ข่าว

'ปู'ทำเป็นขู่ม็อบทำลายคันกั้นน้ำ

'ปู'ทำเป็นขู่ม็อบทำลายคันกั้นน้ำ

03 พ.ย. 2554

"ยิ่งลักษณ์" วอนอย่าพังคันกั้นน้ำ ขู่งัดกม.หนักจัดการพวกพัง ชี้แก้ปัญหาน้ำเมืองกรุง ต้องสัมพันธ์ 3 จุด ให้พม.ช่วยกทม.ตั้งศูนย์ทำครัว ย้ำ ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยประชาชน “ธีระ”ลั่นทำทุกทางกันน้ำไหลเข้าเพิ่มคลองมหาสวัสดิ์ป้องกทม.ตะวันตก สายไหมทั้งเขตน้ำยังท่วมสูง

         3พ.ย.2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์พนังกั้นน้ำคลองประปาหลายจุดพังพร้อมๆ กันว่า เราต้องช่วยประชาสัมพันธ์กันมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันจะต้องมีการพิจารณามาตรการขั้นเด็ดขาดในการเฝ้าระวังรักษาคั้นกันน้ำ จึงได้มีการย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่ประสบอุทกภัยทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน รวมถึงต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนที่จะช่วยกัน เพราะถ้าเราใช้วิธีดึงคันกั้นน้ำแล้ว จะทำให้น้ำทะลักแรงขึ้น แต่ถ้าเรารักษาไว้ปล่อยให้น้ำไหลไปตามระบบ จะทำให้การทำงานเป็นไปได้ง่ายขึ้น ถึงแม้เวลาจะช้า แต่จะมีความปลอดภัย ความเสียหายก็จะลดลง

          "กราบขอความกรุณาพี่น้องประชาชน ดิฉันเองก็มีความเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมขัง แต่การรื้อพังคั้นกันน้ำไม่ได้ทำให้น้ำลดลงไป แต่กลับทำให้น้ำแพร่ขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น และรัฐบาลเองทั้งแผนในส่วนของการฟื้นฟู และเยียวยาประชาชน ที่มีผลกระทบทั้งในส่วนของบ้านเรือน และไร่นา โดยมาตาการต่างๆ เราจะเร่งประกาศให้พี่น้องประชาชน และในเบื้องต้นเราได้มีการประกาศไปแล้ว ขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า ขอให้กำลังใจ และขอความร่วมมือในการทำงานร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว


          เมื่อถามว่า จะใช้กฎหมายพิเศษเข้าไปดูแลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราจะพิจารณาดู ซึ่งตามหลักในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดมีอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว ตามพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 31 ที่จะดูในเขตพื้นที่เฝ้าระวัง หรือพื้นที่ห่วงห้าม และคงจะย้ำในมาตรการต่างๆ ในการรักษาคันคลองให้ดี เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ต้องเจอศึก 2 ด้าน ทั้งเรื่องน้ำ และเรื่องคน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องกราบเรียนว่า หนักใจคะ เพราะเป็นความทุกข์ใจที่ต้องเห็นพี่น้องประชาชนลำบาก แต่กราบเรียนว่า ครั้งนี้เป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงจริงๆ แล้วการทำงานต้องประสานงานกันเป็นอย่างมากกับคนหมู่มาก จึงมีความเครียด ทั้งเรื่องอารมณ์ต่างๆ ก็ขอกราบเรียนว่า ดิฉันเองทำงานเต็มที่คะ และจะขอให้ความมั่นใจพี่น้องประชาชนว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างเต็มที่ ซึ่งนี้คือสิ่งสำคัญทำให้พี่น้องประชาชนมีความไว้วางใจที่ดีขึ้น


          เมื่อถามว่าท้องถิ่นควรจะมีบทบาทมากกว่านี้หรือไม่ ในการช่วยเหลือประชาชน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราได้ขออยู่แล้ว แต่เนื่องจากกลไกท้องถิ่นอาจจะอยู่ใกล้กับพี่น้องประชาชน จึงเป็นความลำบากในการทำงาน และขอย้ำทุกท่านที่อยู่ในหน้าที่ในส่วนของท้องถิ่นต้องสู้ และร่วมมือกับรัฐบาล และดิฉันเองอยากเห็นการทำงานที่มีการคุยกันด้วยความเข้าใจมากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย แต่บางครั้งเมื่อถึงเวลาจำเป็น เราก็ขอความกรุณาพี่น้องประชาชนให้เห็นใจในภาพรวมด้วย เมื่อถามย้ำว่า วันนี้เลยจุดในการทำความเข้าใจแล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วในบางพื้นที่พี่น้องประชาชนมีความเข้าใจ ต้องกราบเรียนว่า ให้ไปดูในข้อเท็จจริง อย่างเช่นบางประตูเราเองก็ลงไป และเมื่อคืนวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนก็ได้โทรศัพท์อย่างใกล้ชิดที่หน้างานในขณะที่เขาไปเจรจา มีหลายปัญหา ทั้งในส่วนของการหาตัวเจ้าหน้าที่ไม่เจอบ้าง หรือมวลชนมาชุมนุม ที่สำคัญต้องมีความพร้อมในการเข้าไปกับประชาชน และเชื่อว่า เมื่อชี้แจงแล้ว เราก็ขอความกรุณาจากพี่น้องประชาชนแล้ว

          ส่วนการประเมินสถานการณ์น้ำที่มาจากทางเหนือของกรุงเทพฯ จะขยายวงกว้างไปถึงจุดไหน นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในส่วนของน้ำทางเหนือน่าจะลงมาน้อยลง เพราะว่าเราเองก็มีการหน่วงน้ำไว้ วันนี้ก็จะมีการติดตามในจุดประตูระบายน้ำต่างๆ ที่เราได้มีการสั่งการ และจะมีประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำทั้งหมด เพื่อที่จะเป็นเอกภาพในการตัดสินใจในการทำงาน เราจะติดตามตรงนี้ในส่วนของบิ๊กแบ็คที่กั้นไว้ที่โรโคโรดรังสิตได้มีการสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่าน จะแล้วเสร็จในวันที่ 4 พ.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการชะลอน้ำที่จะเข้ามาในดอนเมือง และสายไหม ส่วนที่น้ำขยายวงกว้าง ก็เพราะน้ำทะเลยังสูงกว่าแนวคันกั้นน้ำ และในฝั่งตะวันตกนตก ยังมีรอยแตกของคันกั้นน้ำอยู่เยอะ ที่ผ่านมาไม่ได้มีใครสำรวจหน้างาน และพบรอยแตกที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา จะซ่อมเสร็จในวันที่ 13 พ.ย.นี้ ขออธิบายทีละฝั่งว่า ฝั่งตะวันออกต้องแก้ 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือตรงประตูระบายน้ำตั้งแต่คลองสามวา ยาวไปถึงคลองหกวาสายล่าง และกั้นโดยบิ๊กแบ็ค ตลอดจนการระบายน้ำอย่างเต็มที่ของศูนย์ระบายน้ำของกทม.ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องทำงานสัมพันธ์กัน


          สำหรับฝั่งตะวันตก ปัญหาที่พบคือมีรอยแตกของฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด 10 กว่าจุด ซึ่งจะต้องแก้ไขให้เสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 13 พ.ย. และยังพบว่าบางคลองยังไม่มีการทำแนวกั้นน้ำ ทั้งนี้ฝั่งตะวันตกเป็นคลองที่อยู่ในแนวขวาง ดังนั้นการระบายจึงยากมาก บางพื้นที่แคบ จึงทำให้ฝั่งตะวันตกมีการระบายค่อนข้างยาก อาจต้องค่อย ๆรอระดับน้ำทะเลที่ลดต่ำกว่าคันกั้นน้ำจึงจะสูบระบายน้ำได้


          ส่วนการที่ประชาชนออกมาโวยว่าการช่วยเหลือจากรัฐบาลล่าช้านั้น นายกฯ กล่าวว่า ในพื้นที่ของกทม.จะอยู่ภายใต้การดูแลของกทม. แต่รัฐบาลก็ถือว่ามีหน้าที่ในการดูแลประชาชนทุกคน จึงได้เข้าไปสำรวจเพิ่มเติมและได้สั่งการให้กระทรวงพัฒนาสังคมได้เข้าไปตั้ง ศูนย์ทำครัวให้กับประชาชนโดยดึงผู้ว่าฯในจังหวัดที่น้ำไม่ท่วมมาร่วมในศูนย์ ครัวเพื่อลำเลียงให้ประชาชนด้วย ทุกวันนี้รัฐบาลทำอยู่ไม่ได้หยุด และจะทำเพิ่มขึ้นอีกและจะเริ่มนำเรือมาแจกจ่ายประชาชนให้มากขึ้น และให้กระทรวงทรัพยากรมาดูแลเกี่ยวกับการเยียวยาบำบัดน้ำเสียด้วย


          เมื่อถามว่าจะมีการกำชับส.ส.ให้ลงพื้นที่ด้วยหรือไม่เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระ นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ย้ำส.ส.ทุกคนแล้วว่าให้ลงไปช่วยเหลือและดูแลประชาชนซึ่งก็มีส.ส.หลายคนลงไปทำงานแล้ว


          เมื่อถามว่าหากน้ำท่วมมมาถึงศปภ. รัฐบาลจะมีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในศปภ. ความจริงแล้วมีทางเชื่อมลงได้ ซึ่งคงต้องรอดูผลจากการกั้นบิ๊กแบ็คก่อน ส่วนการกู้ที่ดอนเมืองนั้นก็มีฝ่ายกองทัพกำลังดำเนินการกู้อยู่ ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่คิดที่จะย้ายศปภ.ไปที่อื่นอีก ตอนนี้ขอดูก่อน แต่ใจยังไม่อยากย้าย ยังอยากจะขอสู้ต่อไปอีก เพราะเราเองก็ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ก็จะขอรอดูผลก่อน และขณะนี้ยังไม่ได้สถานที่ใหม่ไว้ เพราะรัฐบาลไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก็ทำงานได้ และเชื่อมั่นว่าเดี๋ยวสถานการณ์ต่างๆ ก็จะคลี่คลาย ขอให้ทุกคนอดทน และปฏิบัติตามที่ได้ประชุมร่วมกันไว้


          เมื่อถามถึงข้อเสนอให้รัฐบาลทำฟลัดเวย์ ตามแนวทางพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลจะน้อมนำกระแสรับสั่งในเรื่องของฟลัดเวย์ และจะนำเรื่องนี้ไปให้คณะกรรมการที่จะพิจารณาเรื่องการฟื้นฟูระบบน้ำอย่างถาวร แต่เบื้องต้นจะเร่งดูการบูรณะถนนหนทางต่างๆให้ใช้ได้โดยเร็ว


“ธีระ”ลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาพร้อมสูบน้ำกทม.ตะวันตก


          นายธีระ  วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แนวทางในการระบายน้ำท่วมขังในฝั่งตะวันตกที่ได้รับผิดชอบโดยเฉพาะคลองมหาสวัสดิ์นั้น จะดำเนินการทุกวิถีทางไม่ให้มีน้ำเข้ามาเติมในคลองดังกล่าวที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน คือ การตัดน้ำออกเพื่อไม่ให้มาเติมคลองมหาสวัสดิ์พร้อมกับหรี่การเปิดประตูเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพื่อลดระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีน ดังนั้นน้ำที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ตะวันตกต้องเร่งระบายออก โดยการเร่งติดตั้งเครื่องสูบปลายแม่น้ำท่าจีนที่ออกสู่ทะเล เพื่อเร่งความเร็วการไหลของน้ำในช่วงกลางแม่น้ำให้ออกสู่ทะเลโดยเร็ว เนื่องจากลักษณะภูมิศาสตร์ของแม่น้ำท่าจีนมีลักษณะคดเคี้ยว

          “จากการคำนวณความจำเป็นของเครื่องสูบน้ำต่อการระบายน้ำมีความต้องการเครื่องสูบน้ำอีกจำนวน1,200 เครื่องนั้น แต่อาจมีความต้องการน้อยกว่านี้ หากแนวทางในการระบายน้ำที่ผ่านมาดำเนินการและได้ผลดี ก็ไม่จำเป็นต้องสั่งซื้อเครื่องสูบน้ำเพิ่ม”นายธีระ กล่าว


          เป็นเรื่องที่ดีที่ทางกองทัพอากาศได้นำกระสอบทรายยักษ์หรือบิ๊กแบ๊ก มาวางกั้นน้ำเหนือสนามบิน ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการกั้นน้ำไม่ให้ลงมาสู่ดอนเมืองมากยิ่งขึ้น เนื่องจากน้ำในคลองรังสิตยังคงสูงอยู่  แต่ในวันนี้ได้ลดระดับลงประมาณ 10 ซม. ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และเชื่อว่าน้ำเหนือจะไม่ไหลบ่าลงมาสมทบ เนื่องจากไม่ได้มีการปล่อยน้ำจากเขื่อนป่าสักเพิ่ม ขณะเดียวกันได้ปิดคลองข้าวเม่า และคลองสาคู ที่อยู่ทางเหนือคลองระพีพัฒน์ ดังนั้นจึงมีเพียงน้ำตกค้างอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ทั้งรังสิตเหนือ และรังสิตใต้ จนถึงคลองหกวา เหลือเพียงการระบายน้ำข้างในออกเท่านั้น

 

สายไหมทั้งเขตน้ำยังท่วมสูงรถเล็กผ่านไม่ได้



          รายงานข่าวน้ำที่ท่วมขังในเขตพื้นที่ สน.สามไหม (เส้นทางที่รถเล็กผ่านไม่ได้) ชุมชนแอนแน็กซ์ ซอยพหลโยธิน 58 น้ำสูง 170-180 ซม. , กม.26 ซอยพหลโยธิน 56 น้ำสูง 120-135 ซม. , กม. 25 ซอยพหลโยธิน 54/1น้ำสูง120-135 ซม. , ถนนเลียบคลองสอง น้ำสูง 80-110 ซม. , ถนนจันทรุเบกษา น้ำสูง 90-110 ซม. , ถนนพหลโยธิน เข้า-ออก น้ำสูง 100-110 ซม. , ชุมชนดวงมณีและ ชุมชนวัดลุ่ม น้ำสูง 90-100 ซม. , แฟลตตำรวจ น้ำสูง 100-120 ซม. , ซอยสามไหม 6 น้ำสูง 70-80 ซม. , บริเวณหน้าสน.สายไหม น้ำสูง 60-80 ซม. ,ซอยสายไหม43 น้ำสูง 70-80 ซม. , (เส้นที่รถยังพอผ่านได้) หัวถนนสายไหมถึงซอยสายไหม 6 น้ำสูง 40-50ซม. ,ถนนสุขาภิบาล 5 น้ำสูง 40-50 ซม. , ถนนเพิ่มสิน น้ำสูง 50-65 ซม. , ถนนวัชรพล สามแยก-ไทยรัฐ น้ำสูง 50-65 ซม. , แยกวงศกร น้ำสูง 40-50 ซม.


นวมินทร์แยกกม.8น้ำสูง50ซม.รถเล็กผ่านไม่ได้



          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับบริเวณถนนนวมินทร์ ช่วงแยก กม.8 มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 50 ซม. รถเล็กผ่านไม่ได้แล้ว ผ่านได้แต่รถใหญ่

สมุทรสาครประกาศอ้อมน้อยเขตอพยพ



          จากการติดตามแนวทางการแก้ไขและป้องกันปัญหาน้ำตามแนวทางป้องเหตุอุทกภัย จ.สมุทรสาคร 3 อำเภอ ที่นโยบายป้องกันภัย ฝากฝังไว้กับองค์กรส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นหลักปรากฏว่า หลังมวลน้ำจากอำเภอนครชัยศรี และสามพราน จ.นครปฐม ไล่แผ่ลามประชิดเข้าพื้นที่สมุทรสาคร ด้าน ต.กระทุ่มล้ม อ.กระทุ่มแบน ทำให้ปริมาณน้ำดันทะลักคูคอลง และผุดตามท่อระบายน้ำเขต เทศบาลนครอ้อมน้อย ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายและประกาศให้ระวัง อันเนื่องจากเป็นจุดต่ำสุดของสมุทรสาคร กระทั่งมวลน้ำเข้าท่วมยึด หมู่บ้านสินสมบูรณ์ ม.10 ต.อ้อมน้อย ไปสำเร็จ (ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ช่วงค่ำคืน)

          ส่งผลให้เจ้าหน้าที่นครอ้อมน้อยเอาไม่อยู่แม้ ผวจ.สั่งศูนย์ป้องกันสาธารณะภัยสมุทรสาคร (ปภ.) ระดมเครื่องสูบน้ำเข้าเสริมช่วยเร่งระบาย ออกคลองภาษีเจริญ กว่า 10 เครื่อง ซึ่งยังไม่สามารถกอบกูสถานการณ์ท่วมเอ่อล้น ถนนหนทาง และบ้านเรือนซึ่งส่วนใหญ่ เป็นบ้านหลังและอาคารตึกแถวพานิช ซึ่งขณะยังน้ำสูงกว่า 1 เมตร หรือสะโพก ส่วนด้านในทีพักลักษณะบ้านจัดสรรยังคงต้านไว้ได้ด้วยกำแพงแนวกระสอบทราย สามารถยันระดับน้ำที่ปิ่มแนวถนนโครงการ เพื่อรักษาตัวบ้านซึ่งได้แค่ส่วนหนึ่ง ขณะที่ความเสียหายประชาชน เบื้องต้นต้องอพยพยังพื้นที ศูนย์โรงเรียนวัดศรีสำราญราษฎร์บำรุง และพื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหลังเก่า ถนนเพชรเกษม ของเทศบาลอ้อมน้อย ทันทีกว่า 700 ราย ซึ่งขณะนี้พบยังมีทยอยลี้ภัยน้ำท่วมกันต่อเนื่องโดยเรือท้องแบน สลับผู้สมัครใจปักหลัก    

          ล่าสุดนายจุลภัทร แสงจันทร์ ผวจ.หลังหารือนายสมศักดิ์ ขวัญเมือง นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย จึงประการให้ ต.อ้อมน้อย เขตพื้นที่อพยพ กันไว้โดยสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว โดยมีการทยอยจัดนำมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แก้ขัดแก่ครอบครัวที่เดือดร้อนทรัพย์สินเสียหายหนักจริงๆ "ทั้งนี้ ส่วนสถานการณ์หมู่บ้านสินสมบูรณ์ ปัจจุบันคาดน่าจะปล่อยไปตามสภาพก่อน เนื่องจากปริมาณน้ำที่บุกท่วมที่ดังกล่าวแล้ว ยังไหลลื่นเอ่อล้นไปตามถนน อาทิ พุทธมณฑล (ตัดใหม่) เชื่อมต่อพุทธมณฑลสาย 5 และไหลเข้าพื้นที่เทศบาลนครอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทาง สภ.กระทุ่มแบน สั่งการจัดเจ้าหน้าที่ออกอำนวยความสะดวกยวดยานยนต์ และผู้สัญจรตลอดทั้งคืน นอกจากนี้ยังมีถนนซอยบางแห่งใกล้เคียงเริ่มมีน้ำเอ่อล้นบ้างแล้งในจุดพื้นที่ต่ำ ตามถนนเพชรเกษม ระหว่าง กทม.และนครปฐม แต่ยังพอสัญจรเคลื่อนตัวได้   

          ด้านนางสาวอรนุช สรรพศรี หัวหน้าฝ่ายการปกครอง เทศบาลเมืองกระทุ่มแบน อ.กระทุ่มแบน ฐานะเขตติดต่อฯ ตัวแทนนายนิวัฒน์ ขวัญบุญ นายกเทศมนตรีเมืองกระทุ่มแบน รายงานว่า พื้นที่ยังปกติแต่อย่างไรก็ตามว่า ได้เข้าเบิกเรือท้องแบน จำนวน 4 ลำ จาก ปภ.สมุทรสาคร พื้นเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำทะลัก โดยมีเฝ้าระวังจังตาระดับน้ำน้ำท่าจีน และเฝ้าระวังสูบน้ำจุดต่างๆ ขณะที่คลองภาษีเจริญ เป็นเป้าหมายไล่น้ำเช่นกันซึ่งเห็นว่าแม้นครอ้อมน้อย ระดมเครื่องสูบน้ำไล่น้ำท่วมเต็มเหนี่ยวซึ่งไร้แนวป้องกัน นอกจากกระสอบทรายโดยท่าทีรับมือไม่ไหว   

          ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม (ที่ลุ่มต่ำ) ไล่ผันน้ำลงแม่น้ำท่าจีน โดยอาศัยคลองภาษีเจริญ ทางผ่าน สภาพแทบไร้ผล ทั้งนี้ ปภ.สมุทรสาคร ชี้แจงว่า น่าจะมีอุปสรรค์ปัญหาความราดชันและลาดเอียง อย่างไรก็ตามจำนวนช่องทางระบายช่วยท่วม ราว 4-5 เส้นทาง นอกจากภาษีเจริญ อาทิ 1.คลองแนว 2.ราษฎร์นิยม 3.คลองศรีสำราญ และ 4.คลองอ้อมน้อย ทั้งนี้ แนวทางช่วยเหลือลดปริมาณน้ำเท่าที่ประเมินยังไม่คล่องตัวนัก อย่างไรก็ตามจะได้แก้ปัญหาน้ำตีกลับ ไม่ตามเป้าหมายเร่งด่วนต่อไป    

          สำหรับเขตอันตรายน่าจะไม่รอดต่อไป อาทิ ย่านชุมชนอ้อมน้อย ที่ติดชิดกับ ถนนพุทธมณฑลสาย 4.และชุมชนใกล้หมู่บ้านสิวรัตน์ ฝั่งตรงข้ามถนน ซึ่งใกล้ถนนไม่น่าจะสูงนัก แต่หากลึกเข้าไปไม่น่าต่ำกว่า 1 เมตร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ปภ.กำลังเร่งหาวิธีช่วยปัญหาเขตเทศบาล้ออมน้อย รับมือระบาย ขณะที่บรรยากาศหมู่บ้านสินสมบูรณ์ ล่าสุดว่า ตอนผู้คนภายในอพยพไปหาที่พักพิงปลอดภัยกันจนหมดหมู่บ้านแล้ว