ข่าว

'โบอาส'เซ็งเชลซีเจ๊าเกงค์1-1

'โบอาส'เซ็งเชลซีเจ๊าเกงค์1-1

02 พ.ย. 2554

"แชมป์เก่า" บาร์เซโลนา ได้แฮตทริกของ ลิโอเนล เมสซี ช่วยให้ทีมบุกไปชนะ เปลเซน 4-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันที่ 1 พ.ย. พร้อมกับกอดคอ เอซี มิลาน ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ขณะที่ อังเดร บียาส โบอาส กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เ

          ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4 เมื่อคืนวันอังคารที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา กลุ่ม อี "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี รองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังไม่สามารถกลับคืนสู่ฟอร์มเก่งได้เสียที หลังทำได้เพียงแค่บุกไปเสมอ เกงค์ แชมป์ลีกเบลเยียม 1-1 แม้จะเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก รามิเรส นาที 25 แถมยังมีโอกาสได้ประตูขึ้นนำเป็น 2-0 อีกด้วย ทว่า ดาวิด ลุยซ์ กลับสังหารลูกจุดโทษไปติดเซฟ ลาสซ์โล โคเตเลส นายทวารเจ้าบ้านในนาที 39 ก่อนที่เจ้าถิ่นจะไล่ตีเจ๊าได้จาก เยลเล วอสเซน นาที 61 ส่วนผลอีกคู่หนึ่ง บาเลนเซีย ทีมดังจากสเปน เฝ้ารังชนะ เลเวอร์คูเซน รองแชมป์บุนเดสลีก เยอรมนี 3-1 สรุปสถานการณ์กลุ่มนี้ 1.เชลซี 8 แต้ม 2.เลเวอร์คูเซน 6 แต้ม 3.บาเลนเซีย 5 แต้ม 4.เกงค์ 1 แต้ม

          หลังจบเกม อังเดร บียาส โบอาส กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" กล่าวแบบสุดเซ็งกับฟอร์มการเล่นของทีมเป็นอย่างมาก แถมยังเอ่ยปากยอมรับว่า โอกาสคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยรายการนี้อาจริบหรี่ลงเรื่อยๆ หากลูกทีมของเขาเล่นกันได้เพียงแค่นี้ แม้ในช่วงครึ่งแรกจะเป็นฝ่ายคุมเกมได้ทั้งหมด แต่ครึ่งหลังกลับเป็นฝ่ายเสียสมาธิเอง ก่อนที่จะพลาดท่าโดนยิงตีเสมอในท้ายที่สุด ทว่า โบอาส ยังคงเชื่อมั่นว่า ลูกทีมของเขาจะสามารถกลับคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน   

          กลุ่ม เอฟ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำได้เพียงแค่เสมอ "โอเอ็ม" โอลิมปิก ฝรั่งเศส แชมป์ลีก เอิง ฝรั่งเศส ในถิ่นเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม 0-0 หลังจบเกม อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเจ้าถิ่นเปิดเผยสาเหตุที่ตัดสินใจดร็อป "อาร์พีวี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ดาวยิงคนเก่งเป็นตัวสำรอง เนื่องจากหัวหอกวัย 28 ปีรายนี้มีอาการเหนื่อยล้านั่นเอง หลังกรำศึกหนักมาอย่างต่อเนื่อง แถมยังต้องการเปิดทางให้ ปาร์ค ชู ยอง กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ลงเล่นเป็นตัวจริงอีกด้วย แม้ทีมของเขาน่าจะชนะเป็นฝ่ายชนะในเกมนี้ เพราะมีโอกาสได้ลุ้นยิงประตูหลายครั้ง แต่กลับรู้สึกพอใจที่สามารถเก็บ 1 แต้มได้สำเร็จ ส่งผลให้ อาร์เซนอล ยังคงสามารถรักษาสถิติไร้พ่ายเอาไว้ได้ต่อไป

          ส่วนผลอีกคู่หนึ่งในกลุ่มนี้ "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี เก็บชัยนัดแรกได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านเฉือนชนะ โอลิมเปียกอส แชมป์ลีกกรีซ 1-0 สรุปสถานการณ์กลุ่มนี้ 1.อาร์เซนอล 8 แต้ม 2.มาร์กเซย 7 แต้ม 3.ดอร์ทมุนด์ 4 แต้ม 4.โอลิมเปียกอส 3 แต้ม

          กลุ่ม เอช "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา แชมป์เก่าจากสเปน บุกไปไล่ต้อนชนะ วิกตอเรีย เปลเซน แชมป์ลีกสาธารณรัฐเช็ก 4-0 โดยทีมเยือนได้ทั้ง 4 ประตูจาก ลิโอเนล เมสซี ที่ยังคงโชว์ฟอร์มเทพซัด "แฮตทริก" เหมาคนเดียว 3 เม็ด เริ่มจากลูกจุดโทษ นาที 24 ก่อนที่จะยิงเพิ่มได้อีกในนาที 45, 90 และ เชส ฟาบเบรกาส นาที 72 หลังเจ้าถิ่นต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนตั้งแต่ช่วงต้นเกม เนื่องจาก มาเรียน ซิซอฟสกี ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในนาที 22

          ส่วนอีกคู่หนึ่ง "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน แชมป์กัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี ทำได้เพียงแค่บุกไปเสมอ บาเต โบริซอฟ แชมป์ลีกเบลารุส 1-1 สรุปสถานการณ์กลุ่มนี้ 1.บาร์เซโลนา 10 แต้ม 2.เอซี มิลาน 8 แต้ม 3.บาเต้ โบริซอฟ 2 แต้ม 4.วิกตอเรีย เปลเซน 1 แต้ม ส่งผลให้ บาร์เซโลนา และ เอซี มิลาน กลายเป็น 2 ทีมแรกที่ได้สิทธิผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว เพราะมีคะแนนทิ้งห่างเพื่อนร่วมกลุ่มอีก 2 ทีมที่เหลือแบบขาดลอยไปแล้วนั่นเอง  

          กลุ่ม จี เซนิท เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก แชมป์ลีกรัสเซีย เปิดบ้านเฉือนชนะ ชักห์เตอร์ แชมป์ลีกยูเครน 1-0 ส่วนผลอีกคู่หนึ่ง อาโปเอล นิโคเซีย แชมป์ลีกไซปรัส เฝ้ารังเฉือนชนะ ปอร์โต แชมป์ลีกโปรตุเกส 2-1 สรุปสถานการณ์กลุ่มนี้ 1.อาโปเอล นิโคเซีย 8 แต้ม 2.เซนิท 7 แต้ม 3.ปอร์โต 4 แต้ม 4.ชักห์เตอร์ 2 แต้ม