ข่าว

'ผบ.ทบ.'สั่งเพิ่มรถทหาร5เส้นทาง

'ผบ.ทบ.'สั่งเพิ่มรถทหาร5เส้นทาง

02 พ.ย. 2554

"ผบ.ทบ."สั่งเพิ่มรถทหาร 5 เส้นทางรับ-ส่งประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูงทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก อมตะนครพร้อมรับแรงงานกว่า2หมื่นคน รองผู้ว่าฯกาญจนบุรีเร่งช่วยสุนัขวัดสวนแก้ว ขาดอาหารและอุปกรณ์ทำคอก

           2พ.ย.2554 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์น้ำในพื้นที่กทม.ได้ขยายวงกว้างยิ่งทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ยานพาหนะในการเดินทาง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จึงได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก จัดพาหนะออกบริการรับ-ส่งประชาชนเพิ่มเติมใน 5 เส้นทาง อาทิ ในพื้นที่กทม.ฝั่งตะวันออก 3 เส้นทางคือ เส้นทางที่ 1 ถ.วิภาวดีรังสิตตั้งแต่ อนุสรณ์สถานถึงสี่แยกรัชโยธิน เส้นทางที่ 2  ถ.พหลโยธินตั้งแต่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ ถึงเมเจอร์รัชโยธิน โดยทั้งสองเส้นทางจะใช้รถยนต์บรรทุก 20 คันแลเรือ 10 ลำ เส้นทางที่ 3 ถ.แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ทางขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ ผ่าน ถ.รามอินทราถึงแยกวัชรพล


           สำหรับพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันตก จะให้บริการเพิ่มเติมอีก 2 เส้นทางคือ เส้นทางที่ 1 ถ.เพชรเกษม ตลอดสาย ซึ่งจะเป็นการบริการแบบเรือต่อรถ หรือรถต่อเรือแล้วแต่สภาพพื้นที่  เส้นทางที่ 2  ถ.กาญจนาภิเษก จากแยกสุพรรณบุรีถึงรพ.บางใหญ่  ทั้งนี้กองทัพบกส่งเรือหางยาวขนาดใหญ่จำนวน 15 ลำออกบริการประชาชนในพื้นที่คลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา เพราะเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมสูงและยังต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง นอกจากนี้กองทัพบกกำลังประสานงานและหารือร่วมกับ ขสมก. สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์บรรทุก เพื่อบูรณาการระบบขนส่งบริการรับ-ส่งประชาชนในช่วงที่น้ำท่วมสูง



กรมทางหลวงแนะเส้นทางเลี่ยงน้ำท่วม


           นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวถึงการเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถไปยังต่างจังหวัด เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมทำให้รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้  ว่า กรมทางหลวงได้เปลี่ยนเส้นทางในการเดินรถ ดังนี้ โดยเส้นทางสายเหนือแนะนำให้ประชาชนใช้เส้นทางดังนี้ 1. พระราม 2 - อ้อมน้อย -เพชรเกษม- นครปฐม 2.นครปฐม -สุพรรณบุรี ไปสายเอเชีย ที่อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท 3. สายเอเชีย นครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ลำปาง เส้นทางภาคอีสาน ใช้สายมอเตอร์เวย์-ฉะเชิงเทรา - พนมสารคาม อีสานตอนบน ใช้เส้นทาง พนมสารคาม - กบินทร์บุรี - วังน้ำเขียว- ปักธงชัย ส่วนอีสานตอนล่าง ใช้เส้นทาง พนมสารคาม ศรีมโหสถ ปากพลี บ้านนา วิหารแดง หนองแค
 

อมตะนครพร้อมรับแรงงานกว่า2หมื่นคน


           นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอปอร์เรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคกลางหลายแห่งประสบปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้แรงงานตกงานจำนวนมาก เพราะกว่าโรงงานจะเปิดทำการได้จะต้องใช้เวลานานหลายเดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแรงงานเหล่านั้น ทางนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครในพื้นที่ จ.ชลบุรี และ จ.ระยองสามารถรองรับแรงงานได้ประมาณ 2-3 หมื่นคน เนื่องมีโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 80 แห่งกำลังขยายการผลิต และมีนักลงทุนรายใหม่ได้เข้ามาลงทุน

           นอกจากนี้นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จะร่วมกับจังหวัดชลบุรี จัดหางาน จ.ชลบุรี โรงเรียนเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) จะจัดมหกรรมรับสมัครงาน หรือ จ็อบแฟร์ ในวันที่ 23 พฤศจิกายน บริเวณอาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสากรรมอมตะนคร อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยจะประสานงานกับโรงงานต่างๆในพื้นที่ จ.ชลบุรี กว่า 250 แห่ง เพื่อมาออกบูทรับสมัครงาน สำหรับแรงงานที่มีความต้องการสูงคือ อิเลคทรอนิกส์ ยานยนต์ และก่อสร้าง เนื่องจากมีการก่อสร้างโรงงานจำนวนมาก คาดว่าการเปิดรับสมัครงานในครั้งนี้ จะสามารถรองรับแรงงานที่ตกงานได้ประมาณ 2-3 หมื่นคน


เปิดศูนย์พักพิงสำหรับชาวต่างชาติ


           นายชอน บุญประคง ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อต่างประเทศนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าขณะนี้ได้รับการสนับสนุนให้เปิดศูนย์พักพิงนานาชาติ โดยให้ใช้ วิทยาลัยอาชีวะบางนา   ซอยอุดมสุข 18 เป็นที่ตั้ง ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะรองรับเฉพาะชาวต่างชาติและสื่อต่างประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่กทม. โดยมีวัตถุประสงค์ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้มีแต่ช่วยเหลือเพียงคนไทยเท่านั้น  แต่จะช่วยคนต่างชาติด้วย เพราะที่ผ่านมาคนต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นชาวญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกาอเมริกา ไต้หวัน ฯลฯ ซึ่งการเปิดศูนย์ดังกล่าวถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปในตัวด้วย

           ทั้งนี้ ศูนย์พักพิงดังกล่าวจะสามารถรองรับชาวต่างชาติได้จำนวน 200 คน โดยภายในศูนย์จะมีมีอุปกรณ์ เครื่องอำนวยความสะดวก  อาทิ โทรทัศน์ 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง พร้อมกับอาหารและ เครื่องดื่ม ฟรี 3 มื้อ โดยทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  จะเข้ามาเป็นผู้ร่วมสนับสนุนในส่วนของ ที่นอน เต้นท์ จำนวน 20 หลังและมุ้งนอน อีกจำนวนมาก

           อย่างไรก็ตาม การเปิดศูนย์ดังกล่าวถือว่าเป็นโครงการนำร่องหากตรวจสอบพบว่ามีชาวต่างชาติจำนวนเยอะ ก็อาจจะเปิดศูนย์ที่อื่นๆ ต่อไป โดย วันที่ 2 พ.ย.นี้  เป็นวันแรกของการเปิดศูนย์พักพิง



ผู้ว่าฯประชุมร่วม30จังหวัดที่ประสบอุทกภัย


           นายขจรศักดิ์ สิงโตกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดปทุมธานี ร่วมประชุมทางไกล 30 จังหวัด พื้นที่ประสบอุทกภัยจากห้องประชุมกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้เพื่อรับฟังการชี้แจงการจัดทำแผนฟื้นฟูหลังน้ำลดแล้วตลอดทั้ง ข้อเสนอแนะ แนวทาง หน่วยงานที่สามารถขอรับการสนับสนุนในการจัดทำแผนและประเมินราคาตามโครงการจากส่วนกลางโดยเฉพาะหน่วยงานในระดับอำเภอและท้องถิ่นสามารถช่วยเหลือทางจังหวัดได้มาก

           ในการจัดทำแผนฟื้นฟูในระดับจังหวัดจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งเป็นแผนฟื้นฟูในระยะหนึ่งปี โดยมีโครงการและกิจกรรมที่สอดคล้องกับภารกิจ 3 ด้าน ประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจอุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตและสังคม ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับคุณภาพชีวิต และจิตใจของประชาชน รวมทั้งให้ความสำคัญกับตัวตนเป็นหลัก การออกเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจแก่ประชาชน การทำความสะอาดเมืองครั้งใหญ่


รองผู้ว่าฯกาญจนบุรีเร่งช่วยสุนัขวัดสวนแก้ว



           นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รอง ผวจ.กาญจนบุรี ได้เดินทางไปที่  มูลนิธิ วัดสวนแก้ว สาขา 4 จ.กาญจนบุรี เลขที่ 171 หมู่ที่ 6 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อทำพิธีรับมอบสังกะสี จำนวน 120 แผ่น จาก บริษัท ยงสวัสดิ์ จำกัด ที่บริจาคเป็นวัสดุในการก่อสร้างหลังคาและทำคอกสุนัข ที่อพยพหนีน้ำท่วมมาจากวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ปัจจุบันอพยพมาแล้ว 400 ตัว และกำลังจะทยอยมาอีก 300 ตัว


           นายสมนึก บุญมี ผู้ดูแลมูลนิธิฯ ผู้ดูแลสถานที่ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่วัดสวนแก้วได้ทำการช่วยกันขนย้ายสุนัข จำนวน 400 ตัว จากวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ซึ่งประสบกับปัญหาน้ำท่วม มาอยู่ที่มูลนิธิวัดสวนแก้ว สาขา 4 จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีคนงานช่วยกันดูแล จำนวน 8 คน ซึ่งเราได้ทำคอกสุนัขชั่วคราวบนพื้นที่ 2 ไร่ ปัจจุบันยังขาดแคลนอาหารสุนัข และอุปกรณ์ทำคอกอีกเป็นจำนวนมาก


           ในแต่ละวันจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 บาท / วัน แบ่งเป็น อาหารเม็ด จำนวน 6 ถุงๆ ละ 20 กิโลกรัม ปลายข้าว จำนวน 100 กิโลกรัม และ โครงไก่ จำนวน 30 กิโลกรัม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และในเร็วๆ นี้จะต้องทยอยขนย้ายสุนัขจากวัดสวนแก้วที่เหลืออยู่ที่วัดสวนแก้วอีก 300 ตัว มาอยู่ที่มูลนิธิฯ อีก ก็จะยิ่งเป็นปัญหาในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการดูแลสุนัขเหล่านี้มากขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีแก่งมิจฉาชีพแอบอ้างขอรับเงินบริจาคเพื่อมาช่วย เหลือสุนัขของมูลนิธิฯ ดังนั้นหากผู้ใดสนใจจะบริจาคเพื่อช่วยเหลือสุนัขเหล่านี้ให้ติดต่อได้ที่ตน โดยตรงที่เบอร์โทร.080-2193452


           ด้าน นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รอง ผวจ.กาญจนบุรี เผยว่า จังหวัดได้ส่งสัตวแพทย์จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี และสัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์และสัตว์ป่า มหาวิทยาลัยมหิดล มาดูแลสุขภาพสุนัขและรักษาสัตว์ป่วย พร้อมทั้งประสานภาคเอกชนเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือในด้านอุปกรณ์ในการทำคอกสุนัข และหากผู้ใดสนใจจะบริจาคเพื่อช่วยเหลือสุนัขเหล่านี้สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จ.กาญจนบุรี โทร.034-511778, 034-515208