
'ปู'ยอมรับแล้วมีปัญหากับกทม.
'ยิ่งลักษณ์' ยอมรับแล้ว มีปัญหาประสานงานกับ กทม. ชี้ต้องปรับความรู้ให้เท่ากัน ระบุฝั่งตะวันตกระบายน้ำยากเหตุมีรูรั่ว 13 จุด คาดวาง 'บิ๊กแบ็ค'เสร็จวันนี้ ไม่ตอบย้าย ศปภ. หรือไม่
4 พ.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายัง ที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ กทม.2 ดินแดง พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำที่ขาดการประสานงานร่วมกันว่า ก็มีบ้าง ยอมรับว่าการประสานระหว่างหน่วยงานในเรื่องพื้นฐาน และด้านเทคนิคที่ต้องมาปรับพื้นฐานความรู้ให้เท่ากัน ไม่ใช่แค่การประสานงานเพียงอย่างเดียว แม้กระทั่งความรู้เรื่องน้ำก็ต้องให้ทุกหน่วยงานเข้าใจร่วมกัน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน เช่น น้ำที่มาจากด้านเหนือกับน้ำกรุงเทพฯ จะเปิดหรือปิดประตูระบายต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งประเทศ อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในวันนี้ เราพยายามที่จะให้คณะกรรมการและหน่วยงานที่จะทำงานร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ล่าสุดในฝั่งตะวันตกและตะวันออกเป็นอย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในภาพรวมฝั่งตะวันออกมวลน้ำจากทางทิศเหนือเริ่มลดลง ซึ่งเราเริ่มระบายออกทางคลองไปบ้างแล้ว แต่ก็อาจจะมีบางประตูที่เราจะต้องชะลอน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำเข้ามาในกรุงเทพฯ มากขึ้น รวมถึงมาตรการที่เราได้ทำแนวกั้นน้ำ เช่น การวางบิ๊กแบ๊ค ทั้งนี้เป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติและเกิดขึ้นมาก่อน เราพยายามที่จะชะลอ ซี่งตนคิดว่าฝั่งตะวันออกดีขึ้น ส่วนฝั่งตะวันตกนั้น การระบายเป็นไปค่อนข้างยาก เพราะในภาพรวมของฝั่งตะวันตกไม่ได้ถูกออกแบบให้ รับน้ำจากทางเหนือไหลลงมาทางใต้ และคลองทื่จะระบายน้ำลงสู่ทะเลนั้นแคบมาก
เมื่อถามว่า พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือไม่ หากการนำบิ๊กแบ๊คไปทำคันกั้นน้ำมีความล่าช้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราก็กำลังเร่งทำอยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ จากการที่สอบถามทีมงานที่ทำ ก็ได้เร่งทำอย่างเต็มที่ เราก็พยายามที่จะทำจุดอื่นพื่อไว้ด้วยโดยการแก้จุดอื่นพร้อมๆ กัน
เมื่อถามว่า จากที่เคยระบุว่า หลังวันที่ 31 ต.ค.สถานการณ์จะดีขึ้น แต่วันนี้ล่วงมาวันที่ 3 พ.ย.แล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้นหมายความว่าอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ตนเคยบอกว่าวันที่ 31 ต.ค.นั้น หมายถึงระดับน้ำทะเลจะขึ้นสูงสุด เราจึงออกมา ระบุว่า จะประเมินสถานการณ์หลังวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งวันนี้สิ่งที่ดีขึ้น คือ ระดับน้ำทะเลลดลง ขณะนี้เป็นผลกระทบหลังจากวันที่ 31 ต.ค.แล้วน้ำจะแห้ง ซึ่งเป็นผลจากน้ำที่สะสมและเป็นผลจากน้ำทะเลที่หนุนสูงที่ล้นเอ่อเข้ามา ร่วมถึงระบบการระบายที่ยังไม่สามารถระบายได้เต็มที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบแบน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ต้องควบคุม ส่วนที่ทดีขึ้นคือ ระดับน้ำทะเล แต่เราต้องให้ระยะเวลาเพื่อให้น้ำระบายลงสู่ทะเล
ผู้สื่อข่าวถามว่า การระบายน้ำทั้งสองฝั่งต้องใช้เวลาถึง 1 เดือนหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน เพราะฝั่งตะวันออกใช้เวลาเร็วกว่า จากที่เรามีการขุดคลอง น้ำก็เริ่มไหลเร็วมากขึ้น แต่น้ำก็ยังไม่เต็มคลองแสนแสบ ซึ่งเราก็พยายามที่จะไล่น้ำลงไป ส่วนฝั่งตะวันตกคงจะยากกว่า เนื่องจากคลองฝั่นตะวันตกเป็นแนวนอน การระบายน้ำต่าง ๆ ก็ยากมากขึ้น
ทั้งนี้ หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้ตั้งคำถามหลายคำถาม จนทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดว่า “ให้ผู้สื่อข่าวไปถาม ผู้ว่ากทม. (ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร) มั่งไหมคะ เดี๋ยวจะหาว่ารู้ระบบกทม. มากเกินไป”
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า แสดงว่าฝั่งตะวันตกจะต้องยืดระยะเวลาในการรับน้ำยาวออกไปอีก 1 เดือน เพราะการวางบิ๊กแบ๊คใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า บิ๊กแบ๊คจะช่วยฝั่งตะวันออก ซึ่งฝั่งตะวันออกการแก้ปัญหาหลัก ๆ คือ เรื่องของบิ๊กแบ๊ค การหรี่น้ำ การระบายน้ำ ส่วนฝั่งตะวันตก แม่น้ำเจ้าพระยามีรอยรั่วนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิด โดยเราจะเข้าไปดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไปและจะแล้วเสร็จในวันที่ 15 พ.ย. ตนขอเรียนประชาชนตรง ๆ ว่า เราต้องอยู่ในสภาพนี้ไปก่อน เพราะน้ำทะเลจะหนุนสูง แม้เราจะทำการหยุดน้ำจากทางเหนือแล้ว แต่น้ำก็ยังตีเข้ามาจากทางฝั่งตะวันตกอีก เพราะยังมีรูรั่วอีก 13 จุด ซึ่งรูรั่วนี้เกิดมาก่อน ไม่ได้เกิดจากการกระทำของประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ต้องย้ายหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอดูสถานการณ์ก่อน เพราะใจจริงเราก็อยากจะยืนหยัดอยู่ตรงนี้
"สุขุมพันธ์" ชี้กทม. ร่วมมือ ศปภ. ระบายน้ำได้
เมื่อถามว่า วันนี้สถานการณ์น้ำได้ขยายเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในแล้วจะแก้ไขอย่างไร ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวว่า น้ำมันแผ่ ดังนั้นมันก็ต้องขยายพื้นที่มากขึ้น ที่สำคัญจะรุนแรงมากกว่าที่เคยเป็นมาหรือไม่ คาดว่ากรุงเทพฯ เหนือจะไม่รุนแรง และกรุงเทพฯ กลางที่น้ำแผ่เข้ามา ดูจากสถานการณ์แล้ว คาดว่าจะไม่รุนแรง ดังนั้นหาก ศปภ.และกรุงเทพฯร่วมมือกันจะสามารถบริหารจัดการการระบายน้ำตะวันออกได้ ดังนั้นที่เป็นห่วงมากที่สุดคือฝั่งตะวันตก เพราะน้ำยังเข้ามาเยอะอยู่ จากนนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งตรงนี้เราจะแก้ไขให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งระบบระบายน้ำทางด้านตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ กรมชลประทาน มันไม่ดีเท่าฝั่งตะวันออก น้ำจึงเข้ามามาก และระบบระบายน้ำไม่ดีเท่า จึงน่าเป็นห่วง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นได้ว่าพื้นที่ฝั่งตะวันตกจะถูกน้ำท่วม ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวว่า ยังครับ ยังมีพื้นที่อีกหลายพื้นที่ที่ไม่มีปัญหาอะไร เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งเขตบางขุนเทียน จอมทอง คลองสานยังไม่มีปัญหาอะไร ดังนั้นเรามีความว่าจะสามารถปกป้องสถานการณ์ได้ ส่วนจะปกป้องได้กี่เขตนั้น ตนไม่อยากทำนาย เพราะน้ำเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดาได้ เพราะหากน้ำมาทางไหนก็จะแผ่ขยายวงกว้าง หากน้ำมามากก็จะแผ่ตัวไปเรื่อย ๆ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กทม.ยอมรับหรือไม่ว่า ปัญหาของประสิทธิภาพการระบายน้ำต่อปริมาณที่เข้ามาในพื้นที่ เรารับมือไม่ได้ใช่หรือไม่ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าววา ระบบระบายน้ำมีขึ้นเพื่อระบายน้ำฝนที่ตกหนัก และน้ำล้นตลิ่ง ไม่ได้สร้างเพื่อระบายน้ำจากเหนือไปใต้ ดังนั้นเราระบายน้ำได้ส่วนหนึ่ง จากเหนือไปใต้ฝั่งพระนคร ประมาณ 10 ล้านลบ.ม.ต่อวัน และทางด้านฝั่งธนบุรี ระบายน้ำได้ประมาณ 3 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณทีน้อยมาก
เมื่อถามต่อว่า แต่ก่อนหน้านี้ กทม.เคยให้ความมั่นใจในเรื่องประสิทธิภาพการระบายน้ำ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ขอเรียนว่าหน้าที่หลักของเราคือการระบายน้ำท่วมขังที่มาจากน้ำฝน และน้ำล้นตลิ่ง แต่ถ้าน้ำมาจากทางเหนือและผ่านเจ้าพระยาเรารับได้ แต่ถ้าผ่านจุดอ่อนของ กทม. ซึ่งไม่ใช่อยู่ในอณาเขตของ กทม. เราไม่สามารถทำอะไรได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จ.ปทุมธานี ไม่ว่าจะเป็น ที่หลักหก หรือ ทางฝั่งตะวันออก และจุดอ่อนในพื้นที่บางกรวย บางบัวทอง รวมทั้งคลองมหาสวัสดิ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า กทม.ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาร่วมกันกับรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในระยะสั้น วันที่ 5 พ.ย.นี้ ทำไม่ได้เลย แต่ได้คุยกับนายกรัฐมนตรี ในระยะยาว ว่าเราจะทำด้วยกัน เมื่อถามต่อว่า กทม.มีอุปสรรคในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆในการระบายน้ำหรือไม่ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ไม่มี เราระบายน้ำมาโดยตลอด
ขณะที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า การประสานงานจริง ๆ แล้ว โครงสร้างการทำงานเดิมเป็นลักษณะที่แยกกันทำงานระหว่างกรุงเทพฯและภาพรวมอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาทุกจังหวัดมีแนวทางระบายน้ำของทุกจังหวัดอยู่แล้ว เราไม่เคยคุยกันถึงเรื่องการระบายน้ำทั้งประเทศเลย ดังนั้น ในส่วนของจ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี ก็ก็ทำกันเอง ซึ่งเราไม่เคยคุยกันถึงเรื่องรอยต่อระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเลย ดังนั้นเราต้องนำปัญหาเหล่านี้มาแก้ไขปัญหาต่อไป ทั้งนี้กรุงเทพฯ หากจะวางระบบแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำก็ต้องปรึกษากับจ.ปทุมธานี จ.นนทบุรีและจังหวัดโดยรอบกรุงเทพฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จะส่งผล ในการตั้งกระทรวงน้ำขึ้นมาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอนาคตหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอพูดถึงกระทรวงน้ำดีกว่า แต่ขอว่าวันนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงกรุงเทพฯ มาวางแผนแก้ไขปัญหาระยะรวมกัน ในภาพของประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า จะต้องมีจังหวัดใดเป็นทางผ่านของน้ำ เพื่อไม่ให้ปัญหานี้กลับมาเกิดขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงมาตรการดูแลบิ๊กแบ็ค น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ทุกอย่างวันนี้ใช้คนทำหมด มาตรการต่าง ๆ เต็มที่ คงต้องใช้คนคอยเฝ้า ซึ่งบิ๊กแบ๊คใหญ่มากและมวลชนไม่สามารถพังได้ และเราก็มีมาตรการอย่างเต็มที่เละไม่มีมากไปกว่านี้ เพราะติดปัญหาเรื่องโครงสร้างของระบบที่มีมานานแล้ว และเราเองก็ได้เตรียมการป้องกันต่าง ๆ เพื่อเป็นการชะลอน้ำ ส่วนเรื่องมาตรการขั้นเด็ดขาดนั้น เป็นในส่วนของข้อกฎหมายที่จะต้องปฏบัติตามอย่างเคร่งครัด หากการทำงานนั้นไม่ได้อย่างเต็มที่ ก็ต้องมีมาตรการภายใต้กฎหมาย มาตรา 31 พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 ที่เราได้ประกาศให้ 27 จังหวัด เป็นเขตภัยพิบัติร้ายแรง วันนี้เราอยู่ในระบบประชาธิปไตย ขอให้ทึกทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ เราไม่ใช้กฎหมายเป็นตัวนำในการแก้ไขปัญหา แต่ทุกคนต้องมีส่วนรวมในการแก้ไขปัญหาก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาในคลอง 8 คลอง 9 และคลอง 10 ที่ประชาชนยังมีความขัดแย้งอยู่จะใช้กฎหมายนี้ไปบังคับหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จากการตราวจสอบการทำงานจะต้องลงพื้นที่ด้วยกันทุกฝ่าย วันนี้เรายังต้องมีการปรับปรุงอยู่ ส่วนหนึ่งเราเคลียร์มวลชนได้แล้ว และยังไม่เจอเจ้าหน้าที่ ดังนั้นจะต้องกลับไปคุยกันใหม่ และนัดทั้งสองฝ่ายเพื่อตกลงร่วมกัน ให้เวลาทีมงานวันนี้อีก 1 วัน
โอดน้ำมากสุดในประวัติศาสตร์
ผู้สื่อข่าวถามถึงวิธีการรับมือน้ำที่ไหลมาตามท่อ น.ส. ยิ่งลักษณ์ได้หันไปพูดกับผู้ว่ากรุงเทพฯ ว่าพร้อมถามว่า วันนี้ถือว่าเราแพ้น้ำใช่หรือไม่ มีคำว่าชนะหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้มันเป็นภัยธรรมชาติ ต้องกลับไปดูประวัติศาสตร์ เพราะน้ำมากกว่าประวัติศาสตร์ น้ำมันเยอะมาก
เมื่อถามว่า เราจะสร้างประวัติศาสตร์เพื่อชนะน้ำครั้งนี้ได้หรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้น้ำมา 27 จังหวัด หากน้ำมาแค่ 1 จังหวัดก็ยังพอสู้ได้ เราระดมสรรพกำลังสู้กับน้ำทั้ง 27 จังหวัดมา 3 เดือน รับมาน้ำก็เต็มแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถามถึงการเปิดประชุมร่วม 2 สภาเพื่อพิจารณา ว่าด้วยเรื่องการต่อสู้ในศาลโลกในคดี พระวิหาร นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รอสภาเปิดเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการให้สัมภาษณื น.ส. ยิ่งลักษณ์ ได้แสดงท่าทีอึดอัด เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อน และได้พูดอยู่หลายครั้งว่า "ร้อน" จนมีครั้งหนึ่งถึงขนาด หันไปถาม ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ว่า “ร้อนค่ะร้อน ท่านผู้ว่า ฯ ไม่มีแอร์หรือค่ะชั้นนี้”



