ข่าว

พาณิชย์ไล่เชือด34พ่อค้าขูดรีด

พาณิชย์ไล่เชือด34พ่อค้าขูดรีด

04 พ.ย. 2554

พาณิชย์ไล่เชือด34พ่อค้าขูดรีด ไม่ติดป้ายขายสินค้าเกินราคา ปรับกว่า 6 หมื่นบาท ตีปี๊บสินบนนำจับ 25% ดึงผู้บริโภคช่วยแจ้งเบาะแส แม็คโครชี้สถานการณ์สินค้าเริ่มคลี่คลาย ทูตญี่ปุ่นยันร่วมมือแก้น้ำท่วมในไทยย้ำเอกชนไม่ถอนการลงทุนเด็ดขาด ด้าน กกร.ชูตั้งกองทุนช่วย

           แม้กระทรวงพาณิชย์จะออกมาตรการเข้มในการแก้ไขปัญหาสินค้าขาดแคลนในช่วงน้ำท่วมใหญ่ก็ตาม แต่ก็ยังมีผู้ค้าฉกฉวยโอกาสขายสินค้าในราคาแพงขูดรีดผู้บริโภคอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
   

           นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า หรือกักตุนสินค้า ซ้ำเติมประชาชนในช่วงที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล กรมการค้าภายในจึงได้จัดสายตรวจพิเศษออกตรวจสอบวันละ 15 สาย จากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พบผู้ฝ่าฝืนไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า ได้แก่ เนื้อสุกรชำแหละ ปลาสด ถังน้ำพลาสติก แก๊สปิคนิค และทรายบรรจุถุง จำนวน 5 ราย ที่ตลาดห้วยขวาง ตลาดมณีพิมาน ตลาดเทวราชกุญชร และร้านค้าวัสดุก่อสร้าง จึงได้เปรียบเทียบปรับสูงสุดรายละ 6,000 บาท
   

           "ในช่วงปลายเดือนตุลาคม กรมการค้าภายในได้จับกุมผู้ค้าที่จำหน่ายสินค้าไม่ปิดป้ายแสดงราคา ได้แก่ ไข่ไก่ น้ำดื่ม ข้าวสาร และสินค้าอุปโภคบริโภค จำนวน 29 ราย และเปรียบเทียบปรับเป็นเงินรวม 64,000 บาท จึงขอเตือนให้ผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง ไข่ไก่ น้ำดื่ม ถังน้ำพลาสติก หรือสินค้าอื่นๆ ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน อย่าฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค หากใครพบเห็นการปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า กักตุนสินค้า หรือขายสินค้าราคาสูงเกินสมควร ให้แจ้งมาที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ โดยผู้ที่แจ้งเบาะแสจะได้รับเงินสินบนนำจับ 25% ของค่าปรับ" นางวัชรีกล่าว


แม็คโครรับต้นทุนขนส่งแพงขึ้น


           น.ส.ปริยานุช ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด หรือห้างแม็คโคร กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทั้งน้ำดื่ม ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และไข่ไก่ หลังจากได้มีการเร่งกระจายสินค้าผ่านทางศูนย์กระจายสินค้าชั่วคราวใน จ.ชลบุรี และ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รวมถึงให้ผู้ผลิตส่งสินค้าโดยตรงกับทางสาขาทั่วประเทศ ตลอดจนมีการประสานสินค้านำเข้าบางชนิด เช่น น้ำแร่ และไข่ไก่ อีกทั้งได้มีการเพิ่มการนำสินค้าจากผู้ลิตในต่างจังหวัดเข้ามาในกรุงเทพฯ มากขึ้น ทำให้สต็อกสินค้าแต่ละสาขามีเข้ามาแล้วกว่า 95%

           "อาจจะมีสินค้าบางชนิดที่จะได้รับผลกระทบจากการขนส่งที่ล่าช้าบ้าง ซึ่งขณะนี้ต้นทุนการขนส่งได้เพิ่มขึ้น แต่แม็คโครก็ยังไม่มีการปรับเพิ่มราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น น้ำดื่มขวดชนิดขุ่นขนาด 950 ซีซี ขายที่แพ็กละ 6 ขวด ราคา 25 บาท และไข่ไก่เบอร์ 3 แผงละ 30 ฟองขายที่ 120 บาท หรือเฉลี่ยฟองละ 4 บาท ดังนั้น ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าเพื่อกักตุนในช่วงนี้" น.ส.ปริยานุชระบุ


ค้าปลีกจี้รัฐเร่งแผนฟื้นฟูด่วน


           น.ส.บุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า วิกฤติน้ำท่วมในครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมค้าปลีก 4 เรื่องหลัก ประกอบด้วย สินค้า การขนส่ง แรงงาน และความเสียหายของตัวอาคารและทรัพย์สิน ประเมินความเสียหายเบื้องต้น คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งผลักดันแผนฟื้นฟูประเทศไทยอย่างเร่งด่วนให้มีผลเชิงปฏิบัติภายในเดือนธันวาคมนี้ ก่อนที่ไทยจะสูญเสียโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านคู่แข่งสำคัญในเวลานี้

           "รัฐบาลควรทบทวนแผนการผลักดันประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางช็อปปิ้ง หรือ ไทยแลนด์ ช็อปปิ้ง เดสทิเนชั่น พร้อมกับพิจารณาทบทวนเรื่องโครงสร้างภาษีเพื่อเอื้อต่อราคาสินค้า ซึ่งยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างจุดขายดึงดูดลูกค้าเมื่อเทียบกับฮ่องกง สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย" น.ส.บุษบากล่าว และว่า ส่วนการกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศโดยเร่งด่วนนั้น เชื่อว่าหากดำเนินการผ่าน “เช็คช่วยชาติ” จะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบได้อย่างรวดเร็วกว่าวิธีอื่น


 พลังงานชงแผนตรึงค่าไฟฟ้า

   

           นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ศึกษารูปแบบการตรึงค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนใน 3 รูปแบบคือ ตรึงเป็นระยะเวลา 1 รอบ คือ ระหว่างเดือนมกราคม - เมษายน 2555 ต้องใช้เงิน 7,743 ล้านบาท และหากตรึงเป็นเวลา 2 รอบ จะใช้เงิน 18,704 ล้านบาท ส่วนการตรึงตลอดปี 2555 หรือ 3 รอบจะใช้เงิน 34,092 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นวงเงินที่สูงมาก จึงต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีก่อนว่าจะนำวงเงินของรัฐมาอุดหนุนร่วมกับวงเงินการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) หรือไม่
   
           "เราเตรียมที่จะเสนอให้ปรับลดค่าไฟฟรีจาก 90 หน่วยเหลือ 50 หน่วยต่อเดือน ซึ่งจะลดวงเงินอุดหนุนลงได้มากจาก 13,306 ล้านบาท เหลือ 3,517 ล้านบาทต่อปี และลดวงเงินอุดหนุนจากที่ปัจจุบันผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป็นผู้จ่าย 12 สตางค์ต่อหน่วย เหลือเพียง 3 สตางค์ต่อหน่อย แต่จะให้ใครเป็นผู้อุดหนุนคงจะมาพิจารณาในรายละเอียดต่อไป โดยการลดการอุดหนุนจะเป็นการช่วยผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง และยังเป็นการช่วยลดผลกระทบภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับหนักในช่วงน้ำท่วม


ญี่ปุ่นร่วมฟื้นฟู-ลงทุนไทยต่อ

           ส่วนที่กระทรวงอุตสาหกรรมวันเดียวกัน นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ต้อนรับและหารือร่วมกับนายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ที่เดินทางเข้าพบก่อนที่จะเปิดเผยว่า ทูตญี่ปุ่นได้ยืนยันว่ารัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมจะช่วยเหลือ ในเบื้องต้นจะส่งรถสูบน้ำ 10 คัน เพื่อมากู้นิคมอุตสาหกรรมที่จมน้ำทั้ง 7 แห่ง และส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือด้านการจัดการปัญหาน้ำท่วม รวมทั้งธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) ก็ได้เตรียมวงเงินสินเชื่อผ่านธนาคารพาณิชย์ไทยให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อฟื้นฟูโรงงาน

           นายเซอิจิ กล่าวว่า ทางการญี่ปุ่นจะให้ความร่วมมือแก้ปัญหาน้ำในระยะยาวที่มีองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของประเทศญี่ปุ่น (ไจก้า) ที่ทำงานร่วมกับโครงการคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริมาก่อน จะเข้ามาช่วงวางแผนระบบการจัดการน้ำและการป้องกันภัยธรรมชาติมาถ่ายทอดให้ไทยอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

           "นักธุรกิจญี่ปุ่นยังมองไทยเป็นปลายทางสำหรับการลงทุนของญี่ปุ่น ซึ่งหวังว่านิคมอุตสาหกรรมจะได้รับการฟื้นฟูและปกป้องนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอื่นๆ โดยญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยนานแล้วและจะยังคงลงทุนในไทยต่อ ซึ่งไทยมั่นใจได้เลยว่าจะไม่เสียนักลงทุนญี่ปุ่นไป เพราะไทยมีซัพพลายเชนที่สนับสนุนการลงทุนของนักธุรกิจญี่ปุ่น" เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ยืนยัน

           นายยงยุทธ ทองสุข รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้เฝ้าระวังนิคมอุตสาหกรรมบางชันอย่างใกล้ชิดโดยได้วางแนวป้องกันสูง 2.1 เมตร เครื่องสูบน้ำอีก 15 เครื่อง ซึ่งระดับน้ำในคลองแสนแสบสูงขึ้นต่อเนื่องวันนี้วัดได้ 68 เซนติเมตร แต่ถ้าน้ำสูงถึงระดับ 1 เมตร ก็จะแจ้งเตือนภัย และถ้าสูงถึง 1.40 เมตร จะแจ้งอพยพ


กกร.ตั้งกองทุนอุ้มเอสเอ็มอีถาวร


           ขณะเดียวกันคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้า และสมาคมธนาคารไทย ได้มีการประชุมวาระพิเศษที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนมีแนวคิดที่จะเสนอยืดเวลาการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี 2555 จาก 30% เหลือ 23% ออกไปอีก 1 ปี เพื่อนำเงินส่วนต่าง 7% มาตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งจะมีเม็ดเงินประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท มาปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำและยกเว้นกฎระเบียบการใช้สินทรัพย์ค้ำประกันลง เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงเงินกู้ได้ง่ายขึ้น เพื่อนำเงินไปฟื้นฟู

           ทั้งนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนหารือกับภาคเอกชนทุกฝ่าย เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นความเห็นเดียวกัน เพราะมาตรการนี้กระทบผลประโยชน์ของทุกบริษัท โดยที่ผ่านมาได้หารือกับหอการค้าญี่ปุ่น กรุงเทพฯ ก็ให้การสนับสนุนในเรื่องนี้ และยังได้หารือกับหอการค้าสหรัฐ หอการค้าอังกฤษ และประธานหอการค้าต่างประเทศในไทย ซึ่งทุกฝ่ายรับปากจะลงไปคุยกับสมาชิกที่เข้ามาลงทุนในไทยทั้งหมด รวมทั้งยังประสานงานให้ประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปรวบรวมความคิดเห็นของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ในไทยอย่าง เครือเอสซีจี และ กลุ่มปตท. ต่างให้การสนับสนุนในเรื่องนี้

               "คาดว่าภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ จะได้ข้อสรุป ถ้าทุกฝ่ายเห็นชอบก็จะเสนอแนวคิดนี้ให้รัฐบาลพิจารณา ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลจะเห็นด้วย เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้เสียอะไร แต่กลับได้เม็ดเงินก้อนใหญ่เข้ามาสนับสนุนในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ส่วนในปี 2556 ก็กลับมาเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% ตามมติคณะรัฐมนตรีเดิมที่ได้กำหนดไว้แล้ว" นายประมนต์กล่าว