึงลูกค้าเมื่อวันพุธว่า "จงจับตามองไปที่ไทย" ในขณะที่การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี20 ในเมืองคานส์ของฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 3-4 พ.ย. ทุกฝ่ายต่างพูดถึงความพยายามต่อลมหายใจให้กับยุโรป แต่ นายจีน มองว่า กรีซและอิตาลี ไม่ใช่แค่ 2 ประเทศที่ปัญหาของพวกเขาได้กลายเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลก ยังมีวิกฤติอุทกภัยในไทย ที่เหมือนกับสึนามิขนาดย่อมเมื่อเทียบกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่นที่สร้างความเจ็บปวดให้กับเศรษฐกิจโลกเมื่อต้นปีนี้
และเนื่องจากไทยเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ นายจีน บอกว่า บริษัทฮอนด้า สาขาแคนาดา ต้องลดชั่วโมงทำงานล่วงเวลาลงจนถึงเดือนพฤศจิกายน สืบเนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้นายจีน เตือนให้ตระหนักถึงวิกฤตทางอาหารที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อในราคาข้าวและสินค้าอื่นๆ เนื่องจากไทยกับเวียดนามคือผู้ส่งออกข้าวคิดเป็น 2 ใน 3 ของการค้าข้าวทั่วโลก และตอนนี้ปัญหาอุทกภัยส่งผลให้ไทยสูญเสียการผลิตข้าวไปถึงเกือบ 1 ใน 4 ทำให้ราคาข้าวจึงกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ
นายจีนบอกว่า สถานการณ์นี้ยังคงไม่คลี่คลาย ผลกระทบต่อการค้าโลกและภาวะเงินเฟ้ออาจรุนแรงกว่าที่คาด และแม้แนวโน้มนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงในเชิงลบแล้ว แต่ยังมีความจริงที่น่าวิตกกว่า ก็คือ ความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกทำให้ความสามารถรองรับผลกระทบต่างๆเพิ่มเติม มีอย่างจำกัด แม้ว่าภัยคุกคามนั้นจะเล็กน้อยกว่าแผ่นดินไหวและสึนามิญี่ปุ่นก็ตาม
น้ำท่วมไทยฉุดผลกำไรกล้องนิค่อนสูญเกือบ1หมื่นล้านบาท
วิกฤติน้ำท่วมในไทย ได้ฉุดให้ผลกำไรของนิค่อน บริษัทผลิตอุปกรณ์ด้านภาพของญี่ปุ่น พลอยหดหายไป 25,000 ล้านเยน หรือราว 9,600 ล้านบาท และฉุดยอดขายของปีนี้จนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า ให้ลดลงไปอีก 65,000 ล้านเยนด้วย ทั้งยังตัดลดตัวเลขประมาณการณ์ของยอดจำหน่ายกล้องดิจิตอล เอสแอลอาร์ จากเดิม 5.4 ล้านหน่วย เหลือ 4.7 ล้านหน่วย หลังน้ำท่วมในไทยสร้างความเสียหายให้กับโรงงานในเขตอุตสาหกรรม
นิค่อน ระบุว่า คาดว่าจะระบายน้ำออกจากโรงงานได้ภายในสิ้นเดือนนี้ และเริ่มต้นการผลิตใหม่ภายในเดือนกรกฎาคม
นิค่อน ซึ่งเป็นคู่แข็งสำคัญของแคนนอน ยังได้ตัดลดการผลิตเลนส์คุณภาพสูงอย่าง อินเตอร์เชน เจียเบิล เลนส์ ลง 12 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 6.7 ล้านหน่วย แต่ก็จะพยายามดันยอดขายจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 15.5 ล้านหน่วย ให้ได้ 16 ล้านยูนิต
นิค่อน ซึ่งมีคู่แข่งสำคัญอย่าง ASML ของเนเธอร์แลนด์ ในเรื่องของเครื่องพิมพ์ลิโธกราฟฟี่ ได้ตัดลดเป้าการจำหน่ายจากเดิม 60 หน่วย เหลือ 58 หน่วยรวมถึงลดเป้าการจำหน่าย อิมเมอร์ชั่นสเต็ปเปอร์ จากเดิม 26 หน่วย เหลือ 22 หน่วย แต่จะหันไปเพิ่มเป้า แอลซีดี สเตปเปอร์ จากเดิม 82 หน่วย เป็น 85 หน่วย
ชาวเวียดนามเลี้ยงจระเข้ไว้ในบ้านและในเรือกลัวหลุด
เว็บไซท์ข่าว วีเอ็นเอ็กซ์เพรสส์ ของเวียดนาม รายงานอ้างการเปิดเผยของกระทรวงเกษตรกรรมและการพัฒนาชนบทว่า เกษตรกรชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ได้เลี้ยงจระเข้หลายร้อยตัวไว้ในบ้านและในเรือ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันหลบหนีในระหว่างที่เกิดน้ำท่วมสูง
ระดับที่สูงได้ไหลเข้าท่วมบ่อจระเข้ ทำให้หลายครอบครัวในจังหวัดดองธัพ ต้องเอาจระเข้ไปเก็บไว้บนเรือประทุนที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก หรือแม้กระทั่งในบ้านของตัวเอง
ทางการเวียดนาม ได้ปฏิเสธข่าวลือที่ว่า มีจระเข้จำนวนมากหลุดออกไปในระหว่างที่เกิดน้ำท่วมรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศกว่า 70 คน เกษตรกรคนหนึ่ง บอกว่า ระดับน้ำสูงมาก และทำให้เขาต้องเลี้ยงลูกจระเข้ 300 ตัวในเรือประทุน และครอบครัวของเขาต้องดูแลเรือทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันไม่ให้จระเข้หลุดออกไป หรือถูกขโมย เพราะแต่ละตัวมีราคาเกือบ 1 ล้านด่อง หรือราว 1,500 บาท ถ้าหายไปก็จะทำให้เขาขาดทุนมหาศาล
เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานพิทักษ์ป่า ในจังหวัดอัน เกียง ได้เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า พบจระเข้ขนาดน้ำหนักตัว 12-30 กิโลกรัม จำนวน 3 ตัว ถูกเลี้ยงอยู่บนบ้านหลังหนึ่ง โดยไม่ได้ใส่กรงแต่อย่างใด ซึ่งผู้เป็นเจ้าของอ้างว่า เขากลัวจระเข้จะหลุดไปในช่วงที่น้ำขึ้นสูง เลยไม่กล้าเอาไว้นอกบ้าน
การทำฟาร์มจระเข้ เป็นที่นิยมในเวียดนาม โดยพวกมันหลายหมื่นตัวถูกเลี้ยงเพื่อเอาหนังและเนื้อ เมื่อปี 2550 มีจระเข้หลายร้อยตัว บางตัวหนัก 250 กิโลกรัม หลุดไปในช่วงน้ำท่วมและทะลักเข้าไปในฟาร์มทางภาคกลางของประเทศ



