ข่าว

เซอร์ชม'รูนีย์'นำทีมเฮชปล.

เซอร์ชม'รูนีย์'นำทีมเฮชปล.

03 พ.ย. 2554

"เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ชมเปาะ เวย์น รูนีย์ โชว์ฟอร์มสุดเจ๋ง ในเกมที่ถูกจับไปเล่นกองกลาง ก่อนนำทีมพิชิต กาลาติ 2-0 ด้าน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด พกสถิติข่มอื้อ ในเกมเปิดบ้านฟัด "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ทำศึกพรีเมียร์ลีก ในวันเสาร์ที่ 5 พ.ย. ด้วยสถิ

          ศึกลูกหนังยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันที่ 2 พ.ย. เป็นการเล่นรอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 4 โดยกลุ่ม ซี "ผีแดง" แมนฯยูไนเต็ด กลับมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นนัดแรกนับตั้งแต่พ่ายเละต่อเพื่อนร่วมเมือง แมนฯซิตี้ 1-6 รับการมาเยือนของ โอเตลุล กาลาติ จากโรมาเนีย เกมนี้ "เฟอร์กี้" อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ปรับหมากอีกครั้ง โดยจับ เวย์น รูนีย์ ลงมาเล่นเป็นกองกลาง แล้วให้ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ยืนหัวหอกคู่กับ ไมเคิล โอเว่น ก่อนที่จะเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำจาก อันโตนิโอ วาเลนเซีย นาที 8 และประตูตอกย้ำชัยชนะจาก เวย์น รูนีย์ ยิงไกลจากระยะ 30 หลา บอลพุ่งแฉลบ คริสเตียน ชาร์กี กองหลังโอเตลุลเข้าไปตุงตาข่าย จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าชัยไปด้วยสกอร์ 2-0

          หลังเกม เฟอร์กี้ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องจัดทีมลงสนามเช่นนี้เพราะปัญหาในแดนกลาง ที่ทั้ง ไมเคิล คาร์ริค, ดาร์เรน เฟลทเชอร์ รวมไปถึง ทอม เคลเวอร์รีย์ ต่างมีอาการบาดเจ็บ ซึ่งก็ต้องชม เวย์น รูนีย์ ที่ทำหน้าที่ใหม่นี้ได้ดี ทำให้ทีมมีทางเลือกใหม่เพิ่มขึ้นอีก

          ส่วนอีกคู่ในกลุ่มนี้ เบนฟิกา จากโปรตุเกส เสมอกับ บาเซิล จากสวิตเซอร์แลนด์ 1-1 ทำให้ในสายนี้ แมนฯยูไนเต็ด แซงขึ้นมาเป็นผู้นำ มี 8 แต้มเท่ากับเบนฟิกา ขณะที่บาเซิลมี 5 แต้ม ส่วนโอเตลุลไม่มีแต้ม

          สาย เอ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ งัดฟอร์มสด บุกถล่ม บียาร์รีล ของสเปน 3-0 ส่วนอีกคู่ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ของเยอรมนี เปิดบ้านเฉือน นาโปลี ของอิตาลี 3-2 สายนี้ บาเยิร์น มิวนิค มี 10 แต้ม ตามด้วย แมนฯซิตี้ 7 แต้ม นาโปลี 5 แต้ม ส่วนบียาร์รีลยังไม่มีแต้ม

          สาย ดี "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ทีมดังของสเปน บุกพิชิต "โอแอล" ลียง ของฝรั่งเศส 2-0 ส่วนอีกคู่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ของฮอลแลนด์ ถล่ม ดินาโม ซาเกรบ ของโครเอเชีย 4-0 ทำให้สายนี้ รีล มาดริด มี 12 แต้มเต็ม กลายเป็นทีมที่ 3 ต่อจาก บาร์เซโลนา และเอซี มิลาน ที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วน อาแจ็กซ์ มี 7 แต้ม ลียง มี 4 แต้ม และดินาโม ซาเกรบ ยังไม่มีแต้ม

          สาย บี "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี ชนะ ลีลล์ จากฝรั่งเศส 2-1 ส่วนอีกคู่ แทรปซอนสปอร์ จากตุรกี เสมอ ซีเอสเคเอ มอสโก ของรัสเซีย 0-0 ทำให้สายนี้ อินเตอร์ มี 9 แต้ม ตามด้วย ซีเอสเคเอ กับ แทรปซอนสปอร์ มี 5 แต้มเท่ากัน และลีลล์ มี 2 แต้ม

          ด้าน ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายนนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 7 คู่ เริ่มจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมรองจ่าฝูง แข่ง 10 นัด มี 23 แต้ม เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 14 แข่ง 10 นัด มี 10 แต้ม ในเวลา 22.00 น.

          เกมนี้เจ้าถิ่นหมดสิทธิใช้งาน คริส สมอลลิง และ แอชลีย์ ยัง ที่ต้องนอนพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป แม้จะต้องรอเช็คสภาพความฟิตของ ไรอัน กิ๊กส์ และ ทอม เคลเวอร์ลีย์ แต่ยังคงสามารถส่งบรรดาแข้งหลักอย่าง เดวิด เดอ เกีย, เนมันยา วิดิช, ดาร์เรน เฟลทเชอร์, เวย์น รูนีย์ และ "ชิชาริโต" ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ลงเล่นเป็นตัวจริงได้ทั้งหมด แถมยังพกสถิติข่มทีมเยือนอีกด้วย เพราะไม่เคยพลาดท่าแพ้ "แมวดำ" คาถิ่นของตัวเองมานานแล้วถึง 43 ปีนั่นเอง นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ต้องเป็นฝ่ายแพ้คารัง 1-2 ในเกมดิวิชั่น 1 (เดิม) เมื่อปี 1968 

          ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงที่ยังไร้พ่าย แข่ง 10 นัด มี 28 แต้ม ต้องยกพลบุกไปเยือน "คิวพีอาร์" ควีนส์ปาร์ค ทีมอันดับ 12 แข่ง 10 นัด มี 12 แต้ม ที่สนามลอฟตัส โรด ในเวลา 24.30 น. เกมนี้ "มันโช" โรแบร์โต มันชินี กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" มีสภาพทีมที่สมบูรณ์มาก แม้จะหมดสิทธิใช้งาน แวงซองต์ กอมปานี กองหลังกัปตันทีมคนเก่งที่ติดโทษแบน 1 นัดจากการถูกใบแดงในเกมเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน แต่บรรดาดาวดังยังคงพร้อมเปิดศึกลุ้นแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงกันเหมือนเดิม โดยเฉพาะ 3 ประสานในแนวรุกอย่าง มาริโอ บาโลเตลลี, เอดิน เซโก และ "กุน" เซอร์จิโอ อเกโร           

          สำหรับโปรแกรมคู่อื่น นิวคาสเซิล (3) พบ เอฟเวอร์ตัน (16) เวลา 19.45 น. ส่วนคู่อื่นลงเตะเวลา 22.00 น. แอสตัน วิลล่า (9) พบ นอริช (8), แบล็คเบิร์น (18) พบ เชลซี (4), อาร์เซนอล (7) พบ เวสต์บรอมวิช (13), ลิเวอร์พูล (6) พบ สวอนซี (10)