'เสรี'ชี้ห้าแยกลาดพร้าวจมน้ำแน่
"ดร.เสรี" ระบุมวลน้ำทะลุห้าแยกลาดพร้าวแน่ ส่วนน้ำถนนเพชรเกษมใช้เวลา 2 - 3 วัน จะเข้าท่วมถึงพระราม 2 ศปภ.เผยวาง"บิ๊กแบ็ก"4พ.ย.เสร็จจะทำให้น้ำทะลักท่วมดอนเมืองรวมถึงกทม.ชั้นในน้อยลง รัฐบาล-ยิ่งลักษณ์ตั้งงบขาดดุล 2.38 ล้านล้านบาท เน้นเยียวยาฟื้นฟูหลังน้ำท
3พ.ย.2554 ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครว่า ทางด้านตะวันตกหลังจากน้ำผ่านถนนเพชรเกษมเชื่อว่าอีก 2 - 3 วัน น้ำจะเข้าท่วมถนนพระราม 2 ซึ่งจะกระทบการจราจรมากขึ้น สำหรับฝั่งตะวันออกหลังจากน้ำมาตามถนนวิภาวดีและถึงแยกรัชโยธิน แล้ว คาดว่าคืนวันที่ 3 พ.ย.นี้น้ำจะถึงห้าแยกลาดพร้าว หลังจากนั้นจะมุ่งหน้าไปที่ดินแดงต่อไป
ศปภ.เผยวาง"บิ๊กแบ็ก"4พ.ย.เสร็จ
เมื่อเวลา 21.10 น. นายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย แถลงว่า ความคืบหน้าในการแนวป้องกันน้ำเหนือในการวางบิ๊กแบ็ค หรือแนวกระสอบทรายยักษ์ในพื้นที่ตอนเหนือ ซึ่งการนัดหมายของภาระกิจดังกล่าวจะแล้วเสร็จในวันที่ 4 พ.ย. ซึ่งเชื่อว่าเมื่อการวางแนวเสร็จสิ้นแล้ว จะทำให้ปริมาณน้ำที่จะไหลงเข้าสู่พื้นที่ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน และลาดพร้าว ลดปริมาณลง ส่วนน้ำที่กั้นไว้ก็จะไหลเข้าลงสู่คลองเปรมประชากร และไหลงสู่อ่าวไทยในที่สุด
ส่วนการเร่งระบายในฝั่งตะวันออกนั้น ได้เกิดปัญหาน้ำเอ่อขึ้น และทำให้เกิดข้อสงสัยว่าน่าจะเกิดจากปัญหาของการเปิดประตูระบายน้ำในจุดใดจุดหนึ่ง โดยปัจจัยในเรื่องนี้มีปัจจัยในหลายเรื่อง ดังนั้นการจึงทำเป็นทำความเข้าใจกันต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่บางจุดได้มีการทำลายพนังกั้นบางแห่ง เพราะเกิดความเดือดร้อนที่ได้แบกเอาไว้เป็นเวลานาน ดังนั้นเรื่องนี้ทางแก้ไขปัญหาจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการพูดคุยและหารือร่วมกัน การทำงานในเรื่องนี้ศปภ.จะมอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่เกี่ยวข้องจะต้องลงไปดูแล รวมทั้งได้จะมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ไปพร้อมกับทีมที่จะเจรจาด้วยพร้อมกัน
"การเจราจาพูดคุยไม่ควรที่จะใช้อารมณ์ และใช้ความรุนแรงเข้าหากัน เพราะหากเรามีการใช้อารมณ์และใช้ความรุนแรง การเจรจาก็จะไม่เกิดผล " นายธงทอง กล่าว และว่า
วันที่ 3 พ.ย.นี้ทางกรุงเทพมหานครได้ทำการประกาศพื้นที่ประสบน้ำท่วม และพื้นที่ที่จะต้องมีการอพยพ เพิ่มเติม คือ เขตบางแค รวมทั้งยังได้แจ้งเพิ่มเติมในเขตจตุจักร บางบอน บางกอกน้อย และภาษีเจริญ เป็นพื้นที่ที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ส่วนพื้นที่น้ำท่วมที่ไหลงบ่าลงมาจากทางด้านเหนือ ในขณะนี้ได้เคลื่อนแนวลงมาถึงสี่แยกรัชโยธินแล้ว และแนวถนนวิภาวดีรังสิต ก็ถือว่ามีการเคลื่อนตัวที่คู่ขนาดกัน
สถานการณ์ที่เป็นห่วงและกังวลกันมาหลายวัน คือ น้ำประปา นั้น ล่าสุดการประปานครหลวงแจ้งว่าในพื้นที่คลองประปาที่จะมีการนำน้ำเข้าสู่ระบบการผลิตน้ำประปาที่โรงประปาบางเขนนั้น ในหลายวันที่ผ่านมาได้มีประชาชนได้เข้าไปทำลายพนังกั้นน้ำ ซึ่งล่าสุดได้มีการซ่อมแซมพนังที่ถูกทำลายไปแล้วหลายจุด ซึ่งทำให้การผลิตน้ำประปาเริ่มจะเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อีกคุณภาพของน้ำประปาก็อยู่ตามเกณฑ์มาตรฐานสากล
"อย่างไรก็ตามผม ของวิงวอนไปยังพี่น้องประช่าชนที่อาศัยอยู่ใกล้แนวคลองประปา กรุณาช่วยความยั้งคิดยั้งทำ ที่จะมารื้อแนวพนังกั้นน้ำของคลองประปา เพาะผลเสียที่จะเกิดขึ้นนั้นจะเกิดกับประชาชนส่วนใหญ่ และจะเกิดปัญหากับระบบผลิตของโรงผลิตน้ำประปา ดังนั้นเรื่องควรจะต้องมีความระมัดระวังและช่วยกันดูแลในการักษาประโยชน์ของส่วนรวมด้วย " นาย ธงกล่าว
รัฐบาล-ยิ่งลักษณ์ตั้งงบขาดดุล2.38 ล้านล้านฟื้นฟูน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เรียกประชุมส.ส.ในวันที่ 9 - 10 พ.ย. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 โดยมีสาระสำคัญคือเป็นการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลในวงเงิน 2.38 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น 2.326 ล้านล้านบาท และชดใช้เงินคงคลังจำนวน 53.9 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้การจัดสรรงบที่น่าสนใจได้แก่ งบกลางที่ได้ตั้งไว้จำนวน 4.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นปรับเพิ่มเงินค่าครองชีพ 1.28 หมื่นล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ 1.2 แสนล้านบาท และงบฉุกเฉิน 6.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่งบกระทรวงเกษตรฯ ตั้งไว้ 7.79 หมื่นล้านบาท ได้แบ่งเป็นงบสำนักงานปลัดกระทรวงฯจำนวน 2.91 พันล้านบาท ซึ่งเป็นแผนงานส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างบูณณาการถึง 1.36 พันล้านบาท ขณะที่กรมชลประทานได้ตั้งบไว้ที่ 4.32 พันล้านบาท ก็เป็นแผนงานส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดเช่นกัน
ส่วนงบของกระทรวงคมนาคมที่ตั้งไว้จำนวน 8.13 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนของกรมทางหลวงได้รับจัดสรร 4.69 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นแผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 4.39 หมื่นล้านบาท ขณะที่กรมทางหลวงชนบทได้รับจัดสรร 2.52 หมื่นล้านบาท โดยอยู่ในแผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ตั้งไว้ 2.46 หมื่นล้านบาท ทั้งกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ตั้งแผนงานจัดการทรัพยากรน้ำรวมทั้งสิ้น 7.8 พันล้านบาท



