ข่าว

ผบ.ทอ.สั่งป้อง'บินไทยคู่ฟ้า'จมน้ำ

ผบ.ทอ.สั่งป้อง'บินไทยคู่ฟ้า'จมน้ำ

03 พ.ย. 2554

'เครื่องบินไทยคู่ฟ้า' จมน้ำ ผบ.ทอ.สั่งช่างทหารปกป้อง : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน

          ถือเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พร้อมคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพอากาศ ได้พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของกองทัพอากาศ หลังจากน้ำเหนือปริมาณมหาศาลทะลักเข้าท่วมทุกตารางนิ้วของกองทัพอากาศ โดยเฉพาะ "ตึกแปดแฉก” ที่เคยเป็นฐานบัญชาการของกองทัพอกาศ ซึ่งถูกน้ำท่วมสูงล้อมรอบในระดับไม่ต่ำกว่า 1 เมตร
   
          เมื่อฐานบัญชาการใหญ่ถูกทัพน้ำตีแตกกระเจิง กองทัพอากาศจึงต้องย้ายฐานบัญชาการมาอยู่ที่หอประชุมกองทัพอากาศ 80 ปี ขณะที่ยุทโธปกรณ์ต่างๆ รวมถึงบ้านพักรับรอง และบ้านพักของข้าราชการก็จมน้ำเต็มพื้นที่ 100%
   
          ส่วนบริเวณท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน.6) น้ำก็ท่วมเข้าเต็มพื้นที่ ไม่ต่างจากสนามบินดอนเมือง โดยมวลน้ำปกคลุมพื้นที่ บน.6 ตั้งแต่ฝูงบิน 601, 602, 603 และ 604 เต็มพื้นที่ 100% เช่นกัน โดยระดับน้ำสูงในระดับเดียวกับรันเวย์ของสนามบินดอนเมือง
   
          อย่างไรก็ตาม สำหรับ "อากาศยาน" ของกองทัพอากาศที่ พล.อ.อ.อิทธพร มีคำสั่งให้เคลื่อนย้ายหนีน้ำตามกองบินต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ยังมีอากาศยานที่จอด "รอซ่อม" บางลำที่ไม่สามารถขึ้นทำการบินได้ และต้องจอดรอไว้ โดยมีระดับน้ำสูงแตะท้องเครื่องบินแล้ว
   
          ทั้งนี้ อากาศยานที่จอดแช่น้ำใน บน.6 ได้แก่ 1.เครื่องบินลำเลียงซี 130 จำนวน 2 ลำ 2.เครื่องบินแอฟโร จำนวน 2 ลำ 3.เครื่องบินจี 222 ปลดประจำการไปแล้ว และจอดทิ้งไว้อยู่บริเวณฝูงบิน 603 จำนวน 1 ลำ และเครื่องบินฝึกอีก 2 ลำ
   
          ที่สำคัญยังมีเครื่องบินรุ่น “แอร์บัส เอ 319” หรือเครื่องบิน “ไทยคู่ฟ้า” ซึ่งถูกเรียกขานกันว่าเป็นเครื่องบิน "แอร์ฟอร์ซวัน" ของเมืองไทย ที่จัดซื้อในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ​ ชินวัตร ก็จอดรอซ่อม และแช่น้ำอยู่ในบริเวณใกล้ๆ กัน
   
          สาเหตุที่เครื่องบินไทยคู่ฟ้าไม่สามารถขึ้นบินได้ เนื่องจากระหว่างการเคลื่อนย้ายเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เครื่องบินเกิด "ขัดข้อง" กะทันหัน ทำให้เครื่องบินไทยคู่ฟ้าต้องจอดรอซ่อมที่ฝูงบิน 603
   
          พล.อ.อ.อิทธพรสั่งการให้เตรียมการป้องกันตาม “แผนเผชิญเหตุ” โดยให้กรมช่างทหารอากาศดำเนินการตามกรรมวิธีในการดูแลรักษาเครื่องบินลำดังกล่าว
   
          “แอร์บัส เอ 319 เกิดปัญหาระหว่างมีการเคลื่อนย้ายไปประจำไว้ที่กองบิน 401 จ.เชียงใหม่ โดยระหว่างที่ทำการเคลื่อนย้ายพบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเกิดขัดข้องทางเครื่องยนต์ จึงจำเป็นต้องจอดไว้เพื่อรอการซ่อม หากนำขึ้นไปก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งการดำเนินดังกล่าวถือว่าเป็นไปตามขั้นตอนของทางการบิน ที่มีข้อกำหนดไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้กองทัพอากาศมีการดำเนินการดูแลรักษาเครื่องบินลำดังกล่าวไว้เป็นอย่างดี” นักบินกองทัพอากาศ เผยถึงสาเหตุที่ต้องจอดเครื่องทิ้งไว้
   
          นักบินทัพอากาศคนเดิม อธิบายว่า การดูแลรักษาเครื่องบินแอร์บัส เอ 319 เป็นตามคู่มือทุกอย่าง เบื้องต้นได้ยกเครื่องบินให้พ้นจากระดับน้ำ และมีการ "ซีลเครื่อง" เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าไปในเครื่องยนต์ จึงคิดว่าน่าจะอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ยืนยันว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเกิดการขัดข้องทางเครื่องยนต์ จึงจำเป็นจะต้องจอดรอซ่อมไว้ในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ได้เกิดปัญหาจากการเคลื่อนย้ายไม่ทัน
   
          นักบินกองทัพอากาศกล่าวอีกว่า ขณะนี้กองทัพอากาศยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ เพราะอยู่ระหว่างการสำรวจ โดย พล.อ.อ.อิทธพรสั่งการให้หน่วยขึ้นตรงของกองทัพอากาศสำรวจมูลค่าความเสียหายว่ามียุทโธปกรณ์อะไรได้รับความเสียหายบ้าง คาดว่าหลังจากน้ำลดคงจะเร่งดำเนินการฟื้นฟูตามแผนทันที แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำในพื้นที่ก็สูงขึ้นเรื่อยๆ
   
          สำหรับเครื่องบินแอร์บัส เอ 319 หรือ “ไทยคู่ฟ้า” มีการจัดซื้อในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ​ชินวัตร เมื่อปี 2547 และถือเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี
   
          โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 ให้แลกเปลี่ยนเฮลิคอปเตอร์รุ่นซูเปอร์พูม่า เอ็มเค 2 จำนวน 2 ลำ มูลค่า 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับเครื่องบินลำดังกล่าว ในราคา 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
   
          ทั้งนี้ ส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมอีก 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครม.มีมติให้เป็นงบผูกพันปี 2546 จำนวน 109 ล้านบาท และปี 2547 จำนวน 1,117 ล้านบาท
   
          ส่วนเฮลิคอปเตอร์ซูเปอร์พูม่า เอ็มเค 2 ทั้ง 2 ลำ เป็นเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะที่ถูกปลดประจำการ ซึ่งเดิมซื้อมาประจำการ 3 ลำ แต่เมื่อปี 2540 เกิดอุบัติเหตุตกไป 1 ลำ ทำให้ต้องเลิกใช้งาน และรัฐบาลตัดสินใจนำเฮลิคอปเตอร์ทั้ง 2 ลำ ไปแลกเปลี่ยนกับเครื่องบินลำดังกล่าว
   
          สมรรถนะของเครื่องบินแอร์บัส 319 จากประเทศฝรั่งเศส ใช้เครื่องยนต์ International Aero Engines IAEV2527M-A5CFM International CFM56 turnofans ให้แรงขับ 118 kN (26,500 lb) จำนวน 2 เครื่อง ความเร็วเดินทางสูงสุด Mach 0.82
   
          เพดานบินสูงสุด 41,000 ฟิต อัตราไต่ 23 นาที สู่ระดับความสูง 37,000 ฟิต น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 75,500 กิโลกรัม น้ำหนักตัวเปล่า 58,515 กิโลกรัม ขนาดปีกกลาง 33.91 เมตร ลำตัวยาว 33.80 เมตร ความสูง 11.80 เมตร พื้นที่ปีก 122.4 ตารางเมตร
   
          เป็นเครื่องบินที่มีการติดตั้งถังน้ำมันเพิ่มเติมบริเวณกลางลำ เพื่อให้ "บินไกล" ขึ้นกว่าเดิม แต่วันนี้เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันของผู้นำไทยจอดนิ่งสนิทกลางน้ำที่ทุ่งดอนเมือง เพื่อรอน้ำลด และประเมินความเสียหาย เพื่อซ่อมแซมต่อไป