
'ประยุทธ์'ลั่นทหารรบน้ำแพ้ไม่ได้
'ประยุทธ์' ลั่น ทหารรบน้ำแพ้ไม่ได้ เร่งศึกษาคลิป 'ในหลวง' แก้น้ำท่วม ปลื้ม 'ลูกน้อง' เสียสละช่วยน้ำท่วม แนะศปภ.ควรอยู่กทม. อย่าย้ายไปตจว.หวั่นยิ่งเพิ่มภาระ พร้อมเร่งวางกระสอบทรายกู้ดอนเมือง ชี้ต้องเข้มกม.ฟันคนพังพนังกั้นน้ำ
4 พ.ย.54 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานรับมอบเงินจำนวน 1 ล้านบาท จากบริษัทริโก้ไทยแลนด์จำกัด เพื่อช่วยเหลือกำลังพลกองทัพบกที่ปฏิบัติภารกิจช่วยผู้ประสบอุทกภัย และรับมอบเรือกู้ภัย เรือพาย ถุงยังชีพและเสื้อชูชีพจากธนาคารไทยพาณิชย์ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าบริษัทริโก้กล่าวกับตนว่าจะไม่ย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย มีแต่จะขยายฐานการผลิต และยังมอบเงินเดือนให้พนักงานตามปกติ ส่วนเงินที่มอบให้ก็จะไปดูแลกำลังพลของกองทัพบก 50,000 คน ซึ่งตนได้มอบให้สมาคมแม่บ้านทหารบกจัดของขวัญให้กำลังพลเรียบร้อยแล้ว
ส่วนสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน เท่าที่ฟังเห็นว่า น้ำเริ่มลดลงเป็นแนวโน้มที่ดี ตอนนี้ทำอย่างไรให้เดือดร้อนน้อยที่สุด เพราะจะไม่ให้เดือนร้อนเลยคงไม่ได้ เพราะเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ส่วนพื้นที่คลองสามวานั้นเราต้องให้เครดิตตำรวจด้วย ผบ.ตร.ทำงานเต็มที่ เราต้องให้กำลังใจและแบ่งงานกันทำให้รอบคอบ ถ้าหน้าที่ทำงานกับภาคประชาชนโดยตรงน่าจะเป็นตำรวจมากว่า ขอให้ทหารทำงานในยามไม่ปกติจะดีกว่า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนการดูแลสุขภาพกำลังพลระหว่างทำงาน ตนสั่งให้ทุกหน่วยมีแพทย์ประจำหน่วย โดยมอบให้รพ.ทหารทั้ง 37 แห่งทั่วประเทศจัดแพทย์เคลื่อนที่ลงมาดูแล ส่วนหนึ่งจะไปดูแลประชาชนและกำลังพลในพื้นที่ อีกส่วนจะจัดในหน่วยทหาร ส่วนที่ประชาชนไปสร้างสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ ทุกคนรู้อยู่แล้วแต่วันนี้พูดไม่ได้ ไปตำหนิชาวบ้านที่เขาเดือนร้อนคงไม่ได้ ให้เขาบรรเทาความเดือนร้อนก่อนแล้วเรียกมาคุยว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ถ้ายังอยู่ในคลองระบายน้ำอย่างนี้ก็กีดขวางทางน้ำไปครึ่งคลองแล้ว ก็ต้องมาพูดคุยหาทางความพอดีมาเจอกันหากไม่ให้เขาอยู่ที่นี่แล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหน รัฐบาลก็ต้องดูแลเขา ส่วนคลิปพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 2538 นั้น ตนทบทวนและศึกษาดูหลายอย่างว่า ต้องทำพนังกั้นน้ำกี่กิโลเมตรแต่ที่ผ่านมายังทำไม่ครบสมบรูณ์ เช่น 85กิโลเมตรแต่ทำได้แค่ 70-75 กิโลเมตร สิ่งสำคัญคือความเข้าใจของประชาชนว่า ผลประโยชน์ชาติอยู่ที่ไหน เราจะรักษาบ้านเมืองของเราอย่างไร ทุกคนจะต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย
“หลังจากนี้เราต้องทบทวนว่า ที่พระองค์ท่านรับสั่งทั้งหมดทำได้ครบหรือยังอะไร ท่านทรงริเริ่มมาตั้งแต่ทรงครองราชย์ไม่ใช่มาคิดเมื่อปี 2538 ท่านทรงต่อสู้เรื่องน้ำ เรื่องป่ามาตลอด เหมือนกับเป็นองค์พระมหากษัตริย์ที่ทรงนำประเทศชาติสู้รบกับธรรมชาติให้ประเทศไทยปลอดภัย ประชาชนต้องเข้าใจ รัฐบาลจะใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ท่านทรงริเริ่มทั้งหมดในการดูแลประเทศไทย ผมบอกว่าประเทศไทยเรามีพระมหากษัตริย์ที่มีพระคุณอันประเสริฐต่อประเทศไทยมาโดยตลอดทุกพระองค์ ทุกพระองค์ทำเพื่อประเทศชาติมาตลอด และวันนี้พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์สมัยใหม่ คือไม่ได้สู้รบกับข้าศึก แต่รบกับความยากจน รบกับธรรมชาติเพื่อให้คนไทยอยู่รอดปลอดภัย ดังนั้นรัฐบาลต้องสนองพระราชดำริอันนี้ และทำต่อจากที่พระองค์ท่านเริ่มไว้ ไม่ใช่พระองค์ท่านเริ่มไว้แล้วต้องทำเองจนจบ” ผบ.ทบ.กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการกู้สนามบินดอนเมือง การวางกระสอบทรายเป็นไปด้วยดี ซึ่งรมว.คมนาคมรับผิดชอบส่วนนี้อยู่ ส่วนทหารสนับสนุนกำลังพลในการดำเนินการตามแผน ซึ่งวันนี้ตนได้สั่งการให้ตรวจสอบ และเราพยายามเร่งทำหน้าที่ให้เร็วที่สุด ส่วนที่มองว่า รัฐบาลบริหารงานไม่ดี พยายามปัดความรับผิดชอบนั้น คิดว่า คงไม่ ตอนนี้ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาให้ได้ ทั้งรัฐบาล กทม. ตำรวจ ประชาชน ปัญหาขณะนี้มีเรื่องเดียวคือการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการพังพนังกั้นน้ำ ซึ่งต้องแก้ไขกันให้ได้จึงจะเป็นไปตามแผนงาน โดยนายกฯคงไม่ได้วางแผนเอง เพราะท่านมีคณะทำงานที่มีความรู้เรื่องน้ำคอยให้คำปรึกษาและวางแผน ส่วนจะผิดหรือถูกขอให้แก้ปัญหาเรื่องน้ำ และฟื้นฟูให้ได้ก่อนค่อยมาทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น หรือแก้ปัญหาอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก อย่างกรณีการเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวา เปิดแล้วน้ำก็ไม่ลด และยังคงท่วมเหมือนเดิม ที่สำคัญน้ำจะเข้ามายังคลองแสนแสบ และคลองด้านตะวันออกทั้งหมด เมื่อเอ่อล้นขึ้นมาจะท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางชันและลาดพระบัง และจะเข้ากรุงเทพทางด้านบางกะปิ
ขณะนี้ต้องแก้ปัญหาตามสถานการณ์ โดยวางแผนแล้วว่าจะป้องกันตรงไหนไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่ชั้นใน เหมือนกับการสู้รบต้องเปลี่ยนกลยุทธ์และกลวิธีไปเรื่อยๆถ้าน้ำถ้าผ่านทางนี้ไม่ได้ ก็ไปทางซ้าย ขาว และตลบหลังคล้ายกับข้าศึก ดังนั้นต้องวางแผนสำหรับสกัดกั้น ซึ่งเราจะรั้งหน่วงไปเรื่อย ๆ และกำลังทหารจะถอยออกมาทีละขั้น และทิ้งส่วนป้องกันไว้ เพื่อดูแทุกข์สุขประชาชน อีกส่วนหนึ่งเอามาใช้ในตัวเมือง ถ้าเป็นภาษาทหารเรียกว่า การรบหน่วงเวลา เพราะสถานการณ์น้ำเกิดขึ้นแล้ว การสู้รบครั้งนี้ไม่ถือว่าเราแพ้ และเราแพ้ไม่ได้ ถ้าแพ้ประเทศชาติเสียหายกว่านี้ ตอนนี้ยังถือว่าไม่แพ้ เรายังสู้กันอยู่ เพียงแต่ข้าศึกมามาก
ส่วนความเป็นไปได้ที่จะย้ายศปภ.ไปอยู่ต่างจังหวัดนั้นคิดว่าน่าจะอยู่ในกรุงเทพฯเพียงแต่หาที่อยู่กันให้ได้หากอยู่กันได้ก็สั่งการได้ ต้องไม่ลืมว่าการย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดมีปัญหาเรื่องระยะทาง ทำให้มีภาระมากขึ้น ส่วนกองทัพบก ตนวางแผนว่า หากน้ำท่วมได้เตรียมเรือเพื่อไปเยี่ยมลูกน้อง ส่วนที่กังวลว่าปริมาณน้ำทั้งหมดมีมากกว่าพื้นที่กทม.นั้น คิดว่าเดี๋ยวน้ำก็ลง เพราะมีทางลงอยู่แล้ว อย่างไรก็ต้องผ่าน ไม่ให้ผ่านคงไม่ได้ น้ำเหนือต้องลงใต้ โดยการปล่อยผ่านน้ำต้องพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีผลกระทบกับศูนย์สั่งการ ศูนย์ราชการ พระราชวัง เพื่อให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ถ้าปล่อยให้ท่วมทั้งหมดก็ทำได้แต่เราพยายามให้เสียหายน้อยที่สุด ที่สำคัญอย่าเครียด ตนรู้สึกเครียด ยังบ่นกับทหาร และนอนไม่หลับเพราะห่วงลูกน้อง คิดว่า ตอนนี้ทุกคนก็คงเป็นแบบนี้
“เราต้องใช้วิกฤติเป็นโอกาส ทำให้ประชาชนเข้าใจและมีส่วนร่วมแก้ปัญหา ทุกส่วนต้องปรับเข้าหากัน ทุกวันนี้ ทุกประเทศมองที่ผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก หากมองแต่ประโยชน์ตัวเองหรือพรรคพวกประเทศคงเดิยนต่อไปไม่ได้ อย่าลืมต่างประเทศเขาดูอยู่ว่า เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร และเขาต้องย้ายการลงทุนหรือไม่ หากเรามัวแต่ขุดกันไปขุดกันมา เขาคงไปลงทุนประเทศอื่นแล้วจะทำอย่างไร ส่วนกรณีที่ในสัปดาหนี้ที่ประชุมรัฐสภาจะมีการตัดงบกองทัพนั้น ทุกกระทรวงก็โดน กระทรวงละ 10 % เพื่อนำมาช่วยน้ำท่วม ยอมรับว่า กระทบต่อการทำงานของกองทัพบก โดยเฉพาะงบซ่อม การจัดหาจะลดลง โดยงบประมาณส่วนใหญ่60-70 %เป็นของกำลังพล แต่ถึงไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้เรียกร้อง เพราะทราบดีว่าประเทศชาติมีปัญหา ต้องดูแลประชาชนและฟื้นฟู ซึ่งเรายอมรับได้ หากมีงบประมาณจะขอกลับมาใหม่ เบี้ยเลี้ยงไม่มีก็ไม่เป็นไร ถึงไม่มีเงินก็ขอให้มีข้าวกินก็พอ”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้การทำงานของทหารไปข้างหน้า ตนชื่นใจลูกน้องที่ยังโอเค และเชื่อมั่นในการปกครองบังคับบัญชาของกองทัพ สั่งการไป ทุกคนทำได้พร้อมไปพัฒนาและไปคิดต่อจนออกมาเป็นผลงาน สิ่งสำคัญที่ปลื้มและยินดีคือเขาไม่คิดถึงผลประโยชน์และเสียสละ ไม่ห่วงใยชีวิตตนเอง สะท้อนใจว่า เราเป็นผู้บังคับบัญชาต้องดูแลลูกน้องให้ดีที่สุด ทหารอยู่ด้วยการปกครองบังคับบัญชา ขอให้ทหารปกครองกันได้จึงจะไปกันได้ อยากให้กองทัพเป็นปึกแผ่น อยากทำงานของเราตามกระบวนการประชาธิปไตย สั่งการมาก็ทำ
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรคนมองว่า บทบาทในการแก้ปัญหาน้ำท่วมเปรียบเหมือนนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ นายกฯมีอยู่แล้ว คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และมีรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตนไม่ได้เป็พระเอก ตนเป็นผู้ช่วยพระเอก ลูกน้องของตนเป็นพระเอก
ส่วนพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า การช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นหน้าที่ของกองทัพในการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยกองทัพบก มีนโยบายว่า ทหารต้องเป็นหน่วยแรกในการเข้าถึงจุดที่ประชาชนประสบอุทกภัยให้ได้ โดยที่กองทัพบกจะปฏิบัติงานในกรอบของรัฐบาล และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และกระทรวงกลาโหม ซึ่งมุ่งเน้นช่วยประชาชนเป็นหลัก ไม่มีการแบ่งสีแบ่งฝ่ายสีใดเราก็ต้องช่วยเหลือ รวมถึงช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน และเจ้าหน้าที่กับเจ้าหน้าที่เอง อย่างไรก็ตาม ทหารมีรูปแบบในการทำงานด้วยการบูรณาการการทำงานในพื้นที่ ให้ สส.,สก.,และสข., มาร่วมทำงานกับทหารโดยเราจะมอบหมายงานและแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบให้ชัดเพื่อให้การทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนแน่นขึ้น



