ข่าว

ป.ป.ช.ฟัน "พีรพันธุ์-สีหนาท"ฐานคุ้ยทรัพย์สื่อ

ป.ป.ช.ฟัน "พีรพันธุ์-สีหนาท"ฐานคุ้ยทรัพย์สื่อ

01 พ.ค. 2552

ป.ป.ช.ฟัน "พล.ต.ต.พีรพันธุ์-พ.ต.อ.สีหนาท" ฐานคุ้ยทรัพย์สินสื่อ ตั้งแต่ปี 2545 ผิดวินัยร้ายแรงและอาญา มาตรา 157

(1พ.ค.) นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก แถลงผลประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องกล่าวหา พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)กับพวก ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เกี่ยวกับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินบุคคลและนิติบุคคลต่างๆ โดยมิชอบ เนื่องจากได้รับหนังสือร้องเรียน (บัตรสนเท่ห์) ตั้งแต่เดือน ก.พ.2545 ว่า พล.ต.ต.พีรพันธุ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.ศูนย์สารสนเทศและติดตามประเมินผล สำนักงาน ปปง. ให้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคลและนิติบุคคลต่างๆ โดยมีหนังสือสำนักงาน ปปง. ถึงสถาบันการเงินขอให้ตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมของบริษัทนิติบุคคล ที่มีรายชื่อถูกกล่าวหา

 ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชน และเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของบุคคลที่เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับนิติบุคคลเหล่านี้ ทั้งที่ปราศจากข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุอันสมควรในการตรวจสอบ จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิของบุคคลที่ได้รับความคุ้มครอง ทั้งในด้านข้อมูลส่วนบุคคล หน้าที่การงาน เกียรติยศ ชื่อเสียง และความเป็นส่วนตัว อันเป็นการละเมิดต่อบุคคลดังกล่าว

 นายกล้านรงค์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วจึงมีมติว่าการกระทำของ พล.ต.ตงพีรพันธุ์ และ พ.ต.อ.สีหนาท มีมูลเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 85 วรรค 2 และการกระทำของ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ ยังมีมูลเป็นความผิดทางอาญาฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

 เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยให้ส่งรายงานเอกสารและความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยกับ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ และ พ.ต.อ.สีหนาท พร้อมกับส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 92 และ 97 แล้วแต่กรณีต่อไป