ข่าว

'ขวดน้ำเปล่า'คลี่ปมฆ่าเผาสาวชิงรถ

'ขวดน้ำเปล่า'คลี่ปมฆ่าเผาสาวชิงรถ

03 พ.ย. 2554

'ขวดน้ำเปล่า' ไขปริศนา คลี่ปมฆ่าเผาสาว...ชิงรถ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

          ฆาตกรมักทิ้งร่องรอยไว้เสมอ อย่าละเลยแม้หลักฐานชิ้นเล็กๆ ในที่เกิดเหตุ...คดีฆาตกรรมเผาสาววัย 27 ปี ริมถนนสายลำเหย-โป่งรี หมู่ 5 บ้านสามยอด ต.ช่องด่าน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ตำรวจใช้เวลาเพียง 5 วัน แกะรอยจากขวดน้ำพลาสติกที่ตกใกล้จุดเกิดเหตุ จนนำไปสู่การทราบชื่อเหยื่อที่เสียชีวิตและจับกุมคนร้ายได้

          ช่วงสายของวันที่ 26 ตุลาคม ตำรวจ สภ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี รับแจ้งพบศพหญิงไม่ทราบชื่อถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหดริมชายป่า...พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.โชต วีรเดชกำแหง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี รีบเรียกประชุม พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.โกศล ยามา ผกก.สภ.บ่อพลอย พ.ต.ท.พีระ ระหว่างบ้าน รอง ผกก.สส.สภ.บ่อพลอย และชุดสืบสวนรวมแล้วกว่า 30 นายเพื่อคลี่คลายคดีนี้

          พล.ต.ต.เรวัชสั่งการให้ชุดสืบสวนทั้งหมดแบ่งพื้นที่ในจุดเกิดเหตุ เพื่อแยกย้ายหาพยานหลักฐานด้วยวิธีเดินเท้าเรียงหน้ากระดานทุกทิศ แต่ก็ไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าศพหญิงสาวนิรนามเป็นใคร? พบเพียงขวดน้ำพลาสติก 1 ขวดที่เพิ่งเปิดดื่มไม่นานยังหลงเหลืออยู่ในขวดบางส่วน เชื่อว่า ผู้ตายหรือคนร้ายต้องซื้อมาดื่ม !!

          "ขวดน้ำ" หลักฐานในที่เกิดเหตุเพียงชิ้นเดียว ถูกนำมาตรวจสอบบริษัทที่ผลิต และมีการจำหน่ายในพื้นที่ใด โดยได้รับความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ เพื่อขอตรวจสอบย้อนหลังการจำหน่ายน้ำดื่มยี่ห้อดังกล่าว

          "ห้างสรรพสินค้าให้ความร่วมมือจนกระทั่งได้ภาพหญิงสาวที่ซื้อน้ำดื่มยี่ห้อดังกล่าวประมาณ 10 คน และผู้ชายที่ซื้อน้ำดื่มยี่ห้อดังกล่าวอีกประมาณ 5 คน แต่ชุดสืบสวนไม่สามารถทราบชื่อได้ จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนออกตระเวนหาข้อมูลในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงรอยต่อ จ.กาญจนบุรี จนกระทั่งพบข้อมูลลับบางประเด็นในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ว่าหญิงสาวคนหนึ่งหายตัวออกจากบ้าน ทางครอบครัวไม่สามารถติดต่อได้ ทราบว่าก่อนหายตัวจะเดินทางไปเยี่ยมแม่ที่พักอาศัยอยู่ใน อ.มะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ชุดสืบสวนจึงเร่งหาข้อมูลจนกระทั่งพบญาติและเพื่อนของหญิงสาวที่หายตัวไป แล้วชุดสืบสวนให้ดูภาพถ่ายในที่เกิดเหตุ จนได้รับการยืนยันว่าหญิงสาวที่ถูกฆาตกรรมคือใคร" พล.ต.ต.เรวัชกล่าว

          หญิงสาวที่ถูกฆาตกรรมคือ น.ส.ประไพรัตน์ เปรมบำรุง หรือ แนน อายุ 27 ปี เป็นพนักงานบริษัท ทีดีดี ก่อสร้าง ตั้งอยู่ ต.สวนแตง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ได้หายตัวไปพร้อมกับรถกระบะอีซูซุ รุ่นโกลด์ซีรีส์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บม 2432 สุพรรณบุรี ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา

          ชุดสืบสวนจึงเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.ประไพรัตน์ จนกระทั่งเชื่อว่า นายสมัย อำไพ หรือ แย็ค อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/3 หมู่ 8 ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องจึงเชิญตัวมาสอบสวน สุดท้ายนายสมัยก็รับสารภาพว่า ลงมือฆ่า น.ส.ประไพรัตน์ เพราะต้องการจะชิงรถยนต์ไปขาย โดยได้นัดหมายให้ออกมาพบที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.บ่อพลอย โดยพานายเขียดและน้องนายเขียดไปด้วย ระหว่างนั่งรอผู้ตาย ได้ออกอุบายยืมรถเพื่อให้นายเขียดและน้องชายขับไปทำธุระ ก่อนชักชวนให้ น.ส.ประไพรัตน์ นั่งรถยนต์อีกคันไปชายป่า จากนั้นใช้ปืนขนาด.32 จ่อยิงเข้าที่ท้ายทอย 1 นัด ก่อนจะทิ้งศพเอาไว้ แล้วค่อยกลับมาใช้น้ำมันเผาในวันต่อมา

          "ผมรู้จัก น.ส.ประไพรัตน์มานานแล้ว วันที่ 22 ตุลาคม เธอโทรศัพท์มายืมเงิน 5,000 บาท แต่เลื่อนให้มาเอาวันที่ 23 ตุลาคม นัดเจอกันที่ อ.บ่อพลอย หน้าห้างสรรพสินค้า ตอนแรกตั้งใจจะให้นายเขียดนำรถผู้ตายไปขายเท่านั้น ไม่มีเจตนาอย่างอื่น แต่เมื่อนายเขียดขับรถออกไปแล้ว ผมพาเธอไปกินข้าวและพาไปหาหน่อไม้ในป่าที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นนายเขียดโทรศัพท์มาขู่ว่าให้ฆ่าเธอเสีย เพราะถ้านายเขียดถูกจับแล้วขู่ว่าจะฆ่าครอบครัวผม จึงคิดชั่ววูบใช้ปืนขนาด.32 จ่อยิงผู้ตาย 1 นัดที่ท้ายทอย ก่อนเอาโทรศัพท์ผู้ตาย 3 เครื่องไปฝังดิน ส่วนกระเป๋าสะพายนำไปเผาในไร่มัน แล้วกลับบ้านก็เกิดหลอนเห็นเงาคนตายจึงโทรศัพท์ปรึกษานายเขียด แนะนำว่าให้เอาน้ำมันไปราดศพแล้วเผาทิ้ง ส่วนเงินที่ได้จากการขายรถ 1.5 แสนบาท ได้ส่วนแบ่งมา 6 หมื่นบาท" นายสมัยให้การรับสารภาพ

          ล่าสุด พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับนายเขียดและน้องนายเขียดเรียบร้อยแล้ว ส่วนคำรับสารภาพของนายสมัย ชุดสืบสวนยังไม่เชื่อคำบอกเล่าของนายสมัยแค่ต้องการเงินสดเพียงแค่ 6 หมื่นบาท เนื่องจากทราบว่านายสมัย เพิ่งขายมันสำปะหลังได้เงินเกือบ 1 ล้านบาท