ข่าว

แม่ค้ามีนฯย้ายด่วนผัวป่วย-หลานพิการ

แม่ค้ามีนฯย้ายด่วนผัวป่วย-หลานพิการ

02 พ.ย. 2554

มทภ. 1 ตรวจเยี่ยมการซ่อมประตูระบายน้ำคลองสามวา ขณะที่ "ปู"เผยน้ำท่วมบางชันไม่ใช่น้ำคลองสามวา พ่นพิษแม่ค้ามีนบุรีครวญต้องอพยพสามีป่วยอัมพฤกษ์-หลานพิการอีก3คน

          2พ.ย.2554  ผู้สื่อข่าวรายงานจากประตูระบายน้ำคลองสามวาว่า ตลอดช่วงบ่ายการซ่อมประตูระบายน้ำยังมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าจะเสร็จภายในวันที่ 2พ.ย.นี้  โดยสถานการณ์ยังเป็นไปตามปกติ ท่ามกลางการรักษาการของเจ้าหน้าที่จาก  บก.น.3  โดยเมื่อ15.15 น. พล.ท.อุดมเดช สีตะบุตร แม่ทัพภาคที่   1 พร้อมคณะได้เข้ามาตรวจตราความคืบหน้าและรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ 

          แม่ทัพภาคที่   1  ให้สัมภาษณ์ว่ามีความพอใจในความคืบหน้าและมั่นใจพอสมควรในการบริหารจัดการแต่ที่น่าเป็นห่วงวและควรเฝ้าระวังคือในส่วนของนิคมฯบางชัน ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะที่ต่างจากนิคมอุตสาหกรรมอื่น เนื่องจากไม่มีแนวคันดินกั้นน้ำ มีเพียงการสร้างแนวกระสอบทรายในแต่ละโรงงานซึ่งเข้าหน้าที่ทหารได้เข้าไปช่วยสร้างในนิคมฯตั้งแต่สองสัปดาห์ที่ผ่านมา 

          อย่างไรก็ตามจะนำบทเรียนจากนิคมฯที่ผ่านๆมามาใช้  แต่คาดว่าที่นี่จะไม่เจอกระแสน้ำที่ไหลแรงแแต่อาจจะเจอน้ำเอ่อขึ้นมา ซึ่งได้เตรียมเจ้าหน้าที่ไว้ขนย้ายเครื่องจักสำคัญ หากระดับน้ำเข้าไปในพื้นที่โรงงานสูง  80 ซม. และพร้อมอพยพหากระดับน้ำสูงขึ้น ถึง 1 เมตร 

          พล.ท.อุดมเดชกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีประตูระบายน้ำ E 7 ที่อยู่บริเวณคลองแสนแสบช่วงมีนบุรี ที่จะรับน้ำต่อจากคลองสามวาที่มีกระแสว่าชาวบ้านจะรวมตัว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำความเข้าใจ



"ปู"เผยน้ำท่วมบางชันไม่ใช่น้ำคลองสามวา



          ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า น้ำที่เอ่อเข้านิคมอุตสาหกรรมบางชัน เป็นน้ำที่มาจากท่อระบายน้ำ ไม่ได้ไหลมาจากประตูระบายน้ำคลองสามวา ขณะที่การดูแลกรุงเทพมหานครชั้นใน ขอหารือลายละเอียดการบริหารจัดการน้ำร่วมกับทีมงานก่อน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แล้วจะชี้แจงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง

          จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เข้าประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ที่กระทรวงพลังงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ซึ่งเวลา 14.00 น. คณะทำงานที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ที่บริเวณประตูระบายน้ำต่างๆ โดยเฉพาะประตูระบายน้ำคลองสามวา จะรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ ทั้งปัญหาและแนวทางการแก้ไข

 

 แม่ค้ามีนบุรีครวญต้องอพยพสามีป่วยอัมพฤต-หลานพิการอีก3คน



          ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก ได้เดินทางไปสำรวจที่ตลาดมีนบุรี ขณะนี้บริเวณใต้สะพานติดกับริมคลอดสามวา เชื่อมต่อคลองแสนแสบ มีน้ำไหลทะลักเอ่อเข้าท่วมบนถนนบนทางเลี้ยวกลับรถใต้สะพานตลาดสดมีนบุรีซึ่งมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่เรียงรายบนฟุตบาร์ศต่างได้รับความเดือดร้อนทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตมีนบุรีได้นำเครื่อนสูบน้ำมาทำการสูบน้ำออกระบายลงคลอง

          ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางนงลักษณ์ อำพันธ์แสง อายุ 52 ปี แม่ค้าขายปลาทูอยู่บริเวณดังกล่าวได้กล่าวว่า ได้รับความเดือดร้อนมากเพราะขายของลำบากไม่เหมือนเมื่อก่อนที่น้ำไม่ท่วม ส่วนปลานั้นปกติก็เดินทางไปรับปลาที่แปดริ้ว ฉะเชิงเทรา มาขายตอนนี้ปลาก็ขายลำบาก ผู้คนไม่ค่อยออกมาจับจ่ายซื้อของเหมือนเดิมเพราะถูกน้ำท่วม

          “ฉันก็ถูกน้ำท่วมบ้านเหมือนกันโดยพักอาศัยอยู่ในย่านคลองสามวาน้ำท่วมจนต้องอพยพหนีน้ำไปอยู่บ้านน้องสาวซึ่งอยู่ในย่านเดียวกันก็ไม่รู่ว่าน้ำจะเข้าท่วมเมื่อไหร่ ยอมรับว่าตอนนี้ลำบากมากนอกจากจะต้องดูแลสามีที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์แล้วยังต้องรับผิดชอบหลานๆอีกจำนวน 3 คนที่พ่อแม่อย่าร้างกันเลยต้องรับแบกภาระเป็นหัวหลักของครอบครัว บางวันมีกินบางวันก็ไม่มีกิน แต่ถึงอย่างไรฉันก็ต้องหามาเพื่อให้หลานทั้ง 3 คนได้กิน ส่วนฉันจะอดก็ไม่เป็นไรอย่างไรก็ตามก็อยากให้เจ้าหน้าที่ทางการดูแลและผันน้ำออกไปให้ได้เพื่อไม่ให้ในตลาดท่วมเพราะถ้างั้นจะทำให้เดือดร้อนหากินลำบาก” นางนงลักษณ์ กล่าว

          นางนงลักษณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับบ้านที่ตนอพยพไปอยู่ที่บ้านน้องสาวถ้าน้ำท่วมบ้านน้องสาวอีกตนกับสามีและหลานๆที่มาอาศัยอยู่ก็ไม่รู้ว่าจะต้ออพยพไปอยู่ที่ไหนอีก อีกทั้งถ้าหากว่าน้ำท่วมตลาดมีนบุรีตนก็ไม่รู้ว่าจะไปขายปลาที่ไหน เพราะขายที่ปลาที่นี่มานานหลาย 10 ปีแล้ว

          อีกรายผู้สื่อข่าวไปสอบถามนางสุกัญญา อายุ 43 ปี ขายผักที่ตลาดมีน เช่นเดียวกันก็ได้รับคำตอบเหมือนกันว่าเดือดร้อนในการค้าขายเพราะจะต้องไปรับผักที่ต่างจังหวัดมาขาย โดยนางสุกัญญา กล่าวว่า ขายผักที่ตลาดมีนมาหลายปีแล้วปกติจะไปรับผักที่ตลาดไท และตลาด 4 มุมเมืองมาขายเป็นประจำแต่พอประสบปัญหาน้ำท่วมก็ไปรับผักไม่ได้เลยต้องไปรับผักที่จังหวัดราชบุรีแทน
         
          “การเดินทางไปแต่ละครั้งก็รวบรวมสมัครพรคพวกกับแม่ค้าขายผักด้วยกันเหมามรถไปรับผักมาขายซึ่งราคาที่นำมาขายก็ขายได้ไม่เท่าไหร่หากบวกลบคูณหารเพราะเสียค่าใช้จ่ายเยอะ อีกอย่างผู้คนก็ไม่ค่อยออกมาจากบ้านเพราะเจอปัญหาน้ำท่วมยิ่งตอนนี้น้ำก็เริ่มเออท่วมตลาดตรงใต้สะพานเลี้ยวหลับรถในตลาดสดมีนบุรีคนก็ยิ่งไม่ค่อยกล้าที่จะเข้ามาซื้อของ ซึ่งจริงๆแล้วตอนนี้ในตลาดสดมีนบุรียังไม่ท่วมส่วนใต้สะพานที่น้ำได้เออท่วมเข้ามานั้นเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตก็นำเครื่องสูบน้ำระบายออกไปแล้วท่วมก็ไม่เยอะเท่าไหร่ “นางสุกัญญา กล่าว


โวยผู้ว่าฯกทม.ออกข่าวน้ำท่วมมีนบุรียอดขายตกฮวบ


          ผู้สื่อข่าวยังได้เดินทางไปสอบถามแม่ค้าขายรองเท้าบูทใส่กันน้ำภายในตลาดมีบุรีปรากฎว่ารองเท้าบูทขณะนี้เริ่มขาดตลาดแล้ว โดยเจ้าของร้าน ก.ไก่. ซึ่งขายรองเท้ากล่าวว่า ขณะนี้มีคนมาซื้อรองเท้าบูทใส่กันน้ำจำนวนมากจนรองเท้าที่สั่งซื้อเข้ามาเริ่มจะขาดตลาดและหมดลงแล้ว

          “ลูกค้าที่มาซื้อรองเท้าบูทช่วงน้ำท่วมมีจำนวนมากจนสินค้าเริ่มจเหลือน้อยลงเหมือนร้านอื่นๆ บางคนถูกน้ำท่วมบ้านมาซื้อรองเท้าบางคนมาคนเดียวซื้อไปตั้ง 5- 6คู่ ส่วนราคาก็พอประมาณ ราคาอยู่ที่ 150 บาท จนถึง 300 กว่าบาท ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกซื้ออย่างไร บางคนมาซื้อต่อรองราคาก็เห็นใจเขาเพราะบ้านน้ำท่วม ฉันลดได้ฉันก็ลดให้เขา” เจ้าของร้าน ก.ไก่. ในตลาดมีนกล่าว

          ขณะที่นางสายรุ้ง สินพิชัย เจ้าของร้าน กุ้ง กะ เป่า ขายจำพวกกระเป๋ากล่าวว่า ช่วงนี้ขายของไม่ค่อยได้เลยเพราะข่าวที่ประกาศออกไปจากผู้ว่ากทม.บ้างจากคนอื่นๆบ้างว่ามีนบุรีจะถูกน้ำท่วผู้คนที่เขาจะเข้ามาซื้อของในตลาดมีนบุรีก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาซื้อของ

          “ของก็ขายไม่ได้เด็กที่อยู่ในร้าน 4 คนก็ลาออกไปหมดแล้ว น้ำที่ว่าจะเข้าท่วมก็ยังไม่ท่วมฉันเตรียมพร้อมทำชั้น 2 เก็บของไว้แล้วกขนขึ้นขนลงตลอด 2 อาทิตย์ ก็อยากจะให้ผู้ว่ากรุงเทพฯบอกให้ชัดมาเลยว่ามีนบุรีจะท่วมหรือไม่ เพราะข่าวที่ออกไปแบบนี้ดีที่ทำให้คนระวังป้องกันตนเองแต่แม่ค้าที่ขายของเขาก็ขายของไม่ได้จะท่วมเมื่อไหร่ ท่วมขนาดไหนก็บอกมาให้ชัด เพราะตอนนี้มีปัญหาคนไม่เข้ามาซื้อของเลย ของที่ขายได้วันละเกือบ 200 ชิ้นตอนนี้ขายได้ไม่ถึง 50 ชิ้นต่อวัน” นางสายรุ้ง กล่าว

          ขณะทีนายกิตติธัช ฉัตรรักษา ผู้จัดการบริษัทBFS ลูกค้าที่มาซื้อรองเท้าบูท กล่าวว่า บ้านอยู่ย่านหนองจอกน้ำเริ่มท่วมแล้ว ตนตั้งใจจะมาซื้อรองเท้าบูทประมาณ 5-6 คู่เพื่อที่จะนำไปให้เครือญาติใส่เพื่อป้องกันเศษแก้ว สัตว์เลื้อนคลานและป้องกันเซื้อโรค เพราะเราไม่รู้ว่าใต้น้ำจะมีอะไรบ้าง จึงต้องป้องกันไว้ก่อน ส่วนราคาที่ซื้อนั้นก็มีหลายราคาค ก็คิดว่าไม่มีปัญหาพอจะซื้อได้ไม่ถือว่าแพงมาก

 

เปิดแผนที่ทหารน้ำล้อมกรุง-ฝั่งธนฯรับน้ำหลากยาว


          กรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ได้เผยแพร่แสดงแนวทางการไหลของมวลน้ำโดยประมาณฉบับปรับปรุงเมื่อวันที่ 1 พ.ย. โดยพบว่า มวลน้ำเหนือมหาศาลได้โอบล้อมพื้นที่กรุงเทพฯไว้แล้ว โดยฝั่งตะวันออก น้ำได้เริ่มโอบประชิดสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะที่ในฝั่งตะวันตก น้ำจาก จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี มีทิศทางการไหลลงมาสู่พื้นที่ฝั่งธนบุรีอย่างต่อเนื่อง

          นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานบริหารจัดการน้ำ กล่าวว่า ตั้งแต่ จ.สุโขทัยลงมา ถึงแม้ว่าจะมีมวลน้ำกระจายอยู่ราว 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่เป็นน้ำหลากตามท้องทุ่งตามปกติที่กักขังเพื่อการเกษตร และน้ำในระบบแม่น้ำลำคลองเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงราว 3,000 ล้านลบ.ม. ที่จะหลากลงมา กทม. เท่านั้น

          "ปกติน้ำในระบบทางภาคเหนือลงมาจะมีราว 12,000 ล้านลบ.ม. แต่ปีนี้มีมากถึง 16,000 ล้านลบ.ม. ซึ่งขณะนี้ได้ระบายลงทะเลแล้วราว 4,000 ล้านลบ.ม. จึงเหลือราว 12,000 ล้านลบ.ม. ซึ่งพยายามจัดการให้ลงทะเลมากที่สุด"นายอานนท์กล่าว