
ผีสุดข่มแมวดำไม่แพ้คารัง43ปี
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด สุดคึกพกสถิติข่มรอเปิดบ้านฟัด "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ในศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์นี้ (5 พ.ย.) เพราะไม่เคยแพ้คาถิ่นของตัวเองนานถึง 43 ปี ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ขนทัพใหญ่เยือน "คิวพีอาร์" ควีนส์ปาร์ค ส่วน เชลซี ไร้เงา ดิดิเ
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายนนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 7 คู่ เริ่มจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมรองจ่าฝูง แข่ง 10 นัด มี 23 แต้ม เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 14 แข่ง 10 นัด มี 10 แต้ม ในเวลา 22.00 น.
เกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่นหมดสิทธิใช้งาน คริส สมอลลิง และ แอชลีย์ ยัง ที่ต้องนอนพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป แม้จะต้องรอเช็คสภาพความฟิตของ ไรอัน กิ๊กส์ และ ทอม เคลเวอร์ลีย์ แต่ยังคงสามารถส่งบรรดาแข้งหลักอย่าง เดวิด เดอ เกีย, เนมันยา วิดิช, ดาร์เรน เฟลทเชอร์, เวย์น รูนีย์ และ "ชิชาริโต" ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ลงเล่นเป็นตัวจริงได้ทั้งหมด แถมยังพกสถิติข่มทีมเยือนอีกด้วย เพราะไม่เคยพลาดท่าแพ้ "แมวดำ" คาถิ่นของตัวเองมานานแล้วถึง 43 ปีนั่นเอง นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ต้องเป็นฝ่ายแพ้คารัง 1-2 ในเกมดิวิชั่น 1 (เดิม) เมื่อปี 1968
ด้านทีมเยือนของ สตีฟ บรูซ ต้องรอเช็คสภาพความฟิตของ 2 นักเตะคนสำคัญในแผงแนวรับอย่าง ไซมอน มิกโนเลต และ จอห์น โอเชีย ที่ยังมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่ยังคงสามารถใช้งานแข้งหลักที่เหลืออยู่ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น คีแรน เวสต์วูด, เวส บราว์น, คีแรน ริชาร์ดสัน, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, สเตฟาน เซสเซกญอง และ นิคลาส เบนด์ทเนอร์
ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงที่ยังไร้พ่าย แข่ง 10 นัด มี 28 แต้ม ต้องยกพลบุกไปเยือน "คิวพีอาร์" ควีนส์ปาร์ค ทีมอันดับ 12 แข่ง 10 นัด มี 12 แต้ม ที่สนามลอฟตัส โรด ในเวลา 24.30 น. เกมนี้ "มันโช" โรแบร์โต มันชินี กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" มีสภาพทีมที่สมบูรณ์มาก แม้จะหมดสิทธิใช้งาน แวงซองต์ กอมปานี กองหลังกัปตันทีมคนเก่งที่ติดโทษแบน 1 นัดจากการถูกใบแดงในเกมเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน แต่บรรดาดาวดังยังคงพร้อมเปิดศึกลุ้นแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงกันเหมือนเดิม โดยเฉพาะ 3 ประสานในแนวรุกอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี, เอดิน เซโก และ "กุน" เซอร์จิโอ อเกโร
ทางฝั่งเจ้าถิ่นของ นีล วอร์น็อค ยังคงไร้เงาของ คีแรน ดายเออร์, แมทธิว คอนเนลลี และ ดีเจ แคมป์เบลล์ ที่ต้องนอนพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป แต่บรรดาแข้งหลักอย่าง พาทริค เคนนี, แอสตัน เฟอร์ดินานด์, โจอี บาร์ตัน, อเดล ทารับต์ และ ไฮดาร์ เฮลกูสัน พร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม
ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 4 แข่ง 10 นัด มี 19 แต้ม หมดสิทธิใช้งาน ดิดิเยร์ ดรอกบา กองหน้าตัวเก่งที่ติดโทษแบนเป็นนัดที่ 2 จากทั้งหมด 3 เกม แต่ยังคงพร้อมส่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ยืนล่าตาข่ายเป็นหัวหอกตัวเป้าในเกมที่บุกไปเยือนสนามอีวูด ปาร์ค ดวลแข้งกับ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น ทีมอันดับ 18 แข่ง 10 นัด 6 แต้ม เวลา 22.00 น.
ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 7 แข่ง 10 นัด มี 16 แต้ม พร้อมส่ง "อาร์พีวี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ดาวยิงสูงสุดของศึกพรีเมียร์ลีกด้วยจำนวน 10 ประตู ยืนล่าตาข่ายเป็นตัวจริงในเกมที่เตรียมเปิดสนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "เดอะแบกกีส์" เวสต์บรอมวิช ทีมอันดับ 13 แข่ง 10 นัด มี 11 แต้ม เวลา 22.00 น. เพื่อหวังลุ้นเก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันนั่นเอง
ปิดท้ายด้วย "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 6 แข่ง 10 นัด มี 18 แต้ม หมดสิทธิใช้งาน 2 แข้งหลักอย่าง เจมี คาร์ราเกอร์ และ "สตีวี จี" สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่ต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ แต่ยังคงพร้อมส่งดาวดังอย่าง โฆเซ เรนา, มาร์ติน สเคอร์เทล, ชาร์ลี อดัม, สจ๊วร์ต ดาวนิง และ หลุยส์ ซัวเรซ ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมที่เตรียมเปิดถิ่นแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ "หงส์ขาว" สวอนซี ทีมอันดับ 10 แข่ง 10 นัด มี 12 แต้ม เวลา 22.00 น.
ส่วนโปรแกรมคู่อื่น นิวคาสเซิล (3) พบ เอฟเวอร์ตัน (16) เวลา 19.45 น. แอสตัน วิลล่า (9) พบ นอริช (8) เวลา 22.00 น.



