
'วิชาญ'ปัดยุชาวคลองสามวาก่อม็อบ
"วิชาญ" ยันเปิดประตูคลองสามวาไม่กระทบบางชัน แฉมีนักการเมืองยุยงชาวบ้านทำให้เกิดความรุนแรงยันไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลแน่นอน ผอ.เขตสายไหม รับ การช่วย ปชช. ยากมาก นายกฯส.ขนส่งสินค้าวอนกิตติรัตน์จัดศูนย์ขนส่งสินค้าป้องกันภูมิภาคขาดแคลน
2พ.ย.2554 นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุการณ์ความวุ่นวายการเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวา ว่า ขณะนี้ไม่มีประชาชนขัดขวางแล้วหลังจากที่ได้คุยกับกทม. ผอ.เขต และตัวแทนประชาชน ซึ่งการเปิดประตูเพิ่มจาก 80 ซม.เป็น 1 เมตรไม่ได้เป็นการกระทำโดยพลการแต่เป็นคำสั่งของนายกฯ
อย่างไรก็ตามการเปิดประตูดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางชัน เพราะจากที่เช็คระดับน้ำแล้วแทบไม่ต่างกันถ้าจะต่างกันก็ต่างเพียงแค่ 2-3 ซม. ดังนั้นสิ่งที่ผู้ว่าฯกทม.พูดจึงไม่เป็นความจริงที่ว่าหากเปิดประตูแล้วจะเกิดผลกระทบกับบางชัน ประเด็นที่สำคัญคือมีประชาชนส่วนหนึ่งหลงกับคำยุยงของฝ่ายการเมืองบางฝ่าย มีคนขับรถเก๊งยี่ห้อออดี้ไปยุยงประชาชนให้เปิดประตูน้ำ ทำให้เรื่องลุกลามไปเป็นเรื่องการเมือง
เบื้องต้นตำรวจรู้ตัวคนที่ไปยุยงแล้ว และเรื่องนี้น่าจะมีสาเหตุมาจากมือที่ 3 ที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น ซึ่งไม่โทษว่าเป็นฝ่ายไหน แต่ไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลแน่นอน และคิดว่าอาจจะเป็นสำนึกส่วนตัวของนักการเมืองคนนั้นมากกว่า นอกจากนี้ยังเชื่อว่าอาจมีการว่าจ้างเพราะมีคนจากนอกพื้นที่ส่วนหนึ่งเข้ามาผสมโรงด้วย ซึ่งตนได้ถ่ายวีดีโอบันทึกภาพไว้หมดแล้ว
"ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นที่คลองสามวาผมเห็นใจข้าราชการและเข้าใจความรู้สึกของประชาชน ซึ่งหากกทม.บริหารจัดการให้ดีจัดสิ่งของหรือช่วยเหลือประชาชนได้ กรณีอย่างนี้คงไม่เกิดปัญหา แต่เมื่อประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควรจึงไปรวมตัวกันที่ประตูระบายน้ำ แต่ท้ายที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าการจะเปิดประตูหรือไม่ก็คงไม่ต่างกัน"นายวิชาญกล่าวและว่า
ตนได้ทำหนังสือขอเปลี่ยนตัวคนที่ควบคุมประตูชลหารพิจิตร เนื่องจากไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำ มีการสั่งให้เปิด 10 ประตูแต่มีการเปิดแค่ 2 ประตู เมื่อตนลงพื้นที่ไปดู ถึงมีการเปิดมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนตัวหรือยัง "ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ ซึ่งเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน หากมีการตีความว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ ถ้าคิดจะตีความเฮงซวยอย่างนั้นก็เอาเหอะ" นายวิชาญกล่าว
ผอ.สายไหมรับช่วยปชช.ลำบากน้ำสูงมาก
นางนงพะงา บุญปักษ์ ผู้อำนวยการเขตสายไหม กล่าวยอมรับว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในบางพื้นที่ ขณะนี้การดำเนินการเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีปริมาณสูง และทางเข้าค่อนข้างคับแคบ ดังนั้น ทางสำนักงานเขตสายไหม โดยกรุงเทพมหานคร ได้ขอการสนับสนุนจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ขอเรือขนาดเล็ก เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าพื้นที่ โดยในวันพรุ่งนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว จะทำการส่งมอบเรือให้ทางกรุงเทพมหานคร เพื่อนำมาใช้ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการเขตสายไหม กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ ทางเขตยังไม่ได้รับการร้องเรียนว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพเข้าไปขโมยทรัพย์สิน หรือ ของมีค่าของประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด เพราะนอกจากกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ชาวบ้านเอง ก็ได้มีการแบ่งหน้าที่โดยจัดเวรยามเพื่อดูแลความเรียบร้อยด้วย
นายกฯส.ขนส่งสินค้าวอนกิตติรัตน์จัดศูนย์ขนส่งสินค้าป้องกันภูมิภาคขาดแคลน
นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ ส.สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายวรวิทย์ เจริญวัฒนพันธ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย กล่าวภายหลังเข้าพบศปภ.เพื่อหารือและขอความช่วยเหลือในการจัดหาสถานที่เพื่อเป็นศูนย์ ในการขนถ่ายสินค้า
นายพร้อมพงษ์ ระบุว่า ได้นำสมาคมมาเพื่อแจ้งปัญหาในการขนถ่ายสินค้า และป้องกันการขาดแคลนสินค้า โดยขอให้พิจราณาจัดหาสถานที่ที่จะเป็นศูนย์กลางไว้ 3 แห่ง หน้าสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ย่านคลองเตย ลานจอดรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งค์ และลานจอดรถโรงานยาสูบ
นายวรวิทย์ ระบุว่า ได้มีการติดต่อทางโทรศัพท์คุยกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแจ้งให้ทราบปัญหา โดยปกติหากน้ำไม่ท่วมผู้ประกอบการที่มีกว่า 400 รายสามารถที่จะขนถ่ายกระจายสินค้าอุปโภค บริโภค สินค้าประเภทอะไหล่รถยนต์ไปยังภูมิภาคได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ตันต่อวัน ซึ่งเดิมทีการกระจายสินค้าจะมีจุดขนส่งของผู้ประกอบการกว่า 400 รายอยู่ที่วงแหวนกาญจนาภิเษกแต่ขณะนี้ในบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้การขนส่งสินค้าได้รับผลกระทบ 100 %
ดังนั้นจึงขอให้นายกิตติรัตน์และศปภ.ช่วยแก้ปัญหาที่จะส่งผลทบในการกระจายสินค้าในภาคต่าง ๆ ที่อาจจะขาดแคลน ซึ่งหากมีการจัดสถานที่ที่เสนอไป 3 แห่งให้รองนายก ฯ พิจารณาเพื่อเป็นศูนย์ขนส่งสินค้าให้ได้ก็น่าจะทำให้ประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าไปยังภูมิภาคเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อย 40 % หรือไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัน แต่หากไม่มีการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาเราประเมินว่า ภายใน 5-6 วันการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคจะเกิดปัญหาการขาดแคลนได้



