'ปู'มั่นใจกทม.ไม่ท่วมทุกเขต
'ยิ่งลักษณ์' ระบุ ต้องแก้ปัญหาน้ำตามขั้นตอน สั่งกรมชลฯ เร่งวางชิพพลาย อุดรอยรั่วน้ำ คาดกลางเดือน พ.ย.แล้วเสร็จ มั่นใจ กทม.ไม่ท่วมทุกเขต เผย ระบายน้ำสะดุด เครื่องสูบ กทม.ใช้การไม่ได้ กว้านซื้อจากต่างประเทศ เตรียมใช้เวทีเอเปกแจงนานาชาติ ปัดสไกปด์ปรึกษาพี่ชา
2 พ.ย.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ดินโคลนถล่ม และภัยแล้ง แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและแก้ปัญหาน้ำท่วมเพื่อติดตามการเปิด-ปิดประตูน้ำ ต่างๆ เพื่อจัดระบบการระบายน้ำว่า ในรายละเอียดถ้าไปยึดตัวเลขเปิดประตูน้ำกี่ ซม.จะทำให้ผู้ปฏิบัติทำงานลำบาก ดังนั้น จึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการที่น่าจะมีทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กทม. และกรมชลประทาน เป็นส่วนประกอบเพื่อลงไปดูในพื้นที่และให้ทั้ง 3 ฝ่าย ตกลงกันในเรื่องทางเทคนิค เพราะมีปัญหาว่า จะเปิดประตูระบายน้ำเท่าไหร่ เนื่องจากบางครั้งไม่สามารถพูดแค่ว่าเปิดประตูนี้แล้วจะดี เพราะเขาต้องดูว่าหากเปิดประตูนี้แล้วจะมีผลต่อประตูอื่นหรือเปล่านั่นคือ ที่มาของการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อต้องการให้ลงไปดูหน้างานจริงว่าเป็นอย่างไร และการหารือกับมวลชนเพื่อให้มีผลกระทบน้อยที่สุดเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มวลชนที่ออกมากดดันให้เปิดประตูระบายน้ำทำไมรัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะเข้าไป ช่วยเพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนในพื้นที่รับน้ำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในทางปฏิบัติเราทำทั้งหมดและเราพร้อม ซึ่งในบางชุมชนเรามีเจ้าหน้าที่เตรียมอพยพ และการดูแลเยียวยา แต่ในความเป็นจริงประชาชนอาจเกิดความเครียด ไม่ใช่เป็นเรื่องของการชดเชยแต่เป็นเรื่องความเครียด ซึ่งเป็นภาวะที่น้ำอยู่ที่คอแล้วทุกคนจะรู้สึกว่าไม่มีความหวังว่าน้ำจะระบายเมื่อใด จึงต้องใช้วิธีการอธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งบางคนอาจจะอยู่ในสภาวะที่รับได้ แต่บางคนอาจจะบอกว่ารับไม่ได้ แต่เราจำเป็นในแง่ของภาครัฐก็ทำงานร่วมกัน
ทั้งนี้ ขั้นแรกเรื่องเทคนิคต้องตกลงกันให้ได้ว่าเป็นอย่างไร คนปฏิบัติเท่านั้นที่จะบอกว่าเปิดเท่าไหร่จะไม่กระทบต่อส่วนรวม เปิดเท่าไหร่ที่จะรักษาความสมดุลได้ เพราะหากเราปิดประตูหนึ่งไม่ได้เราอาจจะปิดอีกประตูหนึ่งได้ ในทางปฏิบัติเราจึงให้คณะกรรมการเข้าไปดู และหาทางแก้ไขมา และถ้าจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการอะไร หรือถึงขั้นที่ต้องออกกฎหมายก็ทำได้ เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ไม่ได้ละเลย หรือไม่ได้อ่อนแอในการตัดสินใจ
ส่วนที่ดูเหมือนกรมชลประทาน กทม.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ทำงานร่วมกัน ประชาชนจึงไม่แน่ใจว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราต้องแก้เป็นเปราะ ๆ ต้องเรียนว่าวันนี้มีปัญหาอยู่ 2 ส่วน 1.เรื่องมวลชนอาจจะบอกว่ารัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจตัดสินใจ ก็ต้องเรียนว่าในเชิงข้อกฎหมายการบังคับใช้ไม่ยาก แต่วันนี้เราต้องทำเป็นขั้นตอน โดยการทำให้เข้าใจถึงข้อเท็จจริง หากข้อเท็จจริงไม่ถูกกฎหมายต้องบังคับใช้ ตนถึงได้ใช้มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งถือเป็นกฎหมายสูงสุดแล้ว และจะหารือในมาตรการต่อไป 2.เรื่องเทคนิค ซึ่งบางอย่างประชาชนไม่ได้เป็นอุปสรรค
อีกทั้ง บางครั้งมีหลายจุดคือเราแก้จุดนี้สำเร็จไม่ได้หมายความจะพ้นหมด เช่น ประตูระบายน้ำคลอง 1 เราเคลียร์มวลชนหมด ซึ่งมวลชนไม่มีประเด็นแล้ว แต่มีประเด็นที่น้ำเชี่ยวปิดประตูไม่ได้ต้องไปแก้ที่คลองอื่น จึงเป็นที่มา ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจ ส่วนคลองรังสิต 9 ขณะนี้ทำแล้วน้ำก็ระบาย แต่ช่วยบางส่วน ดังนั้น มาตรการมันต้องตรึงหลายตัว ประตูระบายน้ำต้องดูหลายประตูไม่ใช่ประตูเดียวจะสามารถแก้ทุกอย่างได้ อย่างกรณีที่ประตูระบายน้ำคลองสามวาก็มี 2 ส่วน คือ ระดับน้ำ ซึ่งเราให้หลักการคณะทำงานดูว่าระดับไหนที่จะไม่ให้กระทบ แต่จะเปิดกี่ซม.ต้องให้คณะทำงานเสนอมา อีกทั้งยังมีปัญหาประตูหลุดอีก ปัญหามันไม่ใช่มวลชนร้อยเปอร์เซ็นต์ มันมีเรื่องเทคนิคด้วย เราต้องพยายามแก้ทีละส่วน
เมื่อถามว่า ต้องมอบความรับผิดชอบให้หน่วยงานต่างๆให้ชัดเจนลงไปปฏิบัติหือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "มอบค่ะ"
เมื่อถามว่า ในส่วนของประตูระบายน้ำน่าจะระบายน้ำได้ทั้ง 2 ส่วนหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้กทม.จะเข้าไปทำ ซึ่งเขารับปากแล้วว่าจะซ่อมแซม ซึ่งเราจะอำนวยความสะดวกเข้าไปดูแล เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าไป ซึ่งต้องเรียนประชาชนว่าบางครั้งมีความจำเป็นที่ต้องขอความร่วมมือประชาชน ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงาน เพราะการทำงานวันนี้คำนึงภาพรวม และคำนึงว่าประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมมีความทุกข์ทรมาน เราไม่ได้บอกว่าจะต้องมาให้ประชาชนประสบกับน้ำท่วมตลอดเวลา แต่มันต้องชะลอส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อให้น้ำค่อย ๆ ระบายไป และวันนี้ระดับน้ำทะเลกำลังลดลง ซึ่งหลังจากที่น้ำทะเลลดต่ำกว่าน้ำในคลองเมื่อไหร่ น้ำในคลองจะระบายไป เหมือนกรณีนครสวรรค์ที่บอกว่ามวลน้ำก้อนใหญ่ได้ถูกออกไปตามคลอง ต่างๆ
ดังนั้น ในกทม.จะเป็นกรณีเดียวกัน วันนี้เราคุยกันบอกว่ามวลน้ำก้อนใหญ่รู้สึกว่าลดลง แต่ในกทม.ยังไม่รู้สึก เพราะว่ากทม.เจอ 2 ส่วน คือน้ำที่เข้ามาแล้วที่ล้นมาจากระดับน้ำทะเลสูง ซึ่งจะเอ่อล้นคลองมา และมีส่วนของน้ำทะเลที่เบียดเข้ามาด้านใต้ทำให้คลองต่างๆเต็มทำให้การระบายยาก
สำหรับช่วงนี้ระดับน้ำทะเลค่อย ๆ ลดลงวันละ 2-3 เซนติเมตร ซึ่งจากการที่ฟังคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำบอกว่าน้ำทะเลจะลดลงเรื่อย ๆ จนถึง วันที่ 8 พ.ย.ซึ่งตรงนี้เรามีความหวังว่าช่วงนี้จะเร่งระบายน้ำในทุกส่วน อย่างคลองแสนแสบวันนี้ยังรับน้ำได้อีก แต่ว่าน้ำไม่ไปต้องเร่งเรื่องเครื่องผลักดันน้ำก็ต้องไปถอดจากจุดอื่นเข้ามา ซึ่งวันนี้เราระดมเครื่องสูบน้ำ แต่เครื่องสูบน้ำไม่สามารถใช้ได้ทุกตัว เพราะต้องเป็นเครื่องขนาดใหญ่มีกำลังพอ บางครั้งระดับน้ำเสมอเท่ากันก็ไม่มีผลอีก ซึ่งมีปัญหาเทคนิคหลายอย่าง ไม่ใช่เรื่องการบริหาร
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้เราประเมินสถานการณ์น้ำเข้าท่วมพื้นที่ชั้นในกทม.น้ำจะมีปริมาณมาก น้อยแค่ไหน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนการระบายน้ำของฝั่งตะวันออกทำได้ดีขึ้น ส่วนฝั่งตะวันตกมีปัญหาตรงที่มวลน้ำที่เข้าไปแล้วรอยต่อต่างๆ ไม่ใช่แค่ส่วน ของประตูระบายน้ำเท่านั้น แต่วันนี้ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยามีรูออกเยอะมากถึง 7 กม.เราได้เตรียมแท่งเหล็กชิพพลายกั้นไว้แต่เข้าไม่ได้ ขณะนี้ กรมชลประทานรับหน้าที่ดำเนินการโดยใช้ชิพพลายตอกซึ่งจะเริ่มทำงานได้ ในวันที่ 4 พ.ย.คาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางเดือน พ.ย.นี้ ทั้งนี้การระบายในฝั่งธนจะช้าบ้างหากเทียบกับบริเวณอื่น
เมื่อถามว่า ภาพลักษณ์ประเทศเป็นส่วนสำคัญกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงเรื่องน้ำท่วม ต่อนานานชาติบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้เชิญทุกประเทศเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ได้ชี้แจงถึงความมั่นใจในการเตรียมความพร้อมที่จะฟื้นฟูประเทศ รวมทั้ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศปภ. นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่เกิดสาธารภัยร้ายแรง ได้ชี้แจงเรื่องการระบายน้ำ ซึ่งภาพรวมต่างประเทศเข้าใจแล้วว่า เป็นภัยธรรมชาติ แต่วันนี้สิ่งที่เราจะทำนอกเหนือจากชะลอไม่ให้น้ำท่วมมากขึ้นคือการเร่ง ฟื้นฟูเพราะว่าหลายจังหวัดเริ่มเข้าสู่ภาวะน้ำลดแล้ว เราต้องฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจจากนานาประเทศ ซึ่งวันนี้ จ.พระนครศรีอยุธยาน้ำลดลงมากแล้ว และเรากำลังเตรียมแผนในการฟื้นฟูโดยระดมกู้สูบน้ำออกจากนิคม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือน ซึ่งจะรวมถึงการฟื้นฟูเรื่องเครื่องจักรต่าง ๆ เราได้ลดหย่อนภาษีการนำเข้าอุปกรณ์ต่างๆ โดยประสานกับญี่ปุ่นซึ่งเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นให้ความร่วมมืออย่างมากทาง ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น(เจบิก)ได้ออกเงินกู้ให้ และพร้อมส่งช่างเทคนิคมาช่วยเหลือควบคู่กันไป
“วันนี้เราสู้กับน้ำมาเยอะ ขณะเดียวกันเราต้องให้กำลังใจเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าเพราะเราต้อง ก้าวเดิน และทำให้ดีที่สุด แต่เราไม่สามารถจะหยุดน้ำได้ทุกจุด น้ำจะต้องมีบ้าง สิ่งที่เราต้องทำคือเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด และเร่งฟื้นฟูประเทศให้กลับสู่สภาวะปกติ”น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้พูดได้หรือไม่บางพื้นที่ กทม.จะรอดจากน้ำท่วม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้ แต่ไม่สามารถบอกได้ชัดว่ากี่เขต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเร่งอุดรอยรั่วต่าง ๆ แต่บางครั้งเราจะเจอรอยรั่วขึ้นมาใหม่ เป็นสิ่งที่ยากจะบอก เพราะเราไม่เคยสำรวจเมื่อลงไปสำรวจแล้วได้รับรายงานว่า เครื่องสูบน้ำเสีย ทำให้ระบบการตัดสินใจทำงานไม่ได้จริง ๆ เพราะมีปัจจัยใหม่ขึ้นมาทุกวัน
ส่วนเครื่องสูบน้ำสามารถนำเข้าจากต่างประเทศได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้เรานำเข้าจากต่างประเทศหมด กวาดจากทุกที่ จากจีนและเกาหลีเข้ามาช่วยเหลือ แต่บางส่วนต้องสั่งนำเข้ามาวันนี้นำเข้ามา 20 กว่าตัว ได้นำไปติดตั้งแล้ว แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งเราคุยกันเรื่องน้ำท่วมจะท่วมทีละจังหวัดแต่วันนี้น้ำ ท่วมไปแล้ว 57 จังหวัด และยังประสบภัยยู่ 27 จังหวัด อุปกรณ์ทุกอย่างถูกใช้ในเวลาเดียวกัน และเขื่อนที่ช่วยรับน้ำเต็มหมดแล้วเพราะเราเจอปัญหาพายุติดต่อกัน ดังนั้นเราจะนำน้ำไประบายลงตรงไหน น้ำมันต้องล้นแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การปล่อยน้ำที่ไม่สมดุลที่เป็นอยู่ในขณะนี้จะแก้ไขอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นปัญหาหนึ่ง ถ้าเราแก้ปัญหานี้เสร็จเรียบร้อยแล้วคงต้องมาหาข้อเท็จจริงกัน และหนทางแก้ไขป้องกัน
เมื่อถามต่อว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จำเป็นต้องตั้งกระทรวงน้ำดูแลเป็นการเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นข้อเสนอหนึ่ง แต่สิ่งที่ตนจะเริ่มทำคือการจัดทำแผนหลัก หรือมาสเตอร์แพลนของประเทศ ซึ่งเราเตรียมงานกันอยู่เพราะสิ่งนี้ต่างหากที่คนไทย และต่างชาติต้องการเห็น เราต้องรวมผู้ที่มีความรู้จริงและหารือให้เป็นทิศทางเดียวกัน วันนี้ต่างทิศทางกันมาก การทำงานคงทำไม่ได้ถ้าต่างทิศทางกัน และเป็นปัญหาเทคนิคที่ไม่มีใครรู้ในเรื่องข้อเท็จจริงได้
เมื่อถามว่า หลังเสร็จวิกฤตน้ำแล้วจะปรับครม.หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอดูก่อน
ต่อข้อถามว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ได้สไกปด์กับ พ.ต.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบเพียงว่า "เปล่าค่ะ"
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่เพื่อสำรวจหลังน้ำลดหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องการลงพื้นที่ทุกวันนี้เตรียมงานเลยไม่ได้ลงพื้นที่เพราะเตรียมแผนฟื้นฟูเร่งด่วน และเรื่องการสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนไทยและต่างประเทศ
ส่วนการเดินทางไปประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกหรือเอเปก ที่เกาะฮาวาย สหรัฐอเมริกาวันที่ 12-13 พ.ย.จะชี้แจงการแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจให้นานาชาติเข้าใจหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็ต้องชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจ จากนั้นจะไปชี้แจงในเวทีโลกในคราวเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนจะเดินทางไปเอเปกนายกฯมั่นใจหรือไม่ว่าสถานการณ์น้ำจะดีขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "เชื่อว่าดีขึ้นค่ะ"



